ผบ.ทบ. ยันไม่มีความคิดต่ออายุ ลั่นเรื่องไร้สาระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผบ.ทบ. ยันไม่มีความคิดต่ออายุ ลั่นเรื่องไร้สาระ

ผบ.ทบ. ยันไม่มีความคิดต่ออายุ ลั่นเรื่องไร้สาระ

8 กรกฎาคม 2563 – 16:51 น.

ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ยืนยันไม่มีแนวความคิดต่ออายุราชการตนเอง ชี้เป็นเรื่องไร้สาระ ไม่สร้างสรรค์ ย้ำหลังเกษียณจะ Set Zero ตัวเอง พร้อมเชื่อนายกฯ ไม่ชวนทำงานการเมือง

พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกระแสข่าวจะต่ออายุราชการหลังเกษียณ 30 กันยายน 2563 ว่า ขอย้ำจากใจตนเองในฐานะทหารอาชีพ และตามแนวทางการรับราชการที่ถูกกำหนดไว้ชัดเจนว่าทหารทุกคนต้องเกษียณอายุราชการ แต่ก็มีบางกรณีที่ไปคุ้ยถึงเรื่องทหารบางคนที่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ขออย่าสร้างกระแส เพราะโดยส่วนตัวยืนยันว่าต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของกระทรวงกลาโหม ในการเกษียณอายุราชการ

 และในการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพวันนี้ ก็ได้มีการพูดคุยถึงกระแสการต่ออายุราชการ ซึ่งไม่ใช่ข่าวในเชิงที่สร้างสรรค์ และทำให้เกิดความขัดแย้ง โดยตนมองว่าไม่มีสาระและไม่มีข้อเท็จจริงใดๆ ซึ่ง 30 กันยายนนี้ จะส่งธงแล้วและหมดภาระหน้าที่ ถือว่าจบภารกิจในการเป็นผู้บัญชาการทหารบก ดังนั้นอยากให้ผู้ที่สร้างกระแสต่างๆ นำความจริงมาพูดกัน โดยเฉพาะการใช้สื่อสังคมออนไลน์โจมตีกัน และยืนยันว่าไม่ได้มีความกังวลเรื่องใดเพราะจากที่รับราชการมาได้ทำทุกเรื่องที่คิดว่าดีที่สุดต่อกองทัพ และต่อประเทศชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเทิดทูนสถาบัน หลังจากนี้ผู้ที่จะมารับหน้าที่ต่อก็ต้องสืบสานต่อกันไป ไม่ว่าจะเป็นเหล่าทัพใดก็ตาม 

ขณะเดียวกันในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ตนจะแถลงผลงานของกองทัพบกในหลายเรื่อง เพราะที่ผ่านมาก็ยังมีผู้มาโจมตี เช่น เรื่องศูนย์ร้องทุกข์ ทั้งนี้จะสรุปผลงานต่างๆด้วยตัวเอง เพราะกองทัพบกเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องมานั่งรายงานทุกเรื่อง เป็นหน่วยงานที่มีระเบียบวินัย ถือว่าคำพูดเป็นนาย เมื่อพูดไปแล้วก็ต้องทำและกำลังพลเมื่อได้รับคำสั่งก็ต้องปฏิบัติ หากกระทำผิดก็ต้องถูกลงโทษทางวินัย พร้อมยืนยันว่าการแก้ปัญหาของกองทัพบกคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะประเด็นโจมตีทางโซเขียลมีเดีย

ส่วนความคืบหน้าการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารเดือนตุลาคม 2563 นั้น พลเอกอภิรัชต์ บอกว่า อยู่ที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในการกำหนดวัน-เวลาส่งบัญชีรายชื่อของแต่ละเหล่าทัพ และในการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพวันนี้ก็ได้มีการพูดคุยกันเบื้องต้นแล้ว เชื่อว่าทุกเหล่าทัพได้มีการมองบุคคลที่มีความเหมาะสมแล้ว เพื่อมาทำงานต่อในทุกตำแหน่ง ไม่ใช่เฉพาะตำแหน่งผู้บัญชาการเหล่าทัพเท่านั้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ชัดเจน ทั้งนี้ตำแหน่งผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นเรื่องที่แต่ละเหล่าทัพจะเสนอขึ้นมา และผ่านไปสู่ขั้นตอนการพิจารณาของกองทัพไทยและกระทรวงกลาโหมต่อไป ซึ่งมีอีกหลายขั้นตอน 

 ส่วนกรณีที่ถูกจับตามองหลังเกษียณอายุราชการนั้น ก็เป็นเรื่องที่แต่ละบุคคลจะจับจ้องกันไป ไม่ได้คิดจะทำอะไร 

 สำหรับกรณี ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน ยังตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณของกองทัพนั้น ขอยืนยันว่ากองทัพได้มีการปรับลดงบประมาณไปแล้ว แต่บางอย่างเป็นงบผูกพัน ซึ่งบางครั้งคนที่ไม่เข้าใจจะชี้แจงอย่างไรก็ไม่เข้าใจ แต่ยืนยันโดยส่วนตัวไม่ยุ่งกับการเมือง และก็มีหน้าที่ชี้แจงประเด็นปัญหา ซึ่งแต่ละฝ่ายก็มีหน้าที่ของตัวเอง ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะต้องมาคานอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ขออย่ามีฝ่ายแค้น

 ผบ.ทบ. ยังระบุถึงสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคต ที่ ผบ.ทบ.คนใหม่ จะต้องรับมือว่า คงไม่สามารถไปตอบแทนได้ ต้องไปรอวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพราะว่ายังไม่เห็นถึงความวุ่นวาย และมั่นใจว่านายกรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดินด้วยความโปร่งใส มีความเด็ดขาด ซึ่งเห็นได้จากการแก้ปัญหาโควิด-19 ซึ่งทั่วโลกชื่นชมทีมแพทย์และความมีวินัยของคนไทย ที่แตกต่างจากประเทศอื่น ดังนั้นจึงไม่สามารถคาดการณ์อนาคตข้างหน้าได้ ต้องประเมินสถาการณ์แบบวันต่อวัน เดือนต่อเดือน พร้อมย้ำว่าเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ หมดบทบาทเเล้วก็จะ Set Zero ตัวเอง 

 เมื่อถามว่า หากสถานการณ์หลังจากนี้นายกรัฐมนตรี ให้มาช่วยงานทางการเมือง จะพิจารณาอย่างไร พลเอก อภิรัชต์ กล่าวว่า  นายกรัฐมนตรี คงไม่ทำแบบนั้น และตนคงไม่เข้ามามีบทบาทอะไร เพราะปัจจุบันนายกรัฐมนตรี มาจากการเลือกตั้ง หากจะแต่งตั้งใคร คนๆนั้น คงไม่ใช่ตน

Leave a comment