#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/617270

ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟทราบข้อมูลว่าในเว็บไซต์ tmall ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ในประเทศจีนมีร้านค้าแห่งหนึ่งขายหน้ากากอนามัยที่ระบุว่ามาจากประเทศไทย
ในเพจซื้อขาย ระบุชื่อบริษัทว่า Gaga huoban qijian dian อยู่ที่เมืองหังโจว มณฑลเจ้อเจียง จัดจำหน่ายหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ โดยขายเป็นแพ็กเกจรูปแบบต่างๆ
บริษัทที่จัดจำหน่ายระบุว่า สินค้าตัวนี้ใช้ชื่อ “ไท่กั๋วเหมิงเป่า” (ของน่ารักจากเมืองไทย) แต่เมื่อทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟได้สอบถามไป พนักงานบริการของบริษัทได้ตอบว่าหน้ากากเหล่านี้ผลิตที่มณฑลเจียงซู ประเทศจีน

เมื่อซักถามว่าเหตุใดทางบริษัทจึงระบุว่าหน้ากากเหล่านี้จึงใช้ชื่อเกี่ยวกับประเทศไทย พนักงานบริษัทไม่ได้ตอบคำถามนี้แล้วเงียบหายไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดสังเกตเรื่องจากพนักงานบริการข้อมูลในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของจีนมักจะตอบคำถามลูกค้าอย่างรวดเร็ว
ที่น่าสังเกตคือบริษัทแห่งนี้ได้รับความพึงพอใจจากลูกค้าในระดับสูงมากคือ 4.5 – 4.7 จาก 5 ดาว
เมื่อทีมงานตราวจสอบไปยัง Taobao ซึ่งเป็นอีกแพล็ตฟอร์มค้าขายออนไลน์ พบว่ามีเพจที่ระบุถึงหน้ากากอนามัยจากประเทศไทย 4 ราย แต่เมื่อคลิกเข้าไปปรากฎว่าไม่มีทั้งสินค้าและรายละเอียดใดๆ เลย
ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟได้ข้อมูลมาจากแหล่งข่าวในประเทศจีนว่า มีผู้นำเข้าหน้ากากอนามัยจากประเทศไทยเข้าไปในจีนเช่นกัน แต่เป็นการนำเข้าโดยบุคคลทั่วไปในช่วงที่จีนขาดแคลนหน้ากากอนามัย แต่อาจจะมีการย้อมแมวขายเพราะคุณภาพสินค้าอยู่ในเกณฑ์แย่
นอกจากนี้ ในช่วงที่เกิดการระบาดรุนแรงในจีนมีชุมชนชาวจีนในไทยกักตุนหน้ากากอนามัยจากไทยเพื่อนำไปขายในจีน แต่ต้องพบกับการกวาดล้างจากเจ้าหน้าที่ในจีน จึงค่อยๆ ลบแอคเคาท์โฆษณาขายหน้ากากเหล่านี้ไป
เบื้องต้นเมื่อตรวจสอบคำค้น “หน้ากากอนามัยจากประเทศไทย” พบว่ายังมีขายในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของฮ่องกงไม่เพียงกี่แห่ง
มีข้อสังเกตว่า หน้ากากอนามัยที่อ้างว่านำมาจากไทยแล้วขายในจีน ไม่ได้ระบุว่านำมาจากบริษัทที่ถูกเอ่ยถึงในกรณีหน้ากากอนามัยของนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรีหรือไม่
อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า ตอนนี้จีนเริ่มการผลิตหน้ากากอนามัยอีกครั้งแล้ว แต่จะยังไม่ส่งออกจนกว่าจะถึงเดือนตุลาคม และตอนนี้กำลังการผลิตของจีนยังไม่ถึง 100 ล้านชิ้นต่อวันตามเป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียง (หัวหน้าปฏิบัติการควบคุมการระบาด) ได้ตั้งไว้
แต่บริษัท Premier Inc. ระบุกับนิตยสาร TIME ว่า จีนอาจมีความต้องการหน้ากากอนามัยถึง 400 ล้านชิ้นต่อวัน หมายความว่าจีนยังต้องการการนำเข้าอยู่ซึ่งอาจเป็นทั้งการนำเข้าบนดินและใต้ดิน
ส่วนประเทศไทยได้มีคำสั่งห้ามส่งออกหน้ากากอนามัยตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ต่อมาวันที่ 21 กุมภาพันธ์ มีคำสั่งให้ผู้จำหน่ายและผลิตหน้ากากอนามัยแบ่งสินค้าในสต๊อกให้ศูนย์บริหารจัดการหน้ากากอนามัยของกรมการค้าภายใน 50% จากปริมาณการผลิตทั้งหมด
แต่หน้ากากอนามัยในประเทศก็ยังไม่เพียงพอ และยังเกิดคำถามที่น่าฉงนขึ้นมาอีกว่าหน้ากากอนามัยที่ส่งให้รัฐบาลจัดการนั้น หายไปไหนบ้าง เพราะตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์แล้วที่รัฐบาลไทยมีคำสั่งห้ามนำหน้ากากอนามัยออกนอกประเทศเกิน 30 ชิ้นต่อคน
ว่ากันตามตรรกะแล้ว หน้ากากอนามัยยี่ห้อไทยที่ขายกันในจีน (หากมีอยู่จริง) ควรจะหมดไปตั้งนานแล้ว เพราะความต้องการในจีนอยู่ในระดับหลักร้อยล้านชิ้นต่อวัน
หมายความว่าบริษัทจีนดังกล่าวต้องมีของในสต็อคเป็นล้านชิ้นจึงจะป้อนลูกค้าได้ตลอดเวลา