#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
“แรมโบ้” ย้ำนายกฯบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับกับผู้ชุมนุมทำตามกฎหมาย ไม่ได้ส่งสัญญาณใช้ความรุนแรง

25 พฤศจิกายน 2563 – 10:53 น.
“แรมโบ้” ย้ำนายกฯบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับกับผู้ชุมนุมทำตามกฎหมาย ไม่ได้ส่งสัญญาณใช้ความรุนแรง โต้ “อนุสรณ์” อย่าเข้าข้างพวกตัวเอง จนคิดว่าคนอื่นทำผิดไปหมด โดยไม่สนใจบ้านเมือง
25 พ.ย. 63 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่าที่นายกฯบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับเอาผิดผู้ชุมนุมมีการวิเคราะห์ว่าเป็นสัญญาณใช้ความรุนแรง โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณการใช้ความรุนแรง และการที่นายกฯประกาศใช้กฎหมายทุกฉบับถือมีความชอบธรรม และปฎิบัติตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งก็เกิดจากพฤติกรรมของผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย ชุมนุมไม่สงบ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อน และยังมีการจาบจ้วงสถาบัน ก้าวร้าว นิยมความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ที่ผ่านมานายกฯและรัฐบาลไม่เคยห้ามให้มีการชุมนุม อีกทั้งยังสั่งการให้ตำรวจได้ดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นอย่างดี อะลุ่มอล่วย ให้ผู้ชุมนุมมาโดยตลอด จนมีประชาชนส่วนใหญ่ ยังมาต่อว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ดังนั้นการนำกฎหมายต่างๆมาใช้ถือว่าทำถูกต้องแล้ว เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ
“เชื่อว่าประชาชนไม่คิดว่าการบังคับใช้กฎหมายของนายกฯจะเป็นการส่งสัญญานถึงการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม เพราะรัฐบาลทำถูกต้องตามกฎหมายประชาชนแข้าใจ แต่คนที่มองว่าจะเกิดความรุนแรงก็น่าจะมีแต่พรรคเพื่อไทยและผู้ชุมนุมเท่านั้น เพราะคิดเข้าข้างพวกตัวเองและกลุ่มผู้ชุมนุม จนมองว่ารัฐบาลทำอะไรก็ผิดไปหมด โดยไม่สนใจใครหรือสนใจบ้านเมืองว่าจะเกิดความวุ่นวายเดือดร้อน ก้าวร้าวก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบันเสียหายมากมายเพียงใด และที่นายอนุสรณ์ยังพูดเรื่องการรัฐประหารที่ประชาชนตั้งคำถามถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น อาจเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อยึดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์นั้น พรรคเพื่อไทยต้องย้อนกลับไปดูถึงต้นตอในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ทำอะไรไว้บ้างถึงทำให้มีคนออกมาชุมนุมขับไล่ ควรเอาอดีตมาเตือนสติตัวเอง จะได้ระวังและคิดก่อนที่จะพูดอะไรออกมา และขณะนี้นายกฯไม่เคยมีแนวความคิดในการสร้างสถานการณ์ทำรัฐประหาร นายอนุสรณ์และพรรคเพื่อไทยเอาสมองส่วนไหนมาคิด”
“นายอนุสรณ์รู้แก่ใจ บางครั้งควรหยุดพูดมากบ้างก็ได้ ปล่อยเป็นหน้าที่โฆษกพรรค อย่าทำงานล้ำเส้นคนอื่น พรรคเพื่อไทยจะได้ไม่เสียหายตกต่ำไปมากกว่านี้ ควรที่จะช่วยกันพูดให้แกนนำเหล่านี้ยุติการชุมนุม หยุดจาบจ้วงก้าวล่วงสถาบันได้แล้ว”