#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
จตุพร ชี้ผลแพ้แต่ได้ทำสิ่งถูกต้องที่เลือกอยู่ข้าง”บุญเลิศ” (komchadluek.net)
จตุพร ชี้ผลแพ้แต่ได้ทำสิ่งถูกต้องที่เลือกอยู่ข้าง”บุญเลิศ”

21 ธันวาคม 2563 – 22:07 น.
จตุพร ชี้ผลแพ้แต่ได้ทำสิ่งถูกต้องที่เลือกอยู่ข้าง”บุญเลิศ” ลั่นภารกิจนักต่อสู้ยังไม่จบอนาคตตัดสินใจง่ายขึ้น
“จตุพร”เปิดใจหลัง“แพ้ อบจ.เชียงใหม่” ย้ำยังเป็นคนเดิม เพิ่มเติมไม่เป็นทาสแลกเอาประโยชน์กับใคร เผยถึงแพ้แต่ดีใจได้เลือกอยู่เคียงข้าง“บุญเลิศ” ลั่นภารกิจนักสู้ยังไม่จบ แย้มการตัดสินใจจากนี้จะง่ายขึ้น ยันไม่อีนังขังขอบกับตำแหน่ง “ประธาน นปช.”
เมื่อ 21 ธ.ค. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk ถึงผลการเลือกตั้ง นายก อบจ. เชียงใหม่ว่า ตนยังเป็นนายจตุพรตามเดิม และได้ตัดสินใจถูกต้องแล้วที่มาช่วยนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายก อบจ.
“ผมถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาแล้ว ส่วนผลแพ้-ชนะนั้น ผมยืนยันเสมอว่า การต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีเรื่องการว่า แพ้หรือชนะมาเป็นสาระหลัก แต่เป็นการสู้เพื่อความถูกต้อง เพราะถ้าสังคมละเลยหรือไม่สนใจความยุติธรรมของคนจน หรือทางกลับกัน หากสังคมรู้สึกไม่สนใจความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น เพราะไม่ได้เกิดกับตัวเอง ดังนั้น ผมจึงเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งแพ้หรือชนะก็ไม่นำไปชำระล้างความชั่วร้ายการทำลายความยุติธรรมได้ เนื่องจากการเลือกตั้งก็ส่วนการเลือกตั้ง และเลือกตั้งเสร็จก็ยังไม่เป็นที่ยุติต้องเป็นหน้าที่ของ กกต.ต่อไป”
นายจตุพร กล่าวถึงภาพรวมประชาชนใช้สิทธิ์ลงคะแนนว่า คะแนนเสียงทั้งของผู้ชนะและฝ่ายแพ้ ก็ไม่สูญเปล่า แต่ผลเลือกตั้งคือ เข็มทิศที่ทรงพลังให้คนหนุ่มสาว เช่น คนกลุ่มคณะก้าวหน้า จะเดินอย่างมั่นใจไปสู่อนาคต เพราะแม้จะแพ้การเลือกตั้งนายก อบจ. แต่นั่นก็เป็นชัยชนะที่ได้สำแดงพลังออกมาแล้ว
“ผมไม่ใช่พวกขี้แพ้แล้วโจมตี แต่เป็นประเภทนักกีฬา แพ้คือแพ้ ชนะก็ชนะ แต่เชื่อในชีวิตของคนๆหนึ่ง ว่า มีทั้งแพ้และชนะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขเวลาเท่านั้น เพียงรอดูแพ้จะมาช่วงไหน และชัยชนะจะมาอย่างไร”
นายจตุพร ย้ำโดยส่วนตัวว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ได้สำแดงมุมมองอะไรออกมาหลายอย่าง ทั้งอธิบายถึงตัวตนและเป้าหมายต่างๆของคน จึงทำให้รู้ทุกสิ่งทุกอย่างมากขึ้น จึงถือเป็นเรื่องปกติ และยืนยันว่า การหาเสียง แม้มีกระทบกระทั่งกัน แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัวใดๆ เพราะทั้งหมดประกาศอย่างชัดเจนถึงความเชื่อและกำหนดหลักการในการต่อสู้ ซึ่งตนทนเห็นคนที่ถูกรังแกไม่ได้ จึงยืนหยัดเคียงข้างนายบุญเลิศ แม้จะมีศัตรูกับคนจำนวนมาก แต่หลายคนมองเป็นศัตรูก็เคยเป็นมิตรกันมาก่อน
“ผมมีหลักคิดไม่ได้เป็นทาส หรือการแสวงหาประโยชน์จากการเป็นทาส แล้วละเลยความรับผิดชอบชั่วดีนั้น ผมไม่สามารถเดินบนเส้นทางนั้นได้”
อีกอย่าง หลายคนตั้งคำถามว่า หลังจากนี้เป็นอย่างไรต่อ ตนก็บอกว่า ยังเป็นนายจตุพรอย่างนี้ต่อไป ยังเป็นคนไม่อยากได้ใคร่ดี มนุษย์ช่วงชีวิตสุดท้ายเห็นคนดีคนชั่วมากมาย และไม่อีนังขังขอบกับตำแหน่งประธาน นปช. อีกอย่างตนรู้ว่าต้องกำหนดชะตากรรมอย่างไร เพราะสู้มาทั้งชีวิต
นอกจากนี้ กล่าวว่า นักต่อสู้ต่างจากนักการเมือง เพราะนักต่อสู้ภารกิจยังไม่จบลง วันชนะ-วันแพ้ หรือวันต้องตัดสินใจบางอย่าง จึงเชื่อว่าต่อจากนี้จะตัดสินใจง่ายขึ้น ส่วนชีวิตในพรรคการเมืง ตนทำได้แค่การสนับสนุนคนดีในทางการเมือง
“คนที่ได้ชัยชนะจากประชาชน แต่ไม่รู้ชัยชนะที่ประชาชนมอบให้ ดังนั้น เมื่อทุกคนพร้อมออกจากเรือนจำแล้ว คงได้ปรึกษาหารือกัน และไม่รู้สึกว่าต้องเป็นประธาน นปช.เลย”
นายจตุพร ย้ำว่า บนเส้นทางต่อสู้รอบต่อไป มีเพียงครั้งเดียว ตนจึงไม่เลือกทำตามใจใคร เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกัน และยังเป็นจตุพรเหมือนเดิม จะเหลือมิตรอีกกี่คน หรือไม่เหลือสักคนก็ตาม ใครอยากกระทืบโชว์ ก็เชิญตามสบาย
ส่วนสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดรอบที่ 2 นั้น นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งที่หนักกว่าคือ สถานการณ์เศรษฐกิจจะเกิดภาวะยุ่งยากลำบาก หนทางที่แก้ปัญหากันได้คงร่วมแรงร่วมใจกัน ถ้าเป็นการเมืองแบบประหัตประหารกันอย่างเดียว เราก็จะเสียบ้านเมือง
“ผมอยากหวังว่า ให้เป็นเรื่องฝันฝ่าให้ประเทศรอด แม้เป็นการพูดที่สวยงาม แต่ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น เพื่อพาประเทศให้พ้นโควิด เอาปัญหาบ้านเมืองก่อน ถ้าเอาการเมืองมาเป็นตัวตั้งเราก็คงไม่มีชาติ”