“ศรีสุวรรณ” บุก ป.ป.ช.สอบตำรวจ-อัยการฟันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปม”บอส อยู่วิทยา” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ศรีสุวรรณ” บุก ป.ป.ช.สอบตำรวจ-อัยการฟันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปม”บอส อยู่วิทยา”

"ศรีสุวรรณ" ร้อง "ป.ป.ช." สอบตำรวจ-อัยการ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่คดี"บอส อยู่วิทยา"

3 สิงหาคม 2563 – 11:58 น.

“ศรีสุวรรณ” บุก ป.ป.ช.สอบ “ตำรวจ-อัยการ” ฟันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คดี “บอส อยู่วิทยา” กรณีที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีในลักษณะมีพิรุธ และอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี

3 ส.ค.2563 เวลา 10.30 น.ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นนทบุรี  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องให้ดำเนินการสืบสวนและสอบสวน กรณี อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง ในทุกข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องขออนุมัติศาลเพิกถอนหมายจับในคดีขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อนั้น

อ่านข่าว…  เปิดตัว 6 พยานทำ “บอส อยู่วิทยา” รอดทุกข้อหา
 

กรณีดังกล่าว แม้ฝ่ายอัยการจะพยายามชี้แจงว่าเป็นไปตามเกณฑ์ปกติของการพิจารณาสั่งคดีอาญาของพนักงานอัยการอยู่แล้ว แต่ทว่าคำชี้แจงดังกล่าวเป็นการปัดภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของฝ่ายอัยการ ไปให้ฝ่ายตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบในการทำสำนวนคดีทั้งๆ ที่ตามอำนาจหน้าที่ระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของอัยการ 2547 อัยการมีอำนาจในการตรวจสอบสำนวนคดี และหากพบข้อพิรุธใดๆ ในสำนวนคดีก็มีอำนาจที่จะย้อนสำนวนให้ฝ่ายตำรวจได้ชี้แจงหรือสอบสวน หรือหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ 
         

โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งและข้อสงสัยกันของสังคม เช่น อัตราความเร็วของรถยนต์คันเกิดเหตุได้ 177 กม./ชม. ซึ่งแต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ดังกล่าวให้การว่าตามที่คำนวณไว้เดิมเป็นการคำนวณผิดที่ถูกต้องคืออัตราความเร็วของรถยนต์คันเกิดเหตุในขณะเกิดเหตุอยู่ที่ 79 กม./ชม. อัยการมองไม่เห็นความผิดปกติของสำนวนเลยหรืออย่างไร 
         

นอกจากนั้น ยังมีกรณีมหาวิทยาลัยมหิดลแจ้งพนักงานสอบสวนว่าตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหา แต่กลับไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานดังกล่าวในสำนวนการสอบสวนแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ประเด็นดังกล่าวมีการนำเสนอของสื่อมวลชนมาตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อปี 2555 แล้ว แต่อัยการกลับอ้างว่า ไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานดังกล่าวในสำนวนการสอบสวนแต่อย่างใด และไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาฐานเสพยาเสพติดแต่อย่างใด ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องของอัยการผู้สั่งคดีโดยชัดแจ้ง อันหมายถึงฝ่าตำรวจเจ้าของสำนวนคดีดังกล่าวด้วย
         

ที่เลวร้ายไปกันใหญ่เมื่อฝ่ายตำรวจอ้างว่า ได้รับการยืนยันจาก หมอฟันว่าสารที่ตรวจพบในร่างกายนายวรยุทธเป็นยาที่ให้ผู้ต้องหาในการรักษาฟันที่มีส่วนผสมของสารโคเคนอยู่ ทำให้ไม่สั่งฟ้องเรื่องสารเสพติด ซึ่งทำให้เหล่าหมอฟันต้องออกมาชี้แจงว่าประเทศไทยไม่มีการใช้โคเคนในทางทันตกรรมมามากกว่า 100-150 ปีแล้ว แต่ตำรวจกลับไปนำเรื่องการทำฟันมาเฉไฉเพื่อกลบเกลื่อนความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในตัวผู้ต้องหาเสียสิ้น สุดท้ายพอสังคมจับได้กลับอ้างว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเสียอย่างน่าละอาย
         

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำคำร้องมายื่นต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่า การที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีในลักษณะมีพิรุธ และอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี กรณีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส กรณีขับขี่รถโดยประมาททำให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตาย ถือว่าเป็นการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม พรป.ป.ป.ช.2561 ประกอบพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2547 ม.78(9) และ พรบ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ 2553 ม.19 วรรคสอง ประกอบ ม.21 หรือไม่ด้วย นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

Leave a comment