“ก้าวไกล” ชี้ “นายกฯ” ไม่ควรใช้อำนาจปัดตกร่าง พ.ร.บ. รับราชการทหาร ก่อนเสนอเข้าสภา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/448492

“ก้าวไกล” ชี้”นายกฯ”ไม่ควรใช้อำนาจปัดตกร่าง พ.ร.บ. รับราชการทหาร ก่อนเสนอเข้าสภา 

"ก้าวไกล" ชี้"นายกฯ"ไม่ควรใช้อำนาจปัดตกร่าง พ.ร.บ. รับราชการทหาร ก่อนเสนอเข้าสภา 

9 พฤศจิกายน 2563 – 14:26 น.

“ก้าวไกล” ชี้ “นายกฯ” ไม่ควรใช้อำนาจปัดตกร่าง พ.ร.บ. รับราชการทหาร ก่อนเสนอเข้าสภา  เผยเตรียมยื่นกระทู้ถามนายกฯกรณีพลทหารเสียชีวิตที่ร้อยเอ็ด

9 พ.ย.2563  นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. กทม. และนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล  แถลงกรณีนายกรัฐมนตรีไม่ให้คำรับรองร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร ที่เสนอโดยอดีตพรรคอนาคตใหม โดยการไม่ให้คำรับรองดังกล่าวอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 ที่กำหนดให้ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติซึ่งเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หากเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคํารับรองของนายกรัฐมนตรี จึงไม่สามารถเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเข้าสู่สภาได้

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตามมาตรา 133 นายกรัฐมนตรีมีอำนาจเพียงแค่พิจารณาว่าร่างกฎหมายที่เสนอโดย ส.ส.กระทบต่อการเงินการคลังของประเทศอย่างไร ซึ่งจุดมุ่งหมายของมาตรา133 เพื่อให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้บริหารประเทศที่ทราบถึงสถานะการเงินการคลังของประเทศดีที่สุด ได้พิจารณาว่ากฎหมายฉบับนั้นสิดคล้องกับสถานะการเงินการคลังหรือไม่ แต่หนังสือที่แจ้งกลับมายังตนไม่ได้มีการระบุถึงเหตุผลที่ไม่ให้การรับรองว่าส่งผลต่อการเงินการคลังอย่างไร 

โดยพรรคก้าวไกล เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลหนึ่งที่แสดงการคัดค้านนโยบายยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารอย่างชัดแจ้งมาโดยตลอด การใช้อำนาจไม่ให้คำรับรองร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวที่มีสาระสำคัญคือการยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในยามสันติ เปลี่ยนเป็นการรับสมัครโดยสมัครใจทั้งหมดนั้น จึงอาจเป็นการหยิบฉวยเอาอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่มีไว้เพื่อพิจารณาถึงผลกระทบต่อการเงินการคลังของประเทศ มาใช้เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ทางการเมืองส่วนตน

ดังนั้นการมีอยู่ของมาตราดังกล่าวจะทำให้นายกรัฐมนตรีสามารถขัดขวางร่างพระราชบัญญัติที่ตนไม่ต้องการได้ตั้งแต่ก่อนที่ร่างพระราชบัญญัตินั้นจะเข้าสู่สภา  และส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรากฎหมายเพื่อถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายบริหารนั้นไม่สามารถทำได้ 

นายรังสิมันต์ ยืนยันว่าร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร เป็นการปรับปรุงระบบการรับราชการทหาร ไม่ให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับเรื่องที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเงินการคลังของประเทศ หาก พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่ามีเป็นปัญหากระทบต่อการเงินการคลัง ก็ควรเปิดให้สภาได้มีโอกาสปรับปรุงแก้ไขโดยกระบวนการของสภา ไม่ใช่ใช้อำนาจเข้ามาแทรกแซงกัน

ด้านนายณัฐชา ได้กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของพลทหารพิชวัฒน์ เวียงนนท์ สังกัดมณฑลทหารบกที่ 27 จ.ร้อยเอ็ด ที่ถูกนำตัวกลับค่ายทหารเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 หลังจากหนีออกมาแล้วปรากฏว่าเสียชีวิตด้วยการผูกคอในวันถัดมา ว่าเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในยุคของพลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้  ผบ.ทบ. ซึ่งการเสียชีวิตครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการบังคับผูกคอ หรือการผูกคอด้วยตัวเองก็ตาม ทางกองทัพบกจะต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง และหาคนรับผิดชอบ เพื่อความเป็นธรรมแก้ครอบครัวของผู้เสียชีวิต และในสัปดาห์นี้ตนจะนำเรื่องนี้ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

Leave a comment