#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
สหรัฐขึ้นบัญชีจับตาไทยประเทศแทรกแซงค่าเงิน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)
วันที่ 16 ธ.ค. 2563 เวลา 20:58 น.
หลังจากที่แย้มท่าทีนี้มานาน ในที่สุดรัฐบาลสหรัฐก็เล่นงานไทยในที่สุดพร้อมด้วยประเทศในเอเชียอีกจำนวนหนึ่ง
กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศขึ้นบัญชี 10 ประเทศในบัญชีประเทศต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะที่อาจแทรกแซงค่าเงิน หนึ่งในนั้นคือประเทศไทย
นอกจากไทยแล้วยังมี ไต้หวัน, อินเดีย, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, เยอรมนี, อิตาลี, สิงคโปร์ และมาเลเซีย
รายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐยังระบุด้วยว่าอินเดียและสิงคโปร์ได้แทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในลักษณะต่อเนื่องและผิดปกติ แต่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอื่น ๆ ที่จะกล่าวหาได้ว่าแทรกแซ.ค่าเงินอย่างชัดเจน
ส่วนประเทศที่เข้าข่ายอย่างชัดเจนคือ สวิตเซอร์แลนด์และเวียดนาม โดยกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่าทั้งสองประเทศแทรกแซงสกุลเงิน และกล่าวว่าเวียดนามพยายามที่จะให้ได้มาซึ่ง “ความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในการค้าระหว่างประเทศอีกเช่นกัน”
เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารเพื่อการลงทุนข้ามชาติ UBS ของสวิตเซอร์แลนด์เตือนว่า ไทยและไต้หวันอาจถูกกระทรวงการคลังสหรัฐขึ้นบัญชีดำประเทศที่ต้องจับตาเรื่องการแทรกแซงอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อให้ได้เปรียบในการส่งออกสินค้ามายังสหรัฐ
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังของสหรัฐจะจัดทำรายงานการจับตาประเทศที่อาจบิดเบือนค่าเงินเพื่อหวังผลทางการค้าทุกๆ 2 ปี โดยเกณฑ์ที่ใช้วัดประกอบด้วย 1.การเกินดุลการค้ากับสหรัฐมากกว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา 2.การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมากกว่า 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) 3.การสะสมเงินทุนสำรองระหว่างประเทศต่อเนื่อง 6 เดือนเพิ่มขึ้นมากกว่า 2% ของจีดีพี
หากประเทศหนึ่งประเทศใดเข้าเกณฑ์อย่างน้อย 2 ใน 3 ข้อจะถูกสหรัฐขึ้นทะเบียนเป็นประเทศที่บิดเบือนค่าเงิน
จากการประเมินของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก นับตั้งแต่ปลายปี 2014 บัญชีเดินสะพัดเกินดุลของไทยเกิน 2% ของจีดีพีทุกไตรมาส เมื่อบวกกับการเกินดุลการค้าในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 6% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ จึงเท่ากับว่าไทยเข้าเกณฑ์การแทรกแซงค่าเงินถึง 2 ข้อ เพียงพอที่สหรัฐจะขึ้นบัญชีไทย
ทั้งนี้ แม้ว่าประเทศที่ถูกสหรัฐระบุว่าแทรกแซงค่าเงินเพื่อประโยชน์ทางการค้าจะไม่ต้องรับผิดใดๆ แต่สหรัฐอาจใช้มาตรการลงโทษทางการค้ากับประเทศนั้นๆ อาทิ ระงับสิทธิพิเศษทางการค้า