#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/635374
วันที่ 13 ต.ค. 2563 เวลา 21:10 น.
หญิงแคนาดาคืนโบราณวัตถุปอมเปอีที่ขโมยไป 15 ปีก่อนอ้างเจออาถรรพ์
CNN รายงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นิโคล หญิงชาวแคนาดาได้คืนโบราณวัตถุทั้งหมด 5 ชิ้นที่เธอขโมยไปในปี 2005 ประกอบด้วยกระเบื้องโมเสคสีขาว 2 แผ่น, โถ 2 ใบ และผนังเซรามิก 1 ชิ้น ให้แก่อุทยานโบราณคดีปอมเปอี พร้อมจดหมายระบุว่า “ตอนนั้นฉันยังเด็กและโง่เขลา ฉันเพียงอยากจะครอบครองสิ่งของทางประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถหาซื้อได้”
นอกจากนี้เธอยังเล่าว่าตั้งแต่ที่เธอกลับไปยังแคนาดาเธอป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมและต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 2 ครั้ง อีกทั้งครอบครัวของเธอยังประสบปัญหาทางการเงิน เธอคิดว่าสาเหตุทั้งหมดมาจากคำสาปจากปอมเปอี
“ฉันหยิบสิ่งของในประวัติศาสตร์ที่อยู่ในช่วงเวลาที่มีพลังงานเชิงลบมากมาย ฉันนำกระเบื้องที่อยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยอง โปรดยกโทษให้กับการกระทำที่ประมาทของฉันเมื่อหลายปีก่อน” เธอกล่าว
ทั้งนี้เหตุภูเขาไฟวิซุเวียสปะทุในปอมเปอีคร่าชีวิตคนไปกว่า 15,000 คนโดยผู้เสียชีวิตเหล่านั้นถูกฝังทั้งเป็นจากเถ้าหินภูเขาไฟ
รวมถึงก่อนหน้านี้ยังมีหญิงชาวอังกฤษส่งชิ้นส่วนกระเบื้องโมเสคที่ถูกขโมยไปตั้งแต่ปี 1970 โดยเธอเล่าว่าเธอได้รับสิ่งของเหล่านี้มาจากพ่อและแม่ของเธอ และสิ่งของเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีผู้คนนับร้อยได้คืนโบราณวัตถุ อาทิ กระเบื้องโมเสค และปูนปลาสเตอร์ ที่พวกเขาได้ขโมยไประหว่างการเยี่ยมชมเมืองปอมเปอี และมักจะแนบจดหมายขอโทษพร้อมอ้างว่าโบราณวัตถุเหล่านั้นทำให้เขาต้องพบเจอกับโชคร้าย
ไม่เพียงแต่ที่ปอมเปอีเท่านั้นแต่ยังมีโบราณสถานอีกหลายแห่งที่นักท่องเที่ยวมักอ้างว่าพวกเขาต้องเผชิญกับคำสาปหลังขโมยโบราณวัตถุไปครอบครอง รวมถึงประเทศไทยเช่นกัน
โดยในปี 2018 นักท่องเที่ยวต่างชาติส่งพัสดุคืนมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายในเป็นเศษอิฐและปูนรวม 3 ชิ้น พร้อมจดหมายระบุว่า ขอความกรุณานำสิ่งของส่งคืนที่วัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากผู้ที่นำไปกำลังอยู่ไม่เป็นสุข
ในปีเดียวกันอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับก้อนอิฐคืนจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นำไปจากวัดไชยวัฒนาราม พร้อมแนบจดหมายว่าเขาได้ไปเที่ยวที่วัดดังกล่าวและนำก้อนอิฐก้อนหนึ่งกลับบ้าน จากนั้นมีอาการป่วยไม่ทราบสาเหตุ รู้สึกไม่สบายใจ จึงนำก้อนอิฐมาคืนพร้อมดอกไม้ธูปเทียนเพื่อขอขมาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมากที่พบเจอเรื่องราวต่างๆ หลังนำโบราณวัตถุติดตัวกลับไป จนต้องส่งคืนกลับมาโดยไม่มีการเล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเพียงแต่บอกว่าจะไม่ขโมยของในเขตโบราณสถานอีก