#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/politic/448174
“ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ” รับทราบข้อหา ม.116

5 พฤศจิกายน 2563 – 13:18 น.
“ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ” รับทราบข้อหา ม.116 ชี้ “อดีตพุทธะอิสระ” นำข้อมูลเก่าโยงเหตุการณ์ปัจจุบัน ย้ำหากนายกฯไม่ลาออกการเมืองไทย จะหาทางออกไม่ได้
5 พ.ย.63 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เปิดเผยหลังเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ตามหมายเรียกในความผิดมาตรา 116 ที่ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีต พระพุทธะอิสระ เป็นผู้กล่าวหา
นายปิยบุตร เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนเองถูกดำเนินคดีเนื่องจากนายสุวิทย์ อ้างถึง การกระทำหลายอย่าง ที่มองว่าเข้าข่าย ม.116 ตั้งแต่บทความเก่า หนังสือและการบรรยายในห้องเรียน สมัยที่ตนเองยังเป็นอาจารย์ในม.ธรรมศาสตร์ และการไลฟ์เฟซบุ๊กว่าด้วยเรื่องการนำข้อเรียกร้อง 3 ข้อของผู้ชุมนุม มาพูดคุยใน คณะกรรมปรองดองสมานฉันท์ ส่วนของนายธนาธร และน.ส.พรรณิการ์ ก็อ้างอิงถึงการบรรยายเรื่องงบประมาณของพระมหากษัตริย์มาใช้ในการดำเนินคดี ซึ่งตนเองมองว่า ข้อเท็จจริงทั้งหมดเป็นเรื่องเก่านานกว่า10ปี แต่ถูกนำมาโยงเข้ากับเหตุการณ์ในปัจจุบัน อีกทั้งเป็นการอภิปรายด้วยความปรารถนาดี เพื่อหาทางออกแต่กลับถูกมองว่าเป็นความผิดในสายของนายสุวิทย์ทั้งหมดและยังไม่เป็นคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย เพราะต้องนำเรื่องนี้ไปต่อสู้ในชั้นศาล
นอกจากนี้ยังได้สอบถาม ผบช.น. ว่าเคยรวบรวมสถิติการดำเนินคดีตามม.116 หรือไม่ ว่า ศาลยกฟ้องหรือยกคำร้องไปกี่คดี ซึ่งบางคดีที่ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินเรื่องก็ได้ แต่การกระทำใน ปัจจุบันนี้เป็นการใช้กฎหมายม.116 ในการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่าการหาทางออกให้กับสถานการณ์การเมืองของไทย จำเป็นต้องนำข้อเสนอทั้ง3ข้อ มาพูดคุยในคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งเป็นเวทีปลอดภัย
ขณะที่นายธนาธร ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดนายกรัฐมนตรีต้องลาออกจากตำแหน่งและหยุดดำเนินคดีกับผู้ที่เห็นต่าง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่านายกรัฐมนตรีเป็นเงื่อนไขสำคัญในการหาทางออก หากไม่ลาออกก็จะไม่มีทางหาทางออกได้
ด้านน.ส.พรรณิการ์ ได้ฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า อาวุธที่รัฐบาลใช้มาตลอดคือการดำเนินกับผู้เห็นต่าง แต่ปัจจุบันอาวุธนี้เปรียบเทียบกระสุนด้าน เพราะการถูกดำเนินคดี ไม่ได้ทำให้พวกเราหยุด แต่กลับยิ่งทำให้ได้รับแรงสนับสนุนและความเห็นใจจากประชาชน แลกกับการเสียเวลาในการทำงานเท่านั้นซึ่งพวกเราจะพิสูจน์ให้เห็นว่าจะสามารถเอาชนะอิทธิพลเถื่อนได้ทั้งในระดับจังหวัดและระดับชาติ