#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ประเทศร่ำรวยกว้านซื้อวัคซีน ประเทศจนเสี่ยงหมดโอกาสใช้ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)
วันที่ 09 ธ.ค. 2563 เวลา 14:33 น.
มีแนวโน้มว่าประชากรในประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากจะไม่ได้รับวัคซีนเนื่องจากประเทศร่ำรวยกักตุนไปจนหมด
บีบีซีรายงาน กลุ่มพันธมิตรวัคซีนเพื่อประชาชน (The People’s Vaccine Alliance) กล่าวว่าประเทศที่ร่ำรวยกำลังกักตุนวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาซึ่งจะทำให้มีประเทศที่มีรายได้น้อยเกือบ 70 ประเทศได้รับวัคซีนเพียง 1 ใน 10 คนเท่านั้น
จากการวิเคราะห์ของพวกเขาพบว่าประเทศร่ำรวยได้ซื้อวัคซีนในปริมาณที่เพียงพอต่อการฉีดให้กับประชากรทั้งประเทศถึง 3 ครั้งหากวัคซีนได้รับการอนุมัติ
ยกตัวอย่างเช่น แคนาดาซึ่งสั่งซื้อวัคซีนในปริมาณที่สามารถปกป้องชาวแคนาดาได้ถึง 5 ครั้ง และแม้ว่าประเทศที่ร่ำรวยจะมีจำนวนเพียง 14% ของประชากรโลก แต่พวกเขามีแนวโน้มที่จะซื้อวัคซีนมากที่สุดถึง 53%
ทางองค์กรเรียกร้องให้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนทุกแห่งแบ่งปันเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้สามารถผลิตและจำหน่ายวัคซีนได้มากขึ้นหลายพันล้านโดสสำหรับทุกคนที่ต้องการวัคซีน
แอนนา มาร์ริออต ผู้จัดการนโยบายสุขภาพของออกซ์แฟมกล่าวว่า “ไม่ควรมีใครถูกปิดกั้นไม่ให้รับวัคซีนช่วยชีวิตเพียงเพราะเขาอาศัยอยู่ในที่ที่มีเงินน้อย และถ้ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลกจะยังไม่ได้รับวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในอีกหลายปีข้างหน้า”
โดยขณะนี้ออกซ์ฟอร์ดและแอสตราเซเนกา (Oxford-Astrazeneca) จะให้คำมั่นว่าจะจัดหาวัคซีนให้กับผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาโดยไม่หวังผลกำไร และกำลังดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีการเข้าถึงวัคซีนทั่วโลกอย่างยุติธรรม รวมถึงยังมีโครงการโคแวกซ์ (COVAX) เพื่อให้มีวัคซีน 700 ล้านโดสเพื่อแจกจ่ายวัคซีนระหว่าง 92 ประเทศ
อย่างไรก็ตามองค์กรต่างๆ รวมถึงแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล, ออกซ์แฟม และโกลบอล จัสติส มองว่าวัคซีนยังคงไม่เพียงพอและบริษัทผู้ผลิตควรแบ่งปันเทคโนโลยีของตนเพื่อให้แน่ใจว่ามีการผลิตในปริมาณมากขึ้น
รวมทั้งขณะนี้วัคซีนจากไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค (Pfizer-BioNTech) ได้รับการอนุมัติในสหราชอาณาจักรแล้วและมีแนวโน้มว่าจะได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐอเมริกาและยุโรปในเร็วๆ นี้ หมายความว่าอาจต้องใช้เวลาสักพักก่อนที่จะมีการแบ่งปันกับประเทศที่ยากจนกว่า
Photo by Frank Augstein / POOL / AFP