#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
“แรมโบ้”ถาม “อ้วน – อ๋อย” ต้องการปชต.อย่างแท้จริง หรือมีนัยยะทางการเมืองแอบแฝง

20 กรกฎาคม 2563 – 11:30 น.
“แรมโบ้”ถามกลับ “อ้วนกับอ๋อย “คนเดือนตุลาฯ โพสต์เฟซบุ๊กลักษณะสนับสนุน ให้กำลังใจ “กลุ่มเยาวชนปลดแอก” ต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หรือมีนัยยะทางการเมืองแอบแฝง
20 ก.ค.2563 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีทั้งนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.กระทรวงศึกษาธิการ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวในลักษณะสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้นักศึกษา “กลุ่มเยาวชนปลดแอก” ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้สำเร็จ
นายสุภรณ์ กล่าวว่าขณะนี้ประเทศไทยก็เป็นประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้งแล้ว อีกทั้งนายกฯ และสภาฯ ไม่ได้ทำผิดพลาดเสียหายอะไร ตรงกันข้ามนายกฯได้ทำงานอย่างหนักในการบริหารประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติมาโดยตลอดซึ่งก็เห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์และทั่วโลกให้การยอมรับชื่นชมในการแก้ปัญหา
และในขณะนี้ประเทศกำลังเกิดวิกฤตประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 นายกฯและรัฐบาลก็กำลังแก้ไขปัญหา และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แต่กลับมีผู้ใหญ่ที่เป็นทั้งรุ่นพี่ของน้องๆ นักศึกษา เป็นคนเดือนตุลา และเป็นถึงอดีตรัฐมนตรี เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เรียกหาแต่ความแตกแยก โพสต์เฟซบุ๊กในลักษณะที่สนับสนุนให้น้องๆ นักศึกษาเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล
พร้อมกันนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่าการโพสต์เฟซบุ๊กแบบนี้ เพื่อต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หรือมีนัยยะทางการเมืองอื่นแอบแฝง โดยอาศัยจังหวะความเคลื่อนไหวของน้องๆ นักศึกษาในขณะนี้
เพราะก่อนหน้านี้นายภูมิธรรมและนายจาตุรนต์ก็เคยระบุไว้ว่า อยากตั้งพรรคการเมืองใหม่ จึงอยากให้มีการยุบสภาฯเร็วขึ้นเพื่อที่กลุ่มของตนจะได้ลงสนามเลือกตั้งใหม่ให้เร็วขึ้นเช่นนั้นหรือโดยไม่สนใจ ปัญหาความแตกแยกวุ่นวายของบ้านเมือง ขอเพียงกลุ่มพวกตนได้กลับมามีอำนาจทางการเมืองอีกครั้งใช่ไหม บางที่ความเป็นผู้อาวุโสทางการเมืองต้องมีความคิดที่สร้างสรรค์ มีความอดทนอดกลั้น อย่าให้กิเลสมาครอบงำจิตใจ จนทำให้ความคิดมาทำลายบ้านเมืองที่กำลังเกิดวิกฤตโควิด แทนที่จะช่วยกันเตือนสติรุ่นน้องให้หันมาร่วมมือช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองกับมีวิธีคิดที่จะยุยง เช่นนี้ผมถือว่า เป็นความคิดที่ใช้ไม่ได้เลย ไม่เคยคิดเอาประเทศชาติประชาชนเป็นตัวตั้ง พฤติกรรมเช่นนี้จะทำให้คนในสังคมส่วนใหญ่มองว่า ลุแก่อำนาจอยากมีอยากได้อำนาจเกินไป จนไม่สนใจที่จะทำให้บ้านเมืองก้าวข้ามความขัดแย้ง ถ้าสมองคิดแต่ที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายเช่นนี้ มีนัยยะอะไรแอบแฝงร่วมกับคณะก้าวหน้า นายธนาธร นายปิยะบุตร และ น.ส. พรรณิการ์ หรือไม่ สังคมอาจสงสัยได้
ผมจึงขอเตือนทั้งสองท่านไว้ว่า ระวังจะเสียผู้ใหญ่ตอนแก่ เก็บความนับถือศรัทธาไว้ให้คนในสังคมบ้าง อย่าให้คนในสังคมเสื่อมศรัทธาไปมากกว่านี้ จนไม่มีที่ยืนในสังคมเหลืออีกเลยครับ”นายสุภรณ์ กล่าว