#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
“จตุพร”ตอกย้ำ…ฟังให้ชัดอีกครั้ง…เกิดรัฐประหารต้องเจอกันแน่

10 กันยายน 2563 – 22:53 น.
“จตุพร”ตอกย้ำ…ฟังให้ชัดอีกครั้ง…เกิดรัฐประหารต้องเจอกันแน่ เชื่อผู้รักประชาธิปไตยทัพใหญ่จะออกมาต่อต้าน ต่อสู้จนสุดกำลัง เตือนรัฐบาลอย่าทำตัวเป็นศัตรูกับ ปชช. ลั่นมือที่สามแทรกสร้างสถานการณ์ มีคนตาย รัฐบาลต้องรับผิดชอบ
เมื่อ 10 ก.ย. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk โดยตอกย้ำถึงการชุมนุมใหญ่ของพลังเยาวชนหนุ่มสาวในวันที่ 19 ก.ย.ว่า ถ้ากลุ่มอำนาจยกเป็นข้ออ้างทำรัฐประหารแล้ว ตนจะลุกขึ้นต่อต้านอย่างแน่นอน
นายจตุพร กล่าวถึงการแถลงของ นศ.ธรรมศาสตร์ ที่นัดหมายการชุมนุม 19 ก.ย.ว่า เป็นการประจานความเสียหายที่เกิดจากผลพวงการยึดอำนาจเมื่อ 19 ก.ย. 2549 แล้วฉีก รธน. 2540 ซึ่งเชื่อว่าเป็นฉบับประชาชนที่ดีที่สุดของประเทศไทย จากนั้นก็เขียน รธน.ใหม่มาแทนจนทำให้ประเทศอยู่ในสภาพ 1 ประเทศ 2 ระบบ คือ มีการเลือกตั้ง แต่ซ่อนเผด็จการไว้ในกลไกองค์กรอิสระตาม รธน. 2550
แม้ช่วงนั้น ฝ่ายประชาธิปไตยรณรงค์ทำประชามติไม่รับแต่ก็แพ้ แล้วผลลัพธ์ได้มาสำแดงให้ผลการเลือกตั้งชนะ โดยผลพวงนี้ถูกส่งมาถึงการเขียน รธน. 2560 ให้ใช้การเลือกตั้งระบบบัตรใบเดียว เพื่อป้องปรามไม่ให้พรรคการเมืองได้เสียงเกินครึ่ง อีกทั้งยังให้แต่งตั้ง 250 ส.ว.และร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จนได้คนที่แต่งตั้ง สว.เป็นนายกรัฐมนตรี
จุดยืนของพวกเราคือ ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง ถ้าไม่เลือกตั้งก็ไม่จำเป็นต้องมี สว. ซึ่งไม่ใช่เรื่องว่า ดีหรือไม่ดี แต่กระบวนการประชาธิปไตยต้องมาจากเลือกตั้ง นอกจากนี้ ใน รธน. 2560 ยังกำหนดให้ผู้นำเหล่าทัพ 6 คนเป็น สว.โดยตำแหน่งอีก ต้องมาประชุมสภา 2 วัน ทำงานพัฒนากองทัพ 3 วัน จึงทำลายระบบและกลไกกองทัพ เพียงแค่ต้องการให้กองทัพมาคุ้มกันรัฐบาลเท่านั้นเอง สิ่งนี้เป็นความล้มเหลวของ รธน. 2560
นายจตุพร กล่าวว่า จากรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 แล้วส่งไม้มาถึงยึดอำนาจ 22 พ.ค. 2557 และตนเชื่อว่า จะมีการส่งไม้กันต่ออีก ส่วนเป็นวันใดนั้น คิดว่าไม่นานคงจะเห็นกัน เมื่อวานนี้ (9 ก.ย.) ตนได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า รัฐบาลมีหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ถ้ามีมือที่สามเข้ามาแทรกแซง ทำให้เกิดเหตุบาดเจ็บล้มตาย รัฐบาลต้องรับผิดชอบ
อีกอย่าง รัฐบาลต้องอำนวยความสะดวกเรื่องห้องน้ำให้ประชาชน รวมทั้งมีเต็นท์พยาบาล รถพยาบาลต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องนำมาบริการ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยทางการเมือง แต่ต้องเห็นการชุมนุมของประชาชนเป็นสิทธิเสรีภาพ ถ้ารัฐบาลอยู่ด้วยความรับผิดชอบ ไม่ปากว่าตาขยิบต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชน
“เมื่อวานผมประกาศชัดเจนว่า นายจตุพร พหรมพันธุ์ พูดต่อหน้าอัฐิของวีรชน 2535 ที่ร่วมสู้ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ว่า ถ้ามีรัฐประหาร ผมจะลุกขึ้นนำทัพขึ้นต่อสู้อย่างไม่ไหวหวั่น เพราะบ้านเมืองวันนี้แม้มีประชาธิปไตยครึ่งซีก ครึ่งเสี้ยวก็ตาม แต่สิ่งที่เราต้องการให้บ้านเมืองเข้าถึงประชาธิปไตยที่ประชาชนมีอำนาจ และสามารถแก้ไขปัญหาชาติโดยแนวทางสันติวิธี”
ในขณะนี้ประเทศเดือดร้อนจากปัญหาโควิด การท่องเที่ยวต้องสูญรายได้อีกนับปี หากวันนี้ยังไม่เข้าใจอะไรเลย แล้วยังอยู่แบบลอยหน้าลอยตาโดยไม่เข้าใจว่าความเดือดร้อนคืออะไร เมื่อคนหนุ่มสาวลุกขึ้นมาสู้ ถ้าตนต้องไปร่วมด้วยจะยิ่งทำให้ต้องรับมือหนักยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องลำบากของคนหนุ่มสาว ดังนั้น ตนจะสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยึดบทบาทคัดท้ายสถานการณ์ และพยายามเตือนแต่ละฝ่ายด้วย
อย่างไรก็ตาม ที่อธิบายมานั้น เพราะไม่ต้องการให้เกิดความตายแล้วมีวีรชนขึ้นอีกแม้แต่รายเดียว ที่สำคัญต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติวิธี รวมทั้งสะท้อนให้เห็นว่า บ้านเมืองเมื่อปกครองด้วยปืนแล้วจะอยู่กันได้ตลอดไปซึ่งไม่จริง มันต้องปกครองด้วยหัวใจว่า ใครจะครองใจคนได้ก็เป็นผู้ปกครอง
สิ่งที่น่าห่วงใยคือ การปลุกของอีกฝ่ายหนึ่งให้เกิดความชิงชังกัน ตนติดตามทุกสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และย้ำว่า ถ้ามีการรัฐประหาร ตนก็จะลุกขึ้นมาต่อสู้ ดังนั้น หวังว่ารัฐบาลจะทำตามปากพูดว่า เห็นเป็นลูกเป็นหลาน
“แต่ที่มากกว่านั้นก็คือว่า รัฐบาลต้องรู้ว่า ถ้ามีคนตาย รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ย้ำอีกครั้ง รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม อย่าทำหน้าที่เป็นศัตรูกับผู้ชุมนุม ตำรวจต้องอำนวยความสะดวก ตรวจตราทั้งหลาย”
นายจตุพร ย้ำว่าวันนี้ต้องการเรียกร้องเสียงดังว่ารัฐบาลต้องดูแลรักษาความปลอดภัย ระวังมือที่สามไม่ให้เข้ามาสร้างสถานการณ์ ถ้ารัฐบาลไม่ปากว่าตาขยิบ สั่งตำรวจดูแลอย่างเคร่งครัดเรื่องก็ไม่เกิดขึ้น
อีกทั้ง บอกว่า โรคแทรกกับการชุมนุมนั้น จะเป็นเรื่องปกติที่ไม่ปกติกันทุกครั้ง หวังว่า จากธรรมศาสตร์ปลายทางไปทำเนียบรัฐบาลนั้น ระหว่างทางจะไม่เกิดสิ่งที่นำพาไปสู่ความกังวล
“ขอยืนยันว่า ถ้าผลพวงจากการชุมนุมถูกหยิบยกมายึดอำนาจ ผมและผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย ซึ่งจะเป็นทัพใหญ่นั้นจะลุกขึ้นมาต่อต้านคณะรัฐประหารอย่างสุดกำลัง เพราะมีรัฐประหารขึ้น ความหายนะจะเกิดทุกครั้ง”