#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/scoop/456722
พรรคร่วม รบ.ไม่แข่งกันเอง “มารยาทการเมือง” หรือแค่”วาทกรรม”หวังรักษาเก้าอี้

28 มกราคม 2564 – 20:21 น.
ทันทีที่ศาลรธน.วินิจฉัยให้”เทพไท เสนพงศ์”ส.ส.นครศรีฯเขต3 พ้นตำแหน่งและต้องมีการเลือกตั้งซ่อมก็เกิดกระแส”พรรคร่วมรัฐบาล”แย่งกันส่งผู้สมัคร จึงมีการทวงถามเรื่อง”มารยาททางการเมือง”จาก ปชป.เจ้าของพื้นที่ แต่ที่ผ่านมาก็มีแข่งกันเองของพรรคร่วมฯในการเลือกตั้ง
ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.เขต 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช จากพรรคประชาธิปัตย์ พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. สืบเนื่องจากคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ก็เกิดกระแส”พรรคร่วมรัฐบาล” แย่งกันส่งผู้สมัครลงชิงการเลือกตั้งซ่อม ที่คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 7 มี.ค.64 เพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนเก้าอี้ ส.ส.ให้พรรคตัวเอง จะได้มีอำนาจต่อรองมากขึ้นในทางการเมือง
ในขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องการรักษาเก้าอี้นี้ไว้ จึงเกิดปรากฎการณ์ออกมาแถลงข่าวกดดัน”พรรคพลังประชารัฐ” ให้ทบทวนการส่งผู้สมัครลงแข่ง เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน รวมถึงออกแนวทวงบุญคุณที่การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ส่งลงแข่งกับพรรคร่วมรัฐบาล
การที่นายสัณหพจน์ ออกมาแถลงข่าวเช่นนี้ ถือว่าไม่มีมารยาททางการเมืองโดยอ้างว่าในการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่ง ส.ส.ในการเลือกตั้งซ่อมแข่งกับพรรคพลังประชารัฐ ทั้งจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดสมุทรปราการ “
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 6 พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองโฆษกพรรคฯ แถลงข่าวตอบโต้กรณีที่นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราชเขต 2 พรรคพลังประชารัฐและรองโฆษกพรรค ออก
มาแถลงข่าวการเตรียมคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. นครศรีธรรมราช หลังจากนายเทพไท เสนพงศ์ จากพรรคประชาธิปัตย์พ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส.
หากมองย้อนไปดูการเลือกตั้งซ่อม 3 จังหวัด ที่พรรคประชาธิปัตย์ อ้างถึงคือ ขอนแก่น กำแพงเพชร สมุทรปราการ นั้น ก็พบว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ส่งผู้สมัครทั้ง 3 สนามจริง ทั้ง การเลือกตั้งซ่อม เขต 7 จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.62 มีแค่พรรคพลังประชารัฐแข่งกับ พรรคเพื่อไทย โดยนายสมศักดิ์ คุณเงิน จากพรรคพลังประชารัฐ สามารถเอาชนะไปได้ด้วย 40,252 คะแนน
ส่วนการเลือกตั้งซ่อม เขต 2 จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 23 ก.พ.63 ก็มีแค่พรรคพลังประชารัฐแข่งกับพรรคเพื่อไทย โดยนายเพชรภูมิ อาภรรัตน์ จากพรรคพลังประชารัฐ เอาชนะไปได้ด้วย 45,687 คะแนน
และการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.63 ก็เป็นการแข่งระหว่างพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล โดยนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก จากพรรคพลังประชารัฐ สามารถเอาชนะไปได้ด้วย 46,747 คะแนน
แต่การเลือกตั้งซ่อมทั้ง 3 จังหวัด เมื่อดูรายละเอียดแล้วก็จะพบว่า ไม่ใช่พื้นที่เดิมของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว เพราะการเลือกตั้งใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้คะแนนเป็นอันดับสองเลย ดังนั้น การออกมาเหมือนทวงบุญคุณพรรคพลังประชารัฐ ที่จะไม่ให้ส่งผู้สมัคร ก็คงไม่ถูกต้องทั้งหมด
และเมื่อดูการเลือกตั้งเขต 3 นครศรีธรรมราช ก็จะพบว่าพรรคพลังประชารัฐ สามารถทำคะแนนได้ลำดับที่ 2 แพ้ให้กับนายเทพไทเพียง 4,568 คะแนนโดยนายเทพไทได้33,310 คะแนนขณะที่นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ ได้ไป 28,742 คะแนน
ซึ่งถ้าหากวิเคราะห์จากตัวเลขนี้ ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ก็มีสิทธิ์ชนะเลือกตั้งซ่อม แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล จะตกลงกันออกมาแบบไหน
และเมื่อย้อนไปดูการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาว่า มีการแข่งกันเองของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ก็พบว่า มี
อย่างการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 23 ต.ค.62 ก็พบว่า พรรคร่วมรัฐบาล ก็ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งแข่งกันเอง โดยเป็นการแข่งกันระหว่าง พรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคประชาธิปัตย์ ที่นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ จากพรรคชาติไทยพัฒนาสามารถเอาชนะไปได้ด้วย 37,675 คะแนน ตามมาอันดับ 2 นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร จากพรรคอนาคตใหม่ 28,216 คะแนน และอันดับ 3 นายสุรชัย อนุธโต จากพรรคประชาธิปัตย์ได้ 18,425 คะแนน
โดยถ้าหากดูจากข้อมูล ก็จะพบว่า การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยส่งผู้สมัครลงแข่งกับพรรคร่วมรัฐบาล
ดังนั้น การเรียกร้อง “มารยาททางการเมือง”ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ก็คงเป็นเพียง”วาทกรรมทางการเมือง” เพื่อหวังรักษาเก้าอี้ ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช เท่านั้น เพราะหากดูจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็จะพบว่า มีทั้งหมด 8 เขต พรรคประชาธิปัตย์ สามารถเอาชนะไปได้ 5 เขต ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ ชนะไปได้ 3 เขต
นั่นเท่ากับว่า ในจังหวัดนี้ เป็นพื้นที่แข่งขันกันระหว่าง 2 พรรคอยู่แล้ว เพราะในข้อมูล การเลือกตั้งที่ผ่านมา มีจำนวนถึง 6 เขต ที่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ สลับกันอยู่ลำดับ ที่ 1 และ 2
อาจตีความได้ว่า การเริ่มออกมาตอบโต้กัน ไม่ใช่เรื่องการขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นหาเสียงเลือกตั้งซ่อมเท่านั้น