นักการเมืองอเมริกันโวไม่เชื่อโควิด แต่แซงคิวฉีดวัคซีนก่อนประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

นักการเมืองอเมริกันโวไม่เชื่อโควิด แต่แซงคิวฉีดวัคซีนก่อนประชาชน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 22 ธ.ค. 2563 เวลา 16:11 น.นักการเมืองอเมริกันโวไม่เชื่อโควิด แต่แซงคิวฉีดวัคซีนก่อนประชาชนสมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนหนึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนเป็นกลุ่มแรกๆ ทั้งที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สมาชิกพรรครีพับลิกันของสหรัฐจำนวนหนึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์เนื่องจากพวกเขาเป็นบุคคลกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ของไฟเซอร์ (Pfizer)

ทั้งนี้ สมาชิกบางคนอยู่นอกเหนือเกณฑ์ที่จะได้รับวัคซีนเป็นกลุ่มแรกๆ เนื่องจากยังมีกลุ่มเสี่ยงอีกเป็นจำนวนมากทั่วประเทศ แต่พวกเขาลัดคิวการฉีดวัคซีนโดยกล่าวว่าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการเข้ารับการฉีดวัคซีน

ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขามีท่าทีไม่หวาดกลัวต่อโรคโควิด-19 มาโดยตลอด และยังไม่เชื่อถือในมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและการสวมหน้ากากอนามัยซึ่งสอดคล้องกับความคิดของโดนัลด์ ทรัมป์ หัวหน้าพรรค

มาร์โก รูบิโอ วุฒิสมาชิกจากฟลอริดา โพสต์ภาพฉีดวัคซีนบนทวิตเตอร์ โดยมีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม หลายคนชี้ให้เห็นว่าเขาเพิ่งเข้าร่วมการชุมนุมครั้งใหญ่ที่ผ่านมาร่วมกับทรัมป์โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย

เช่นเดียวกับ ลินด์เซย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกจากเซาท์แคโรไลนาที่สนับสนุนความคิดของทรัมป์มาโดยตลอด ต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลังจากที่โพสต์ภาพเข้ารับการฉีดวัคซีนเช่นกัน

รวมถึงรองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์ ก็ได้รับเสียงตอบรับใกล้เคียงกันหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนในวอชิงตีน ดี.ซี. เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

I know I looked away from the needle And yes, I know I need a tanBut I am so confident that the #Covid19 vaccine is safe & effective that I decided to take it myself pic.twitter.com/TQbog6fu7i— Marco Rubio (@marcorubio) December 19, 2020

Thank God for nurses who help people in need and know how to use a needle. Thank God for those who produced these vaccines. If enough of us take it, we will get back to normal lives. Help is on the way. pic.twitter.com/XUWKm6H3QG— Lindsey Graham (@LindseyGrahamSC) December 19, 2020

Leave a comment