โควิด-19:ไวรัสป่วนโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/421740?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

โควิด-19:ไวรัสป่วนโลก

11 มีนาคม 2563 – 14:40 น.
ไวรัสร้ายโควิด-19,โควิด-19,COVID-19,คมชัดลึกออนไลน์,ไวรัสโควิด-19 ป่วยโลก,ธนรัตน์ ยงวานิชจิต
เปิดอ่าน 181 ครั้ง

โควิด-19:ไวรัสป่วนโลก …..โดย ธนรัตน์ ยงวานิชจิต dhanarat333@gmail.com

 ไวรัสโควิด-19 (วค.-19) เป็นไวรัสหวัดสายพันธุ์ใหม่ที่ร้ายกาจมาก แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก ง่ายกว่าหวัดธรรมดาหลายเท่า ซึ่งก็ติดต่อกันได้ง่ายอยู่แล้ว อีกทั้งยังทำสถิติผู้ป่วยตายได้ไม่น้อยกว่าสิบเท่าของไวรัสหวัดธรรมดา เราจึงน่าจะหันมารู้จักไวรัสอัปมงคลนี้ไว้ ในทำนอง “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี”

วค.19 เริ่มเป็นข่าวเมื่อ 31 ธันวาคม 2562 ที่เมืองอู่ฮั่น ประชากร 11 ล้านคน ประเทศจีน ต่อมา ได้คร่าชีวิตผู้ป่วยมากมายอย่างคาดคิดไม่ถึงมาก่อน ผู้ชายมีสถิติตายเป็นสองเท่าของผู้หญิง อาจเพราะผู้ชายจีนส่วนใหญ่นิยมสูบบุหรี่ เข้าใจว่าวค.19 มาจากสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสโคโรนาหลายสายพันธุ์ในค้างคาว ซึ่งกระโดดผ่านอาหารจำพวกเนื้อสัตว์เข้าไปกลายพันธุ์ในมนุษย์เป็นครั้งแรก โดยใช้เวลา 1-14 วันฟักตัวเงียบๆอยู่ในร่างกายเราก่อนที่จะสำแดงอาการป่วยและแพร่เชื้อออกมา

    เมื่อ 1 มีนาคม 2563 ทั่วโลก มีผู้ป่วย 89,077 ราย ตาย 3,053 ราย หายป่วยแล้ว 45,141ราย รับการเยียวยาอยู่ 40,883 ราย

ขณะนี้ ผู้ป่วยวค.19 ทั้งหมด มีอัตราการตายอยู่ที่ 1%- 2% ส่วนผู้ป่วยไวรัสหวัดธรรมดาทั้งหมดมีอัตราการตายอยู่ที่ 0.1% ทั่วโลกในหนึ่งปี แสดงว่าวค.19 มีอานุภาพพิฆาตผู้คนได้ไม่น้อยกว่า 10 เท่าของไวรัสหวัดธรรมดา ทั้งนี้ ยังมิอาจทำนายได้ว่าเจ้าไวรัสร้ายกาจนี้จะกลายพันธุ์ในเรือนร่างเราต่อไป จนมีเขี้ยวเล็บที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเดิมอีกหรือไม่

เรารับเชื้อวค.19 ได้โดยตรงจากลมหายใจของผู้ป่วย โดยเฉพาะจากละอองน้ำฝอยในขณะพูดหรือไอออกมา ดังนั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ป่วย เราต้องสวมหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพ (ติดตามกระทรวงสาธารณะสุข) โดยเฉพาะต้องให้ขอบผ้าหน้ากากปิดทาบใบหน้ากับคออย่างแนบสนิท ไม่เปิดช่องว่างไว้ให้ละอองเชื้อรอดผ่านเข้าไปในจมูกขณะหายใจเข้าออก และให้อยู่ห่างผู้ป่วยอย่างน้อยหนึ่งเมตร ต่อนี้ไป เราควรฝึกตนให้หมั่นล้างมือด้วยสบู่กับน้ำหรือใช้เจลล้างมืออย่างทั่วถึงจริงๆบ่อยๆ หากต้องเข้าไปในบริเวณที่มีการระบาดหนัก ก็ต้องสวมถุงมือยางกับหน้ากากอนามัยไว้

          นอกจากนี้ ก็ให้ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ ทานอาหารร้อนที่มีคุณค่าโภชนาการ รักษาการขับถ่ายหนักเบาให้ปกติไว้ หมั่นออกกำลังกาย และนอนหลับครบชั่วโมงตามวัย หากสูบบุหรี่อยู่ก็ควรลดละเลิกโดยด่วน

เบื้องต้น ผู้ป่วยวค.19 จะมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเจ็บตามร่างกาย เหนื่อยล้า อาเจียน ท้องร่วง หรือหายใจติดขัดจนแทบหายใจไม่ได้ ในกรณีป่วยหนัก ผู้ป่วยอาจมีโรคปอดบวมเข้าแทรก เมื่อไม่แน่ใจว่าป่วยหรือไม่ ให้รีบปรึกษาแพทย์โดยด่วนที่สุด เพื่อรับการรักษาตัวเองและปกป้องมิให้ผู้อื่นติดจากเราต่อไป

เมื่อได้ไปเยือนสถานที่ที่มีการระบาดวค.19 อยู่ ทุกคนต้องมีจิตสำนึกมงคลแจ้งให้แพทย์ทราบตามความเป็นจริงทั้งหมด ห้ามโกหกปิดบังเพียงเพื่อหลบหลีกความไม่สะดวกสบายจากการถูกกักกันเฝ้าดูอาการชั่วคราว 1-14 วัน อย่าลืมว่า เชื้อไวรัสร้ายกาจตัวนี้ เมื่อเข้าในร่างกายเราแล้ว จะแพร่กระจายออกสู่ผู้อื่นได้ง่ายกว่าไวรัสหวัดธรรมดามากๆ ดังนั้น ผู้ใดที่โกหกว่าไม่ได้แวะเยือนสถานที่ที่มีการระบาดอยู่ ผู้นั้นก็กำลังหยิบยื่นความตายให้กับตัวเองและผู้อื่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีกนับไม่ถ้วน

วค.19 อาจฉวยโอกาสใช้จุดอ่อนในระบบสาธารณะสุขของหลายประเทศในการแพร่กระจายเชื้อได้อีกด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งน่าเป็นห่วงยิ่ง ตัวอย่าง เมียรมาร์มีชายแดนติดจีนยาว 2,240 กม. ประกอบด้วยด่านเข้าออกประเทศหลายแห่งที่มีผู้คนมากมายเข้าออกทุกวันอย่างเสรี ส่วนกัมพูชา อินโดนีเซีย ก็มีเครื่องบินพาณิชย์บินไป-กลับจากศูนย์ไวรัสอู่ฮั่นเป็นประจำ

โดยประเทศดังกล่าวยังขาดปัจจัยจำเป็นต่างๆอยู่มาก อาทิ ยาตรวจเชื้อวค.19 เครื่องมืออุปกรณ์เยียวยา ตลอดจนสมรรถภาพของแพทย์พยาบาลที่จะเยียวยาผู้ป่วย หากมีผู้ป่วยเผลอหลุดเข้าประเทศแม้เพียงหนึ่งราย ก็จะเกิดการระบาดที่รุนแรงรวดเร็วน่าสลดใจยิ่ง นี่คือระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดได้อีกไม่นานเกินรอ

  วค.19 จะพ่ายแพ้อันตรธานไปกับอากาศอุ่นที่กำลังย่างเข้ามาหรือไม่?

วค.19ไม่น่าจะหายไปไหน แม้ว่าอากาศอุ่นจะไม่เป็นมิตรต่อไวรัสตัวนี้ ในขณะที่จีน ยุโรป และสหรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ค่อนไปทางขั้วโลกเหนือ จะได้รับอากาศอุ่นขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งกำลังเริ่มผลัดกันย่างเข้ามากลางเดือนมีนาคม 2563 แต่ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งอยู่ใกล้ขั้วโลกใต้ ก็จะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวและมีอากาศหนาวเย็นออกมาต้อนรับวค.19 ต่อไป ทั้งนี้ ส่งผลให้ไวรัสตัวนี้สามารถอยู่รอดต่อเนื่องและย้ายกลับไประบาดที่กลุ่มประเทศใกล้ขั้วโลกเหนือดังกล่าวได้อีก พูดง่ายๆ ไวรัสอัปมงคลนี้สามารถหมุนเวียนระบาดไปทั่วโลกได้ตลอดปี

  “ภาวะโลกร้อน” เป็นมิตรหรือศัตรูของวค.19?

แม้อากาศอุ่นจะไม่เอื้ออำนวยต่อวค.19 แต่ “ภาวะโลกร้อน” คือมิตรของไวรัสนี้

โดยปกติ เมื่อมีเชื้อโรคผ่านเข้ามาในร่างกาย ภูมิคุ้มกันเราจะออกมาต่อสู้กำจัดเชื้อที่บุกรุกเข้ามา ส่งผลให้ร่างกายมีอาการตัวร้อนเป็นไข้ขึ้นมา ซึ่งจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเราให้ทำงานอย่างมีผลดียิ่งขึ้นไปอีก ในที่สุด เชื้อโรคก็จะค่อยๆอ่อนกำลังลงจนอยู่รอดในร่างกายต่อไปอีกไม่ได้

โดยธรรมชาติ ค้างคาวมีเชื้อไวรัสโคโรนาอีกหลายสายพันธุ์อยู่ในตัว แต่ไม่เป็นอันตรายต่อตัวสัตว์เอง เมื่อโลกร้อนขึ้น ค้างคาวจะปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิที่สูงขึ้นรอบตัว โดยจะอุ่นอยู่ราว 37 ํซ. – 41.1 ํซ. คือ อุ่นมากสุดขณะกำลังบิน ทั้งนี้ ส่งผลให้เชื้อไวรัสในตัวค้างคาวปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิที่สูงขึ้นด้วย ในที่สุด วค.19 ในค้างคาวจะมีสมรรถภาพทนทานต่อความอุ่นในร่างกายเราที่ทรงตัวอยู่ที่ 37ํ ํซ. ผลก็คือ วค.19 ในภาวะโลกร้อนจะสามารถอยู่ในร่างกายเราได้สบายกว่าเดิม แถมยังสามารถขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนไวรัสได้อย่างมีผลดีอีกด้วย พูดง่ายๆ “ภาวะโลกร้อน” จะตัดทอนสมรรถภาพภูมิคุ้มกันโรคของเราให้ถดถอยลงไปได้มากทีเดียว

ทั้งนี้ มิใช่เป็นเพียงแนวคิดเชิงทฤษฎีเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ได้พบเชื้อราแคนดิดา ออริส ระบาดในบริเวณเอเซียใต้ เวเนซูเอลา และอาฟริกาใต้ ระหว่างปี 2555 – 2558 เนื่องจากภูมิอากาศในบริเวณดังกล่าวได้แปรเปลี่ยนไปในทิศทางที่เอื้ออำนวยต่อการขยายพันธุ์ของเชื้อราร้ายกาจตัวนี้ และไม่พบหลักฐานการแพร่กระจายเชื้อดังกล่าวจากคนสู่คนในภูมิภาคดังกล่าว เมื่อเชื้อราระบาดตามภาวะภูมิอากาศได้ เชื้อไวรัสก็น่าจะระบาดโดยเหตุสนับสนุนจากภูมิอากาศที่แปรเปลี่ยนตามภาวะโลกร้อนได้

ความอยู่รอดของมนุษยชาติจากวค.19 อยู่ที่การพัฒนายาวัคซีนปัองกันเชื้อไวรัสร้ายกาจตัวนี้ขึ้นมา โดยปกติ ตามขั้นตอนปกติของการผลิตวัคซีนที่ใช้เชื้อไวรัสหวัดธรรมดาปรุงแต่งกับสารมีชีวิต นั้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อยที่สุด 1 ปี แต่อาจนานถึง 3 หรือ 6 ปี อย่างไรก็ตาม นับเป็นข่าวน่ายินดีที่นักวิทยาศาสตร์จีนสามารถถอดรหัสวค.19 ได้สำเร็จมาตั้งแต่มกราคม 2563 ขณะนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้าน “วิทยาการบำบัดโรคทางหน่วยพันธุกรรม” ทั่วโลกกำลังเร่งรีบปรุงแต่งรหัสวค.19 กับดีเอ็นเอของสารมีชีวิตอยู่อย่างเร่งรีบ เพื่อให้ได้ผลออกมาเป็นยาที่ใช้กำหราบไวรัสตัวนี้ได้อยู่หมัด ทั้งนี้ เป็นวิถีทางผลิตยาวัคซีนแบบสมัยใหม่ล่าสุดที่มีขั้นตอนรวดเร็วกว่าการใช้เชื้อไวรัสมาปรุงแต่งกับสารมีชีวิต ดังเช่นที่ใช้ผลิตวัคซินป้องกันไวรัสหวัดธรรมดา

นอกจากยาวัคซีนแล้ว เรายังต้องหันมาพึ่งตัวเองด้วยการดูแลรักษาสุขภาพตนตามคำแนะนำที่ศึกษาได้จากผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบาดวิทยา ข้อสำคัญ เราต้องไม่วิตกกังวลเกินเหตุ จนทานอาหารไม่ได้/นอนไม่หลับ ซึ่งจะบั่นทอนสุขภาพ โดยเราอาจทำสมาธิให้จิตใจตั้งอยู่กับจุดศูนย์กลางหรือสายกลางระหว่างความเป็นกับความตาย (มรรคแปด) แสดงจิตอาสาเสริมสร้างสังคม และเสริมสร้างศรัทธาในสมรรถภาพของตัวเราเอง ให้สมกับที่นักมานุษวิทยาได้ตั้งชื่อมนุษย์อย่างเราท่านไว้ว่า “มนุษย์ฉลาด” (Homo sapiens) เนื่องจากเรามีสติปัญญาหลักแหลมสามารถเอาตัวรอดจากโรคภัยไข้เจ็บบนพิภพนี้มาได้นานถึง 6 ล้านปี

ในขณะเดียวกัน เราน่าจะทบทวนรำลึกถึงพระธรรมของพระพุทธเจ้าที่สอนให้เรามองเห็นธรรมะในธรรมชาติว่า โลกนี้เป็นโลกของ “เหตุ” และ “ผล” โดยผลย่อมมาจาก “เหตุ” อาทิ ผลของแผ่นดินไหวมาจากเหตุของแผ่นหินใต้เปลือกผิวโลกมีการเคลื่อนที่ และ “อุบัติเหตุ” ที่เกิดขึ้นเองไม่มี เพราะอุบัติเหตุเป็นผลที่เกิดจากเหตุ อาทิ ความประมาทของผู้เกี่ยวข้อง

โดยนัยนี้ วค.19 คือผลกรรมของเราที่ออกมาเตือนเราให้ตระหนักว่า เราจะต้องหันมาช่วยกันหยุดยั้งกิจกรรมพิศดารทั้งปวงที่เป็น “เหตุ” อาทิ การบริโภคอาหารแบบพิศดารสุดโต่ง (สัตว์ป่า) โดยเฉพาะการเผาผลาญเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ (แข่งรถวนรอบสนาม) แบบไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงอย่างคนสติเสีย เพราะการหันมาอนุรักษ์นิเวศวิทยาจะสามารถชะลอลด “ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้ชะลอลดการละลายของกำแพงน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ และชะลอลดการปลดปล่อยเชื้อโรคสารพัดจำพวกจากดึกดำบรรพ์ที่ได้รับการแช่แข็งมานับล้านปี ให้ลงสู่ทะเลและเข้าสู่ตัวเราโดยผ่านทางอาหารสัตว์ทะเล

อย่าลืมว่า เมื่อเราทำเหตุมงคลไว้ ผลมงคลก็จะเกิดขึ้นตามมาสนองเรา ตาม “กฎแห่งกรรม” อย่างแน่นอน.

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลความรู้ต่อไปนี้
https://www.worldometers.info/coronavirus/
https://www.who.int/emergencies/diseases/novel-coronavirus-2019/events-as-they-happen
https://www.cdc.gov/media/dpk/diseases-and-conditions/coronavirus/coronavirus-2020.html
http://weekly.chinacdc.cn/en/article/id/e53946e2-c6c4-41e9-9a9b-fea8db1a8f51 https://www.who.int/docs/default-source/coronaviruse/who-china-joint-mission-on-covid-19-final-report.pdf
https://time.com/5779156/wuhan-coronavirus-climate-change/?utm_source=newsletter&utm_medium=email&utm_campaign=the-brief-pm&utm_content=20200207&xid=newsletter-brief
https://www.pri.org/file/2020-01-30/coronavirus-vaccine
https://time.com/5632961/candida-auris-global-warming/
https://www.theatlantic.com/health/archive/2020/02/covid-vaccine/607000/
https://www.theguardian.com/world/2020/feb/29/worse-than-flu-busting-coronavirus-myths

Leave a comment