#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/politic/453754
“เพื่อไทย”หนาว กกต.ตอบชัดใช้ “จดหมายน้อยแม้ว”หาเสียง อบจ. ผิดระเบียบ

31 ธันวาคม 2563 – 14:51 น.
“เพื่อไทย”หนาว กกต.ตอบชัดใช้ “จดหมายน้อยแม้ว”หาเสียง อบจ. ผิดระเบียบ
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการรับรองผลการเลือกตั้งนายก และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั่วประเทศ ที่กำหนดให้ กกต. รับรองผลได้ภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.63 หากการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตไม่มีเรื่องร้องเรียน อย่างไรก็ตามได้มีข้อร้องเรียนจากหลายจังหวัดทั้งที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด และ กกต.ส่วนกลาง เป็นจำนวนมาก
โดยยังมีข้อหารือจาก กกต.ประจำจังหวัด มายัง กกต.ส่วนกลาง ถึงพฤติกรรมที่เข้าข่ายการกระทำผิดระเบียบกกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่น พ.ศ.2563 ของผู้สมัครนายก หรือสมาชิก อบจ.อีกส่วนหนึ่ง จึงคาดว่าจะสามารถทยอยประกาศรับรองผลแต่ละจังหวัดได้ช่วงต้นเดือน ม.ค.64 เป็นต้นไป
สำหรับข้อหารือจาก กกต.ประจำจังหวัดที่น่าสนใจ เป็นข้อหารือจากผู้อำนวยการ กกต.ประจำ จ.เชียงราย หนังสือด่วนที่สุดที่ ลต(ชร)0003/510 เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.63 ที่ได้ขอหารือกรณี น.ส.วิสาระดี เตชะธีรวัฒน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ของพรรคเพื่อไทย ที่ได้ทำสำเนาจดหมายของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เขียนด้วยลายมือมีข้อความสนับสนุน น.ส.วิสาระดี มาจัดทำแผ่นพับใบปลิวใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งว่าสามารถกระทำได้หรือไม่
ทั้งนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่ ลต0019/12345 ลงวันที่ 17 ธ.ค.63 ระบุว่า กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า การนำจดหมายหรือเอกสารของบุคคลอื่นมาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งเป็นการแสวงหาคะแนนนิยมจากประชาชนหรือสมาชิกจากชุมชนเพื่อให้ลงคะแนนให้แก่ตนเอง ถือว่าบุคคลเป็นเจ้าของจดหมายหรือเอกสารดังกล่าวเป็นผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ซึ่งหากผู้สมัครรับเลือกตั้งประสงค์จะนำจดหมาย หรือเอกสารของบุคคลดังกล่าวมาหาเสียงเลือกตั้ง จะต้องแจ้งรายชื่อบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ช่วยหาเสียงของตนตามข้อ 15 ประกอบข้อ 4 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563
สำหรับข้อ15 ระเบียบกกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 ระบุว่า ผู้สมัครที่ประสงค์จะมีผู้ช่วยหาเสียงต้องแจ้งรายละเอียดให้ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดทราบก่อนวันดำเนินการ
ขณะที่ข้อ 4 ได้นิยามคำว่า “ผู้ช่วยหาเสียง” ไว้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้รับการว่าจ้างจากผู้สมัครให้เข้าร่วมกิจกรรมในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง และต้องเป็นบุคคลที่ได้แจ้งรายละเอียด หน้าที่ และค่าตอบแทนต่อ กกต.ประจำจังหวัด ยกเว้นบุคคลในครอบครัว ได้แก่ สามี ภริยาหรือบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนี้ในข้อ 16 บัญญัติว่า ในกรณีบุคคลใดซึ่งมิใช่ผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัครตามหมวดนี้ เข้าช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครแจ้งเหตุการณ์นั้นให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนำเลขประจำตัวประชาชนนายทักษิณ ตรวจสอบในทะเบียนของ กกต.พบว่า นายทักษิณไม่ถือเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อีกทั้งเมื่อตรวจสอบจาก กกต.เชียงราย ก็ไม่พบว่าผู้สมัครได้แจ้งว่านายทักษิณเป็นผู้ช่วยหาเสียงแต่อย่างใด
มีรายงานอีกว่า หนังสือขอหารือจาก กกต.เชียงราย ไปยัง กกต. อาจถูกนำไปเทียบเคียงกับกรณี จ.เชียงใหม่ เนื่องจาก นายทักษิณ ได้เขียนจดหมายด้วยลายมือตัวเองโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.หาเสียงใน 2 จังหวัด คือ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ กรณี จ.เชียงใหม่ มีทั้งการเขียนจดหมายด้วยลายมือแล้วโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว รวมทั้งเฟซบุ๊กของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว และอดีตนายกฯ ด้วย รวมทั้งก่อนวันเลือกตั้งไม่กี่วัน นายทักษิณ ยังอัดคลิปวิดีโอความยาว 3.17 นาทีเพื่อช่วยผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทยหาเสียง
ประเด็นดังกล่าวอยู่ในความสนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นมุมมองทางกฎหมายว่า สุดท้ายแล้วการกระทำลักษณะดังกล่าว ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 อาทิ มาตรา 28 ที่ระบุว่า “ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํากิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม”รวมไปถึงบทบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ เพราะในการหาเสียง บนเวทีปราศรัยหลายเวทีที่จ.เชียงใหม่ มีนำจดหมายของนายทักษิณ ไปอ่านบนเวที โดยมีผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ของพรรคเพื่อไทย และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ร่วมปราศรัยและยืนฟังอยู่ด้วย