“ศักดิ์ดุล คำสิทธิ์ “เดินตามแนวพระราชดำริของพ่อหลวง สร้างชีวิตใหม่ด้วยเกษตรผสมผสาน ที่เมืองน่าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ศักดิ์ดุล คำสิทธิ์ “เดินตามแนวพระราชดำริของพ่อหลวง สร้างชีวิตใหม่ด้วยเกษตรผสมผสาน ที่เมืองน่าน

"ศักดิ์ดุล คำสิทธิ์ "เดินตามแนวพระราชดำริของพ่อหลวง สร้างชีวิตใหม่ด้วยเกษตรผสมผสาน ที่เมืองน่าน26 สิงหาคม 2563 – 15:31 น.

“ศักดิ์ดุล คำสิทธิ์ “เดินตามแนวพระราชดำริของพ่อหลวง สร้างชีวิตใหม่ด้วยเกษตรผสมผสาน ที่เมืองน่าน

โครงการปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ จังหวัดน่าน ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก.ได้ร่วมบูรณาการการทำงานเพื่อพัฒนาชีวิตผู้คนในท้องถิ่น ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร อันนำไปสู่การสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับประชาชน
การดำเนินงานและบทบาทของ ส.ป.ก. ได้เริ่มขึ้นหลังจากที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดน่าน (ส.ป.ก.น่าน) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือกับจังหวัดน่าน และประธานคณะทำงานโครงการปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ ในฐานะคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อน
โครงการฯ รับผิดชอบดำเนินการในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปัว ภูเพียง เฉลิมพระเกียรติ บ้านหลวง ท่าวังผา สันติสุข เชียงกลาง เวียงสา และอำเภอเมืองน่าน

"ศักดิ์ดุล คำสิทธิ์ "เดินตามแนวพระราชดำริของพ่อหลวง สร้างชีวิตใหม่ด้วยเกษตรผสมผสาน ที่เมืองน่าน

ทั้งนี้ ส.ป.ก.ได้มุ่งเน้นแนวทางส่งเสริมเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคการเกษตรและชนบท และการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านความมั่นคง รวมถึงบูรณาการองค์ความรู้ ตามแนวพระราชดำริใน 6 มิติหลักได้แก่ มิติเรื่องดิน น้ำ เกษตร พลังงานทดแทน ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังน้อมนำหลักการทรงงาน 23 ข้อของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร เป็นแนวทางหลักในการพัฒนาคนควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่

            "ศักดิ์ดุล คำสิทธิ์ "เดินตามแนวพระราชดำริของพ่อหลวง สร้างชีวิตใหม่ด้วยเกษตรผสมผสาน ที่เมืองน่าน
นับจากวันเริ่มต้นจนมาถึงวันนี้ ได้ปรากฏผลความสำเร็จในการสร้างความอยู่ดีมีสุขทั้งด้าน การดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพ ดั่งเช่น นายศักดิ์ดุล คำสิทธิ์ เกษตรกรต้นแบบศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรผสมผสานในเขตปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก. ภายใต้ “โครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ” ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 59 หมู่ที่ 1 บ้านพืชเจริญ ตำบลน้ำตก อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

               "ศักดิ์ดุล คำสิทธิ์ "เดินตามแนวพระราชดำริของพ่อหลวง สร้างชีวิตใหม่ด้วยเกษตรผสมผสาน ที่เมืองน่าน
นายศักดิ์ดุล เป็นเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินตามเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 19 ไร่ ชีวิตของเกษตรกรผู้นี้ได้พลิกเปลี่ยน จากเดิมที่เน้นการทำเกษตรเชิงเดี่ยว โดยปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นหลัก 
“ตอนนั้นชีวิตลำบากมากครับ ปลูกข้าวโพด แต่ได้ผลผลิตน้อย ไม่คุ้มเหนื่อย เนื่องจากมีปัญหาหลายอย่าง เช่น สภาพดินเสื่อมโทรม  ขาดแคลนน้ำ และที่สำคัญต้องใช้สารเคมีเยอะมาก ต่อมาได้เข้าร่วมโครงการปิดทองหลังพระฯ ซึ่งทางส.ป.ก. ได้เข้ามาส่งเสริมแนะนำ ในปี พ.ศ. 2559”
ทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเกษตรกรต้นแบบผู้นี้บอกว่า องค์ความรู้ต่าง ๆรวมถึงแนวทางการพัฒนาตามพระราชดำริและหลักการทรงงานของของในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้ถูกนำมาใช้เป็นหลักของชีวิต 
“ผมได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรจากเกษตรเชิงเดี่ยว มาเป็นเกษตรผสมผสาน ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่  เน้นการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกิจกรรมการเกษตรเพื่อสร้างรายได้ที่หลากหลาย ทั้ง การเลี้ยงหมูป่า เลี้ยงกบ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ปลูกไม้ผล เช่น แก้วมังกร มะละกอ ฝรั่ง กล้วย สับปะรด และปลูกผักสวนครัว คะน้า ผักกาด ผักหวานป่า ฯลฯ ส่งผลให้มีอาหารเพียงพอต่อการบริโภค และจำหน่ายต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยมีรายได้ถึงปีละ 500,000 บาท เกิดความมั่นคงในอาชีพอย่างยั่งยืน” นายศักดิ์ดุลกล่าว
“ทุกวันนี้ ผมใช้แนวคิดของพ่อหลวงท่านมาเป็นธงนำครับ โดยเฉพาะจากหลักการทรงงานที่ท่านแนะนำว่า เมื่อทำแล้วต้องศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทำงานอย่างผู้รู้จริง ซึ่งผมทำตามอย่างจริงจัง จนทำให้การทำเกษตรผสมผสานประสบความสำเร็จ ทำให้เรามีกินมีใช้ปลดหนี้ ปลดสินได้ ทุกวันนี้ถ้าไม่มีพ่อหลวงเราคงไม่มีวันนี้”
“สำหรับผมแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมถือว่าภูมิใจมาก ที่ได้เดินตามพ่อหลวง เพราะท่านได้สร้างไว้ว่า ทำทุกอย่างที่เรากิน กินทุกอย่างที่เราทำแล้วปลูกในสวน ทุกวันที่ผมทำในสวน รายจ่ายในครอบครัวลดลง รายจ่ายลดไปครึ่งหนึ่ง อาหารการกินที่ผมซื้อมากินในครอบครัวคือเนื้ออย่างเดียว อย่างอื่นของในสวนหมด”นายศักดิ์ดุลกล่าว

ด้วยความสำเร็จที่เกิดขึ้น สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดน่าน จึงได้คัดเลือกให้พื้นที่ของนายศักดิ์ดุล เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรผสมผสาน เปิดโอกาสให้เพื่อนเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินที่สนใจได้เดินทางมาศึกษาและเรียนรู้เพื่อนำไปปรับใช้กับเรือกสวนไร่นาของตนเอง
 “มาที่ศูนย์ฯของผม จะมีทั้งการให้แนวคิดแนวทางปฏิบัติ และเรียนรู้จากกิจกรรมต่างๆที่มีแบบลงมือทำจริง ซึ่งผมจะเน้นกับทุกคนเสมอว่า ใจต้องมาก่อน ทำการเกษตรถ้าใจไม่มาไม่ต้องทำครับ ถึงมีเงินก็ไม่สำเร็จ ใจต้องมาก่อน ขั้นตอนต่อไปคือ ศึกษาครับ ต้องทดลองด้วยตัวเอง อย่างผักหวานผมลองมา 7 ปีถึงจะได้ ถึงวันนี้7 ปี ผมลองผิดลองถูกมาตลอด มีแต่คนหาว่าผมบ้า ผักหวานอยู่บนดอยแล้วมาปลูกที่ราบ” 
สำหรับหลักการทำเกษตรผสมผสาน นายศักดิ์ดุลได้ให้ข้อแนะนำว่า หลักการสำคัญคือต้องปลูกหลายๆอย่างไม่ใช่ปลูกอย่างเดียว ต้องทำให้มีรายได้หมุนเวียนทุกวัน 
 “อีกทั้งการจัดแปลงปลูกพืชหรือทำกิจกรรมเกษตรอื่นๆ ผมจะแนะนำให้แบ่งเป็นโซน ในรูปแบบของการปลูกไม้ 3 ระดับ คือ มีเตี้ย มีกลาง แล้วมีสูง อย่างไม้ต้นสูง เช่น ปลูกไม้ผล อย่าง มะขาม กระท้อน มะพร้าว ชั้นกลางเน้นปลูกไม้ล้มลุก เช่น พริก มะเขือ กระเจี๊ยบ ส่วนไม้ประเภทเตี้ย เน้นเป็นพืชผักต่างๆ เช่น ผักชี ผักสลัดกรีนโอ๊ต  ต้นหอม เป็นต้น” นายศักดิ์ดุลกล่าวในท้ายที่สุด
 เพราะการรู้จริงในสิ่งที่ทำ เพราะความทุ่มเท และยึดแนวทางการทำงานการประกอบอาชีพ ตามแนวพระราชดำริ จึงนำมาซึ่งความสำเร็จของเกษตรกรแห่งจังหวัดน่าน ภายใต้โครงการปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ ที่ชื่อ ศักดิ์ดุล คำสิทธิ์ ผู้นี้

Leave a comment