เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ชุมนุมทำลายทรัพย์สินหน้าราบที่ 11 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ชุมนุมทำลายทรัพย์สินหน้าราบที่ 11 (komchadluek.net)

 เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ชุมนุมทำลายทรัพย์สินหน้าราบที่ 11

 

30 พฤศจิกายน 2563 – 12:14 น.

 ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เอาผิดผู้ชุมนุม ทำลายทรัพย์สินราชการ หน้ากรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ ส่วนภาพรวมคดีที่ผ่านมาทั่วประเทศ ดำเนินคดีเกี่ยวกับการชุมนุมไปแล้วกว่า 170 คดี เป็นการชุมนุมในกรุงเทพฯ 110 คดี ส่งพนักงานอัยการแล้ว 21 คดี

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 30  พฤศจิกายน ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษก บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มเห็นต่างทางการเมือง 

 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ได้มีการประกาศนัดหมายผ่านเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มีการนัดหมายการชุมนุมกันที่บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ บริเวณถนนวิภาวดี ในเวลาประมาณ 16.00 น.

ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น.วานนี้ ได้มีการเปลี่ยนสถานที่จากกรมทหารราบที่ 1 เป็นกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯถนนพหลโยธิน แขวงและเขตบางเขน กรุงเทพฯ โดยมีการนัดหมายที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสวัดพระศรีมหาธาตุในเวลา 15.00 น.

 เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ชุมนุมทำลายทรัพย์สินหน้าราบที่ 11 

ต่อมาเวลา 14.00 น.ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางมาบริเวณหน้าวัดพระศรีมหาธาตุ จากนั้นเวลา 16.00 น. ได้เคลื่อนตัวไปยังหน้ากรมทหารราบที่ 11 ทางผกก.สน.บางเขนจึงได้แจ้งให้ผู้ชุมนุมเนื่องจากการชุมนุมในครั้งนี้ไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุมตามกฎหมายโดยแจ้งให้ยุติการชุมนุมในเวลา18.00 น.แต่ผู้ชุมนุมยังฝ่าฝืนชุมนุมต่อไม่ยอมเดินทางกลับจนถึงเวลา 22.00 น.

ภายหลังเลิกชุมนุมตรวจสอบพบทรัพย์สินของทางราชการเสียหายหลายอย่างเช่นรถตู้ตำรวจมีการพ่นสี ปล่อยลมยาง ทุบทำลายกระจกรวมกว่า20 คัน, บริเวณรั้วสวนหย่อมของกรุงเทพมหานครเสียหาย ผู้ชุมนุมได้นำสีมาสาดใส่เทราดบนพื้นหน้ากรมทหารราบที่ 11 ทั้งนี้ตำรวจได้ประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องให้สำรวจความเสียหายในแต่ละส่วนและให้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี โดยภาพรวมของการชุมนุมเมื่อวานพบว่าเข้าข่ายความผิดอย่างน้อย 2 ข้อหา คือ จัดการชุมนุมโดยผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และทำให้เสียทรัพย์ซึ่งทรัพย์สินของทางราชการ ส่วนการปราศรัยของแกนนำ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดใดบ้าง

 เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ชุมนุมทำลายทรัพย์สินหน้าราบที่ 11 

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า นอกจากนี้ตำรวจยังสามารถจับกุม นายวัชระ ศรีงาม หรือ เจี๊ยบ อายุ 50 ปี หนึ่งในผู้ชุมนุมที่ไปทุบทำลาย และปล่อยลมยางรถตู้ตำรวจสน.สายไหม ทะเบียน ฮษ9647 ที่จอดอยู่ตรงป้ายรถประจำทางบริเวณใกล้กับจุดที่มีการชุมนุม ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีเรียบร้อย ขณะที่ภาพรวมการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่ที่มีการจัดการชุมนุมจนถึงปัจจุบัน มีการดำเนินคดีทั่วประเทศไปแล้วกว่า 170 คดี เฉพาะในกรุงเทพมหานคร 110 คดี ส่งสำนวนให้อัยการไปแล้ว 21 คดี ส่วนเกือบทั้งหมดอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง นอกจากนี้ยังมีคดีที่รอส่งให้อัยการอีก 4 คดี และคดีที่อยู่ระหว่างรอสอบสวนอีก 85 คดี อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้ มีการประกาศรวมตัวชุมนุมที่ สน.ชนะสงคราม และสน.ลุมพินี เพื่อให้กำลังใจแกนนำที่ถูกดำเนินคดี ซึ่งก็ยังไม่ได้มีการแจ้งจัดการชุมนุมแต่อย่างใด

 ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า สำหรับความพร้อมดูแลการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้ เบื้องต้นทราบว่า จะมีการไปให้กำลังใจกับกลุ่มคนที่ถูกออกหมายเรียกบริเวณ สน.ชนะสงคราม และสน.ลุมพินี อีกส่วนเป็นการประกาศรวมตัวที่บริเวณสวนลุมพินี ซึ่งจากรายงานของสถานีตำรวจท้องที่ ยังไม่มีการแจ้งการชุมนุมแต่อย่างใด ทั้งนี้ การแจ้งการชุมนุมนั้น ถือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายในเบื้องต้น ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และเมื่อมีการแจ้งแล้วก็จะต้องป​ฏิบัติตามกฎหมายในส่วนอื่นด้วย นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่ตำรวจที่ไปปฏิบัติหน้าที่ตามสถานที่ต่างๆ ได้ใช้กำลังตามความจำเป็นและความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในบ้านเมือง ไม่ให้กระทบสิทธิของผู้อื่นที่ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ

Leave a comment