#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
“จตุพร”มั่นใจ “เรือดำน้ำ” ถูกจมแน่ เชื่อไม่มีพรรคใดกล้าทวนกระแส

26 สิงหาคม 2563 – 21:53 น.
“จตุพร”ประเมินแก้รธน.ของฝ่ายค้านแยกกันยื่นญัตติตามแต่ละแนวทางมีข้อดีแตกต่างกัน ยันวิธีเพื่อไทยล็อกเป้าแก้ ม.256 เปิดทางเลือก สสร.ของ ปชช.มาถูกทางที่สุด ชี้เป็นภูมิต้านทานปิดสวิตซ์ ส.ว.ที่ทรงอานุภาพกว่า มั่นใจเรือดำน้ำถูกจมแน่ เชื่อไม่มีพรรคใดกล้าทวนกระแส
เมื่อ 26 ส.ค. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk โดยประเมินแนวทางการแก้ไข รธน.ของพรรคร่วมฝ่ายค้านระหว่างพรรคเพื่อไทย กับ พรรคก้าวไกล และมั่นใจว่า แนวทางของพรรคเพื่อไทยเสนอแก้ ม.256 ให้ตั้ง สสร. มาปิดสวิตซ์ ส.ว. ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
“ผมเห็นด้วยกับแนวทางของพรรคเพื่อไทย พร้อมกับเชื่อว่า ในสถานการณ์การเมืองขณะนี้ การปิดสวิตซ์ ส.ว.ไม่มีความหมายใดเลยเมื่อไม่มีเลือกตั้งใหม่ ดังนั้น แนวทางตั้ง สสร. ให้อำนาจร่าง รธน.มาเป็นของประชาชนก่อน แล้วจึงรณรงค์แก้ รธน. ยึดคืนที่มาและอำนาจ ส.ว.อีกขั้นตอนหนึ่ง”
นายจตุพร กล่าวว่า การแก้ รธน.ของพรรคร่วมฝ่ายค้านได้แยกเสนอญัตติแตกต่างกัน โดยเพื่อไทยเสนอแก้ ม.256 ตั้ง สสร.ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนก้าวไกล ยื่นแก้ รธน. 3 ฉบับ ในหมวดบทเฉพาะกาลตั้งแต่มาตรา 269-272 ว่าด้วย ยกเลิกการรับรองคำสั่ง ประกาศ ของ คสช. และยกเลิกอำนาจ ส.ว.ตามบทเฉพาะการว่าด้วยการเลือกนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเสนอตั้ง สสร.ตาม ม.256 ด้วย
อีกทั้ง กล่าวว่า การจะเสนอแก้แนวทางไหนก็ตาม ต้องผ่านกระบวนการให้ได้เสียงเกินครึ่งของสองสภาร่วมกัน คือสภาผู้แทนและวุฒิสภา และมติผ่านต้องมีเสียงเกินครึ่งนั้น ต้องประกอบด้วย ส.ว. จำนวนอย่างน้อย 84 เสียงลงมติด้วย
“เรากำลังทำการใหญ่ในการแก้ รธน.ทั้งฉบับ โดยให้ประชาชนเป็นผู้แก้ไข ผ่านอำนาจการร่างจาก สสร. แต่การอ้างสองเรื่องในคราวเดียวกัน ทั้งตั้ง สสร.และแก้รายมาตรานั้นได้อะไรขึ้นมา ถ้ายังไม่มีการยุบสภาละจะทำอย่างไร เชื่อหรือว่าจะยุบสภาเร็วๆนี้ แต่ต้องคิดว่า ถ้ามีการถอดปลั๊กเสียก่อนจะเป็นอย่างไร”
นายจตุพร บอกว่า อย่าเอาแค่ความรู้สึกมาแก้ รธน. เพราะการดำเนินการในอดีตไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย ส่วนตนนั้นเห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทยที่มาถูกทางในการแก้ ม.256 ตั้ง สสร. สำหรับพรรคก้าวไกลประเมินถึงพลังมวลชนจะเกิดการกดดันนั้น ในอดีตมีมวลชนชุมนุมกดดันเรือนหมื่น เฉียดแสนจนได้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง แต่มาถูกกลไกศาล รธน. ด้วยคนเพียง 9 คนมาล้มกระดาน ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้ว
“วันนี้ ผมต้องการผลลัพธ์ และเชื่อว่าไม่มีอะไรเป็นภูมิต้านทานดีกว่าประชาชนที่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ เราต้องให้ สสร.มาจากเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน แล้วจึงรณรงค์ผ่าน สสร.ในการแก้ รธน.อีกขั้นตอนหนึ่ง ดังนั้นสิ่งสำคัญด่านแรกคือ เปิดประตูให้เกิด สสร. แต่ถ้า สว.ไม่ร่วมมือเปิดประตูก็เข้าสภาไม่ได้ เราต้องทุบหน้าต่างเป็นช่องเข้าไป”
นอกจากนี้ ถ้ามีการแก้ รธน. โดยเปลี่ยนวิธีเลือกตั้งเป็นแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ บัตรเลือก ส.ส.และรายชื่อบัญชีพรรคแล้ว พรรคเพื่อไทยจะได้ประโยชน์กับแนวทางนี้มากที่สุด ส่วนพรรคอื่นนั้น ตนมั่นใจว่าคงต้องการบัตรใบเดียว
นายจตุพร ย้ำว่า แนวทางแก้ รธน.ตาม ม.256 ตั้ง สสร.โดยประชาชนมาร่าง รธน.ใหม่จะเกิดประโยชน์มากที่สุด ส่วนแนวทางของพรรคก้าวไกลก็มีประโยชน์เช่นกัน แต่ติดขัดในขั้นปลายทางเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถคาดถึงผลสำเร็จการแก้ รธน. จนกว่าจะมี รธน.ประกาศใช้จึงจะเชื่อว่า สำเร็จแล้ว ดังนั้น เส้นทางแรกต้องให้การแก้ รธน.มาอยู่ในมือประชาชนเท่านั้น จึงจะปลอดภัยที่สุด
ส่วนการเลื่อนวาระลงมติงบประมาณซื้อเรือดำน้ำนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เนื่องจาก กมธ.วิสามัญงบประมาณปี 2564 รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการจมเรือดำน้ำ ส่วนพรรคอื่นๆก็อยู่ในอาการลังเล เนื่องจากประเทศ ประชาชนมีความยากลำบาก บอบช้ำกับวิกฤตเศรษฐกิจช่วงโควิดระบาดอย่างหนักหน่วงมา ดังนั้น รัฐบาลไทยจึงต้องคุยกับจีนขอพักการซื้อเรือดำน้ำไว้ก่อน เชื่อว่า จีนคงไม่ว่าอะไร
“ผมว่า เรือดำน้ำจะเป็นชนวน และเชื่อขนมกินได้ว่า ไม่สามารถทัดทานกระแสประชาชนได้ แล้วที่สุดก็ยกเลิก ขอให้จำปากผมไว้ ส่วนปัญหาการเมืองประเดประดังมาในช่วงนี้ เป็นเพียงสถานการณ์การเมืองปกติเท่านั้น”
นายจตุพร ย้ำทิ้งท้ายว่า วันนี้เป็นช่วงต้องยกเครื่อง รธน. 2560 ทั้งฉบับใหม่ และต้องเปิดเสรีภาพรณรงค์ให้แก้ รธน.ได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของ และใครจะมาฉีก รธน.แล้ว ประชาชนจะปกป้อง ส่วนการปิดสวิตซ์ ส.ว. นั้น ถ้าได้พลังจากประชาชนมาปิด จะมีอนุภาพมากที่สุด