ปิยบุตร ติง ใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ อ้าง โควิด-19จำกัดสิทธิ์ชุมนุม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/419909?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

29 กุมภาพันธ์ 2563 – 20:46 น.
ปิยบุตร,ติง ใช้ พรบมั่นคงฯ,อ้าง โควิด-19จำกัดสิทธิ์ชุมนุม
เปิดอ่าน 98 ครั้ง

‘ปิยบุตร แสงกนกกุล’ ตั้งข้อสังเกตุประกาศใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง ห้ามชุมนุม เป็นการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดเพื่อจำกัดเสรีภาพการแสดงออกของนักเรียนนิสิตนักศึกษาเยาวชนหรือไม่?

ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ‘ ความเห็นทางกฎหมายต่อการใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 สั่งห้ามการชุมนุมโดยอ้างว่าเพื่อป้องกันการระบาดของ Covid-19

ผมเคยประกอบอาชีพอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิชาหนึ่งที่ผมรับผิดชอบบรรยายต่อเนื่องทุกปี คือ วิชากฎหมายปกครอง

ในระบบกฎหมายปกครอง มีหลักการพื้นฐานที่สำคัญ คือ “หลักความชอบด้วยกฎหมาย” ซึ่งเรียกร้องว่า

1. ไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจ – องค์กรเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจออกกฎ คำสั่ง ที่กระทบสิทธิของบุคคล จะต้องมีกฎหมายให้อำนาจเสียก่อน

2. การใช้อำนาจต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย – เมื่อมีกฎหมายให้อำนาจแล้ว องค์กรเจ้าหน้าที่ต้องใช้อำนาจนั้นโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย

คำสั่งหรือกฎที่อออกมาแล้วไม่ชอบด้วยกฎหมายมาจากหลายเหตุ เหตุหนึ่งที่สำคัญ คือ การใช้อำนาจโดยบิดผัน หรือที่ในกฎหมายปกครองฝรั่งเศส ซึ่งประเทศไทยรับมาใช้ เรียกว่า “Détournement de pouvoir”

กล่าวคือ มีกฎหมายให้อำนาจองค์กรเจ้าหน้าที่ในการจำกัดเสรีภาพหลากหลายฉบับ แต่ละฉบับก็จะมีวัตถุประสงค์กำกับ เมื่อใช้กฎหมายเหล่านั้น ก็ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

ยังมีหลักเรื่อง “ความพอสมควรแก่เหตุ” หรือ “ความได้สัดส่วน” ที่เรียกร้องว่า การออกมาตรการหรือคำสั่งที่กระทบกับเสรีภาพ ต้องทำเท่าที่จำเป็น ไม่เกินกว่าเหตุ

หากมีการออกคำสั่งห้ามการชุมนุมโดยอ้างเรื่องป้องกันโรคระบาด แต่ลึกๆแล้ว มีเจตนาต้องการห้ามมิให้ชุมนุมต้านรัฐบาล เช่นนี้ ย่อมเป็นการใช้ดุลพินิจตัดสินใจออกคำสั่งที่บิดผัน อ้างเรื่องโรคระบาด ทั้งๆที่ลึกๆแล้วไม่ต้องการให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ต่อต้านรัฐบาล

นอกจากนี้ การห้ามการชุมนุมโดยอ้างเรื่องป้องกันโรคระบาด ก็ต้องพิจารณาเรื่องความพอสมควรแก่เหตุด้วย ดังนี้

  1. เมื่อสั่งห้ามการชุมนุมแล้วสามารถป้องกันการระบาดได้จริง

2. ไม่มีวิธีการอื่นใดที่ดีกว่านี้อีกแล้วที่จะป้องกันโรคระบาดได้ นอกจากห้ามการชุมนุม

  3. การห้ามการชุมนุม ได้ประโยชน์มากกว่าสิ่งที่เสียไป

ดังนั้นหากมีมาตรการอื่นที่ป้องกันได้ และกระทบเสรีภาพน้อยกว่า ไม่ต้องถึงขั้นห้ามชุมนุม ก็ต้องใช้มาตรการอื่นก่อน

สถานการณ์โรคระบาดขณะนี้น่าเป็นห่วงมาก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันอย่างรอบด้าน ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนโปร่งใสตรงไปตรงมาต่อประชาชน และควรต้องทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นในการป้องกันโรคระบาดได้ มิใช่พุ่งเป้ามาที่การห้ามการรวมตัวของคนหมู่มากในที่ชุมนุมของนิสิตนักศึกษา

ทั้งหมดนี้ต้องกระทำด้วยความจริงใจมิใช่มีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น มิเช่นนั้นประชาชนย่อมมีสิทธิตั้งข้อสงสัยได้ว่าในท้ายที่สุดแล้ว การห้ามชุมนุมเป็นการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดเพื่อจำกัดเสรีภาพการแสดงออกของนักเรียนนิสิตนักศึกษาเยาวชนหรือไม่?

Leave a comment