#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
จับตา”คุณหญิงอ้อ-พจมาน” นำทัพเพื่อไทย
26 กันยายน 2563 – 20:01 น.
จับตา”คุณหญิงอ้อ-พจมาน” นำทัพเพื่อไทย สร้างพรรคให้ยิ่งใหญ่เหมือนสมัย”ไทยรักไทย” ด้าน “สุวินัย ภรณวลัย” ชี้ หมากประกาศิตของคุณหญิงพจมาน
ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suvinai Pornavalai ว่า
หมากประกาศิตของคุณหญิงพจมาน
การเมืองไทยแต่เดิมก็เป็นการเมืองเชิงสัญญลักษณ์อยู่แล้ว
อาการแพแตกของพรรคเพื่อไทยแพแตกในคืนนี้ น่าจะเพราะได้รับสัญญาณบางอย่างเจ้าของพรรคตัวจริงนั่นเอง
ถ้าอาการแพแตกของพรรคเพื่อไทยในคืนนี้ ทำให้ถอนฟืนออกจากกองเพลิงได้
เราคงต้องขอบคุณคุณหญิงพจมาน ชินวัตรที่ขยับหมาก”ประกาศิต” นี้เพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง
#คุณหญิงพจมานฉลาดและล้ำลึกจริงๆ
ถ้าคนอ่านเกมขาด หมากนี้ของคุณหญิงพจมาน บอกได้คำเดียวว่า
“มันจบแล้วท่าน”
หลังจากนี้พวกเสื้อแดงคงต้องตัวใครตัวมันแล้วละ
ส่วนม็อบวันที่14 ตุลาเดือนหน้าคงเกิดยากแล้ว
มีกระแสข่าวว่าในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะเข้ามานำทัพ และเป็นผู้ประสานสิบทิศด้วยตัวเอง โดยจะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น และจะรวบรวมนักการเมืองที่แตกออกไปทั้งหมดให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อให้การบริหารงานเป็นเอกภาพ จึงต้องปรับเปลี่ยนจากโครงสร้างเดิม ผู้ใหญ่ในพรรคซึ่งไม่ได้เป็น ส.ส. และได้บริหารพรรคอยู่ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์จึงต้องลาออก เพื่อจะยุบคณะกรรมการชุดนี้ ให้มาทำงานภายใต้ คุณหญิงพจมานโดยตรง
รายงานข่าวยังระบุอีกว่า การปรับโครงสร้างพรรคเพื่อไทยเพราะต้องการสร้างพรรคให้ยิ่งใหญ่เหมือนสมัยพรรคไทยรักไทย กอบกู้วิกฤติศรัทธา ทำพรรคให้มีทิศทางฝากความหวัง ชิงกระแสประชาชน ประชาธิปไตยจากพรรคก้าวไกล กลับมาเป็นเสาหลักอย่างแข็งแกร่งเหนือใคร หลังจากรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวทำให้ต้องแตกพรรคแกนนำส่วนหนึ่งออกไป และเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองทำให้ขาลอย หลายคนก็แยกตัวออกไปเพราะเข้ากับแกนนำซีกคุณหญิงสุดารัตน์ ไม่ได้ และต้องการจะกลับมาเพียงแต่โครงสร้างพรรคไม่เอื้ออำนวย
ดังนั้นจึงต้องทำการปรับโครงสร้าง เพื่อเปิดทางให้ทุกคน ทุกกลุ่มสามารถกลับมาทำงานร่วมกันในลักษณะคานอำนาจ แยกกลุ่ม ก๊วน และรวมกันเพื่อต่อสู้เลือกตั้งครั้งใหม่ บนสมมติฐานการคาดหวังว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แต่ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จอาจต้องเปลี่ยนแผนแยกพรรคเช่นเคย