#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/625531

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ได้สอบถามความเห็นของเอเจย์ คาปูร์ (Ajay Kapur) หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์เอเชียและตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกของ Bank of America เกี่ยวกับสงครามเย็นที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งระหว่างจีนกับสหรัฐ คาปูร์กล่าวว่า การแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐอาจมีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะในการผลักดันการลงทุนและนวัตกรรม เมื่อประสิทธิภาพการผลิตมีความแข็งแกร่งขึ้นก็จะช่วยทำให้ผลตอบแทนการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
“สำหรับนักลงทุนตราสารทุนโดยเฉพาะนักลงทุนที่กำลังเติบโต การก่อตัวขึ้นมาของเทคโนโลยีพลเรือน-การทหารครั้งใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นมาในวันนี้ จะยิ่งได้รับน้ำเลี้ยงจากการแข่งขันด้านการทหารครั้งใหญ่ และเติบใหญ่ขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึงในทศวรรษต่อๆ ไป” คาปูร์และทีมงานระบุในรายงานเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน
ทีมนักวิเคราะห์อ้างตัวอย่างทางประวัติศาสตร์ เช่น การแข่งขันระหว่างสหราชอาณาจักรและเยอรมนีในช่วงปลายทศวรรษ 1890 ถึงต้นทศวรรษ 1900 รวมถึงความขัดแย้งในสหรัฐ-โซเวียต ระหว่างทศวรรษที่ 1950 – 1980 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การแข่งขันครั้งใหญ่ช่วยกระตุ้นการพัฒนาทางเทคโนโลยี
ผลกระทบที่จะตามมาจากสงครามเย็นครั้งนี้คือ สหรัฐและจีนจะการลดความสำคัญของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก และหันมาใช้นโยบายเชิงยุทธศาสตร์ชาตินิยมมากขึ้น
รายงานชี้ว่า “เทคโนโลยีเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” หลังจากนี้จะมีการมุ่งพัฒนาหุ่นยนต์ การวิจัยด้านอวกาศ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และปัญญาประดิษฐ์
รายงานคาดว่า ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และนักออกแบบชิปเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผลในยุคสงครามเย็นใหม่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นในเอเชียที่มีเน้นไปทางเทคโนโลยีจะเป็นกลุ่มที่เป็น “ผู้ชนะ” ในความขัดแย้งครั้งนี้
บริษัทสื่อจะมีบทบาทในสงครามการสื่อสาร และสื่อที่เน้นความรักชาติและชาตินิยมจะได้รับประโยชน์จากสงครามเย็นมากที่สุด
นอกจากนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้านกลาโหมและผู้อัดฉีดเงินทุนให้การพัฒนาเทคโนโลยีก็เป็นฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากสงครามเย็นเช่นกัน
Photos by Brendan Smialowski and Fred DUFOUR / AFP