#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/scoop/454022
คิดแบบเถ้าแก่ บทเรียน ‘โภคิน’

3 มกราคม 2564 – 17:24 น.
การขยับของทักษิณรับปีใหม่ สะท้อนความจริงจากปาก “โภคิน” พรรคเพื่อไทยหนีไม่พ้น “พรรคครอบครัว”
++
ก่อนที่จะมีข่าวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยื่นใบลาออกจากพรรคเพื่อไทย ตามด้วย “บิ๊ก เนม” อีกสามรายนั้น มีความเคลื่อนไหวของคนการเมืองกลุ่มหนึ่งที่รีสอร์ทหรูของ “โภคิน พลกุล” แถวเขาใหญ่
นัยว่าเป็นการสุมหัวคิด ของ ส.ส. และอดีต ส.ส.สายอีสาน ที่คิดการจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งพวกเขาได้ถกกันเรื่องนี้มาแล้วหนหนึ่ง ที่สนามกอล์ฟเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น
สำหรับ “โภคิน” อดีตกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย หลังลาออกจากพรรคเพื่อไทย นักกฎหมายใหญ่ที่สนิทสนมกับทักษิณ ชินวัตร มากว่า 20 ปี ได้ให้สัมภาษณ์ประชาชาติธุรกิจ ว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งส่วนตัวกับอดีตนายกฯทักษิณ แต่มีปัญหาเรื่องหลักคิด
“การออกจากพรรคไม่มีปัญหาส่วนตัว แต่มีปัญหาในหลักการ ถ้าทีมคุณทักษิณยังบริหารพรรคแบบ family-ครอบครัว ต่อไป ผมจะอยู่ไปทำอะไร”
คำว่า “ทีมคุณทักษิณ” นั้น อาจารย์โภคิน คงไม่ได้หมายถึง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และทีมกรรมการบริหารพรรค หากแต่หมายถึง “กลุ่มแคร์” และผู้ทรงอิทธิพลนอกพรรค

โภคิน เลือกทางเดินสายใหม่
++
คนแดนไกลไม่หยุด
++
กว่า 13 ปีที่ ทักษิณ ชินวัตร ใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดน ยังคงรับบท “เถ้าแก่ใหญ่” คอยกำกับคนใกล้ชิด ให้จัดทัพจัดแถวมาโดยตลอด ตั้งแต่พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักษาชาติ ที่ถูกยุบไป
เหมือนโภคินพูดไว้ คนในพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ขัดแย้งเรื่องส่วนตัวกับทักษิณ แต่จะมีปัญหาเรื่องหลักคิด-หลักการ อย่างเช่นกรณี “จดหมายน้อย” ที่ทักษิณเขียนถึงคนเชียงใหม่ และเชียงราย คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยบางกลุ่ม รู้สึกอึดอัด กังวลเรื่องข้อกฎหมาย
ทักษิณปรึกษาน้องสาวที่อยู่ดูไบ ก็ลงมือเขียนจดหมายน้อย อ้อนคนเชียงใหม่ ให้เลือกพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ แถมยังเขียนถึงคนเชียงรายให้เลือก วิสาระดี เตชะธีรา วัฒน์ ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย
คนแดนไกลคิดง่ายๆว่า เป็นสิทธิ์ของคนที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง จะเชียร์ใครก็ได้ แต่คนในเพื่อไทยกลับรู้สึกหนาวๆร้อนๆ

อ้วน ภูมิธรรม หนึ่งทีมแคร์ ที่อยู่หลังม่านเพื่อไทย
++
สมาคมไทย-จีน
++
โภคินให้สัมภาษณ์สื่อล่าสุดว่า ส่วนตัวมีความคิดมาโดยตลอด ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในสนามการเมือง สมัยอายุ 42 ปี ลาออกจากมหาวิทยาลัยมา ต้องการเห็นพรรคการเมืองที่ทำงานแบบมืออาชีพ เป็นสถาบันทางการเมืองแท้จริง
จากการเป็นมือกฎหมายรัฐบาลบรรหาร และรัฐบาลชวลิต ร่วมสร้างพรรคความหวังใหม่ และย้ายมาพรรคไทยรักไทย จนได้เป็นรองนายกรัฐ และประธานรัฐสภา
เนื่องจากโภคินมาจากสายวิชาการ จึงวาดหวังที่จะสร้างพรรคเป็น “สถาบันการเมือง” ไม่ใช่ “พรรคเถ้าแก่”
อีกด้านหนึ่ง โภคินอยู่ในวงจรอำนาจมานาน จึงมี “พวก” อยู่ในหลายพรรค ช่วง คสช.เรืองอำนาจ โภคิน พลกุล ได้เข้าไปทำงานที่สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน โดยโภคิน เป็นนายกสมาคมฯ คนที่ 5 สุชาติ ตันเจริญ เป็นอุปนายกสมาคม และไพศาล พืชมงคล เป็นอุปนายก และเลขาธิการสมาคม
ดังที่รู้กัน จุดยืนและความคิดการเมืองของโภคิน อาจแตกต่างจากสุชาติ และไพศาล แต่ด้วยคอนเนกชั่นไทย-จีน จึงทำให้พวกเขาเดินไปด้วยกันได้
ดูเส้นทางการเมืองของโภคิน ย่อมแตกต่างจากคนแบบ “หมอมิ้ง” หรือ “อ้วน ภูมิธรรม” เพราะสองคนหลังนั้น มีภาพชัดว่า เป็นคนในบ้านชินวัตร
คนนอกบ้านอย่างโภคิน และอีกหลายๆคน จึงทยอยลาออกมาสร้างบ้านหลังใหม่