อดีตเลขา สมช. เชื่อ ผู้ชุมนุมจะขยายวงไปทั่วประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อดีตเลขา สมช. เชื่อ ผู้ชุมนุมจะขยายวงไปทั่วประเทศ

อดีตเลขา สมช. เชื่อ ผู้ชุมนุมจะขยายวงไปทั่วประเทศ

27 กรกฎาคม 2563 – 15:16 น.

อดีตเลขา สมช. “ภราดร พัฒนถาบุตร” เชื่อ ผู้ชุมนุมจะขยายวงไปทั่วประเทศ มีความหลากหลายและไม่มีแกนนำ ในเวลาอันรวดเร็ว จี้นายกฯยอมถอย เปิดทางสร้างความเชื่อมั่น ทำตามฉันทามติร่วม ก่อน ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

พลโทภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย มั่นใจว่า การเคลื่อนไหวของนักเรียน นักศึกษา ประชาชน จะสร้างความรับรู้ จนขยายวงเพิ่มขึ้นไปทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีการชุมนุมไปแล้วกว่า40จังหวัด เพื่อแสดงเจตนารมณ์ และนำเสนอ ข้อเรียกร้องหลักทั้ง 3 ประการ ซึ่งประกอบด้วย การเรียกร้องให้ยุติการคุกคามประชาชน การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา จะขยายวงไปครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยผู้เข้าร่วมจะไม่ถูกจำกัดเฉพาะกลุ่มนักศึกษาเป็นหลักเท่านั้น ขณะที่เนื้อหาสาระในการชุมนุมจะเข้มข้นมากยิ่งขึ้นโดยกระบวนการดังกล่าว จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อมหาวิทยาลัยและโรงเรียนต่างๆเปิดการเรียนการสอนเต็มรูปแบบ

อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง รับรู้และมองเห็นปัญหาในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการชุมนุมจะมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่มีแกนนำ และจะเชื่อมโยง รับลูกถึงกันด้วยอุดมการณ์ร่วมกัน ซึ่งจะมีความต่อเนื่องและกระจายออกไปพื้นที่ต่างๆ
 อย่างไรก็ตามแม้ฝ่ายความมั่นคงสื่อสารไปถึงผู้มีอำนาจในประเด็นเหล่านี้ แต่”ผู้มีอำนาจที่ไม่ได้มาตามครรลองประชาธิปไตย มักเป็นพวกที่หูตึงตาบอด”จึงเชื่อว่ากลุ่มการเคลื่อนไหวถูกยุยงมาซึ่งเป็นคุณลักษณะของผู้นำที่มาจากการยึดอำนาจ 

 ส่วนจะนำไปสู่การปราบปรามประชาชนหรือไม่นั้น เชื่อว่าฝ่ายผู้มีอำนาจมีการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ในอดีต เพียงแต่เห็นว่าปัจจุบัน ความพยายามที่จะผ่อนสถานการณ์สายเกินไปแล้ว เพราะประชาชนไม่เกิดความเชื่อถือศรัทธาอันมาจากการบริหาร ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ทั้งหมดหากผู้มีอำนาจ บริหารจัดการและยอมถอยเป็น ก็จะไม่เกิดปัญหา แต่หากฝ่ายผู้มีอำนาจไม่ยินยอมที่จะถอย ยังยืนกรานที่จะยอมหักไม่ยอมงอ สุดท้ายประวัติศาสตร์ ที่เรียนรู้มาก็คงหลีกเลี่ยงความรุนแรงยาก

พลโทภราดร เชื่อว่า พลังการเคลื่อนไหวของนักเรียนนิสิตนักศึกษาประชาชนจะกลายเป็นฉันทามติร่วม ที่นำไปสู่ การแก้ไข และการดำเนินการตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 เรื่อง เพราะการเคลื่อนไหวของนักเรียนนักศึกษาเชื่อมโยงไปถึงคนทุกกลุ่ม ซึ่งข้อเสนอจะตกผลึกและกลายเป็นความชอบธรรมของคนส่วนใหญ่ โดยเชื่อว่ากระบวนการต่างๆจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ต้องเป็นไปตามหลักการทั้งหมด

อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติระบุว่าปัจจุบันมาถึงจุดที่โชคร้ายของนายกรัฐมนตรีเพราะพลเอกประยุทธ์ได้กลายเป็นตัวปัญหาหลัก คนจึงขาดความเชื่อมั่นและต้องการผู้นำใหม่ เพื่อเข้ามาดำเนินการ แทนพลเอกประยุทธ์ เพื่อทำให้ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการ สัมฤทธิ์ผลและมีประสิทธิภาพตรงใจประชาชน 

ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจะต้องถอยเพื่อให้บุคคลใหม่เข้ามาดำเนินการในสิ่งที่ประชาชนต้องการ จึงจะเกิดความเชื่อมั่นว่าข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ จะเกิดขึ้นได้จริง เช่น การหยุดการคุกคาม ตราบใดที่ผู้มีอำนาจมีรากฐานมาจากเผด็จการมาจากการยึดอำนาจ จึงเป็นเรื่องยากที่จะหยุดการคุกคามประชาชนเพราะเจ้าหน้าที่จะลอกเลียนแบบตัวผู้นำ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเห็นว่าเกิดขึ้นได้ยากเพราะรัฐธรรมนูญถูกออกแบบ เพื่อพวกพ้องตนเองจึงมีวุฒิสมาชิก 250 คน ดังนั้นจะไปคาดหวัง เพื่อให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากตัวนายกรัฐมนตรีจึงเป็นเรื่องยาก

Leave a comment