“ยุทธพงศ์” เข้าเคลียร์ “สุพล” อ้ำอึ้ง หลังถูกย้อนเกร็ดถามปม” บิ๊ก ป.” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ยุทธพงศ์” เข้าเคลียร์ “สุพล” อ้ำอึ้ง หลังถูกย้อนเกร็ดถามปม” บิ๊ก ป.”

24 สิงหาคม 2563 – 18:26 น.

 เดือด “ยุทธพงศ์” เข้าเคลียร์ “สุพล” ลั่น จะไม่มีวันก้มหัวให้เผด็จการ  อ้ำอึ้ง หลังถูกย้อนเกร็ดถามปม “บิ๊ก ป.”- “ยุทธพงศ์” ท้า ให้เปิดเผยบันทึกการประชุมวันที่ 17 ส.ค. ว่า กรรมาธิการฯ งบปี 64ได้มีมติให้แขวนเรื่องจัดซื้อเรือดำน้ำแล้วหรือไม่

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่มีปัญหากับนายสุพล ฟองงามประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียนในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 64  ได้มายังห้องประชุมอนุกรรมาธิการเพื่อจะเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น

โดยนายยุทธพงศ์ ยืนยันว่าเรื่องที่มีนายพล ป.โทรเข้ามาสั่งการว่า เป็นการพูดของเพื่อน ส.ส.ฝั่งรัฐบาล ซึ่งนายพล ป. ดังกล่าวโทรมาระหว่างพักการประชุม หลังจากที่มีมติ เสมอกัน 4 ต่อ 4  ก่อนที่ประธานจะลงมติชี้ขาด แต่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อ ส.ส. ที่บอกได้ ยืนยันว่า ก่อนที่นายสุพล จะลงมติได้ขอร้องนายสุพลแล้ว 2 ครั้งว่าควรส่งเรื่องนี้ให้กรรมาธิการงบชุดใหญ่ตัดสินใจแทนเพราะมติออกมาเสมอกัน 

อีกทั้งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. กรรมาธิการทุกคนก็เห็นตรงกันมาตลอดว่าไม่เห็นด้วย  ที่ประชุมมีมติให้แขวนเรื่องไว้ แต่กลับมาเปลี่ยนใจในวันที่ 21 ส.ค. แต่นายสุพลแย้งว่า ไม่มีการลงมติดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงความเห็นร่วมกัน ทำให้นายยุทธพงศ์ ขอให้นำบันทึกการประชุมมาเปิดเผย จะได้รู้ว่าใครมาเปลี่ยนแปลงมติอย่างไรบ้าง จะได้รู้ว่ามีอะไรมาทำให้คนเราเปลี่ยนมติได้ นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า 

“ตนเป็นผู้แทนภาคอีสานคนในพื้นที่จะอดตายอยู่แล้ว ไม่มีจะกินเดือดร้อนมากแต่กลับมาซื้อเรือดำน้ำ ยืนยันว่าตนไม่มีวันก้มหัวให้เผด็จการ” 

ด้านนายสุพล ยอมรับว่ารู้สึกอึดอัดตอนลงมติ เมื่อลงมติเสมอกัน 4 ต่อ 4 เสียง ข้อบังคับกำหนดให้ประธานชี้ขาด จึงจำเป็นทำตามข้อบังคับ โดยยอมรับว่าตัดสินใจลงมติเห็นชอบเพราะสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลและฟังเหตุผลของกองทัพเรือแล้วฟังขึ้น ก็เป็นสิทธิ์ของกรรมาธิการที่จะลงมติ  และเรื่องนี้ต้องฟังเหตุและผล ไม่อย่างนั้นจะมีกองทัพไว้ทำไม บ้านต้องมีกำแพงกองทัพก็ต้องการพัฒนาขีดความสามารถ และงบประมาณทั้งหมดไม่ได้กระทบกับงบประมาณช่วยเหลือประชาชน โดยให้จ่ายเป็นงวด ยืนยันว่ารับผิดชอบการตัดสินใจทั้งหมด ควรฟังเหตุผลของกองทัพเรือด้วย รวมถึงควรจบประเด็นในชั้นคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้แล้ว โดยให้เป็นการตัดสินในคณะกรรมาธิการฯ ชุดใหญ่ สภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาลด้วย หากเห็นว่าสถานการณ์ไม่เหมาะสมทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ก็อาจจะถอยได้ ซึ่งมติของคณะอนุกรรมาธิการเป็นเพียงมติเบื้องต้นเท่านั้น โดยขอให้รอฟังเหตุผลที่กองทัพเรือจะชี้แจง และรอฟังการพิจารณาในที่ประชุมคณะ
กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2564 วันที่ 26 สิงหาคมนี้
ส่วนกรณีที่นายยุทธพงศ์ อ้างว่า มีการล๊อบบี้จากนายพลชื่อย่อ ป. นายสุพล ยืนยันว่า ไม่มีการล๊อบบี้หรือโทรมาในที่ประชุม และตัดสินใจลงมติเพราะสังกัดฝ่ายรัฐบาล หากบอกว่ามีก็ต้องหาหลักฐานมาว่ามีการล๊อบบี้อย่างไร เพราะที่ลงมติเห็นชอบเป็นฝ่ายรัฐบาลทั้งสิ้น ขณะที่นายยุทธพงษ์ กล่าวเพียงว่า อย่าขอให้บอกชื่อแล้วกัน

ด้าน นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า หลังจากนี้ในการประชุมคณะกรรมาธิการฯงบประมาณชุดใหญ่ตนจะเสนอ ให้มีการทบทวน การอนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำดังกล่าวเพราะเห็นว่ากองทัพเรือชี้แจงไม่ชัดเจนและสัญญาระหว่างรัฐต่อรัฐที่จะผูกมัดให้ซื้อลำที่ 2 และ 3 นั้นไม่มี และจะนำเอกสารข้อมูลที่ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปลงนาม กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องเรือดำน้ำ รวมถึงยังมีข้อมูล ว่าบริษัทจีนที่มาลงนาม ซื้อเรือดำน้ำกับพลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ซึ่งเป็นเสนาธิการทหารเรือในขณะนั้น คือChina Shipbuilding and Offshore International Company(CSOC)  แม้จะอ้างว่าเป็น รัฐวิสาหกิจก็ตามแต่อยากให้ กลับไปดูแนวคำพิพากษาเรื่องคดีรับจำนำข้าว ที่ศาลฎีกาพิพากษาแล้วว่าหากเป็นการลงนามแบบรัฐต่อรัฐ จะต้องเป็นการลงนามระหว่างผู้นำรัฐบาลกับผู้นำรัฐบาลเท่านั้น จึงจะนำเรื่องนี้ไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช.พร้อมทั้งยืนยันด้วยว่า จะไม่ยอมให้ความเห็นชอบจัดซื้อเรือดำน้ำอีก 2 ลำอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่นายยุทธพงศ์ อ้างว่า มีการล๊อบบี้จากนายพลชื่อย่อ ป. นายสุพล ยืนยันว่า ไม่มีการล๊อบบี้หรือโทรมาในที่ประชุม และตัดสินใจลงมติเพราะสังกัดฝ่ายรัฐบาล หากบอกว่ามีก็ต้องหาหลักฐานมาว่ามีการล๊อบบี้อย่างไร เพราะที่ลงมติเห็นชอบเป็นฝ่ายรัฐบาลทั้งสิ้น ขณะที่นายยุทธพงษ์ กล่าวเพียงว่า อย่าขอให้บอกชื่อแล้วกัน

ด้าน นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า หลังจากนี้ในการประชุมคณะกรรมาธิการฯงบประมาณชุดใหญ่ตนจะเสนอ ให้มีการทบทวน การอนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำดังกล่าวเพราะเห็นว่ากองทัพเรือชี้แจงไม่ชัดเจนและสัญญาระหว่างรัฐต่อรัฐที่จะผูกมัดให้ซื้อลำที่ 2 และ 3 นั้นไม่มี และจะนำเอกสารข้อมูลที่ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปลงนาม กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องเรือดำน้ำ รวมถึงยังมีข้อมูล ว่าบริษัทจีนที่มาลงนาม ซื้อเรือดำน้ำกับพลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ซึ่งเป็นเสนาธิการทหารเรือในขณะนั้น คือ China Shipbuilding and Offshore International Company(CSOC)  แม้จะอ้างว่าเป็น รัฐวิสาหกิจก็ตามแต่อยากให้ กลับไปดูแนวคำพิพากษาเรื่องคดีรับจำนำข้าว ที่ศาลฎีกาพิพากษาแล้วว่าหากเป็นการลงนามแบบรัฐต่อรัฐ จะต้องเป็นการลงนามระหว่างผู้นำรัฐบาลกับผู้นำรัฐบาลเท่านั้น จึงจะนำเรื่องนี้ไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช.พร้อมทั้งยืนยันด้วยว่า จะไม่ยอมให้ความเห็นชอบจัดซื้อเรือดำน้ำอีก 2 ลำอย่างแน่นอน

Leave a comment