ทองลนไฟ “หนู” อยู่ไม่สุข #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464889

ทองลนไฟ “หนู” อยู่ไม่สุข

26 เมษายน 2564 – 15:32 น.

สถานการณ์เปลี่ยน “เสี่ยหนู” หวังให้สาธารณสุขเป็นฐานต่อยอดการเมือง แต่โควิดระลอกใหม่ ทำเอาเรตติ้งดิ่งเหว คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
กลางดึกวันที่ 25 เม.ย.2564 โลกโซเชียลร้อนระอุ วิพากษ์วิจารณ์ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ผ่าน #ทองแท้ไม่กลัวไฟ อย่างดุเดือด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “หมอไม่ทน” ผุดแคมเปญล่ารายชื่อจี้ “อนุทิน” ลาออก ล้มเหลวแก้โควิด-19 ระบาด

ทองลนไฟ "หนู" อยู่ไม่สุข

สี่ยหนู มั่นใจมีลูกพี่ชำนาญเกมการเมือง

ต้นเหตุแห่งโซเชียลสะเทือน สืบเนื่องมาจากที่หลายโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลปากช่องนานา (จ.นครราชสีมา), โรงพยาบาลลำปาง (จ.ลำปาง) และ โรงพยาบาลพุทธชินราช (จ.พิษณุโลก) พร้อมใจกันขึ้นโพสต์ข้อความให้กำลังใจรัฐมนตรีอนุทิน ที่ได้เสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจแก้ปัญหาโควิด-19 มาโดยตลอด และมีการติดแฮชแท็ก #ทองแท้ไม่กลัวไฟ และ #Saveอนุทิน    

นัยว่า ขบวนการ #ทองแท้ไม่กลัวไฟ นั้น น่าจะเกมตอบโต้กรณีกลุ่ม “หมอไม่ทน” ตั้งแคมเปญล่ารายชื่อผ่านเว็บไซต์  เรียกร้องให้อนุทิน ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุข เนื่องจากล้มเหลวในการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 ล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วจำนวนกว่า 100,000 คนแล้ว

++
หมอชนบทไม่ทน
++
ด้านหนึ่ง ชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งเป็นทหารราบของทัพสาธารณสุขไทย ในการต่อสู้กับโควิดเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2564 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ  ประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “วัคซีนโควิด บทสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลและระบบราชการไทย”     

ทองลนไฟ "หนู" อยู่ไม่สุข

สี่ยหนู มั่นใจมีลูกพี่ชำนาญเกมการเมือง

“ประเทศไทยเป็นหนึ่งประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในสัดส่วนที่น้อยลำดับท้ายแถวของโลก แถมยังมีการพยายามแก้ตัวว่า เพราะเรามีการะบาดน้อย การที่เราใส่แมสก์ล้างมือเว้นระยะห่างนั้นดีกว่าวัคซีนอีก ทั้งหมดนี้เพื่อกลบเกลื่อนข้อเท็จจริงที่ว่า “เรามีการจัดการเรื่องวัคซีนที่ผิดพลาด จนแทบจะไม่มีวัคซีนจะฉีดให้ประชาชน”…”    

ชมรมแพทย์ชนบท ไม่ได้เจาะจงไปที่ “เสี่ยหนู” คนเดียว หากแต่ยังมองภาพรวมระบบสาธารณสุขไทย     

“โควิดและวัคซีน จึงไม่ควรจบเพียงการจัดหาวัคซีนหรือการฉีดวัคซีนถ้วนทั่วเท่านั้น  แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของรื้อใหญ่รัฐธรรมนูญไทยและระบบราชการไทย ที่ทุกองค์กรต้องช่วยกันผลักและดันให้เป็นจริง” 

++
หมอแหยงหายไปไหน
++
ย้อนไปตั้งแต่ปี 2561 พรรคภูมิใจไทย ได้เคลื่อนไหวเรื่องกัญชาทางการแพทย์ โดยมี “เนวิน ชิดชอบ” เป็นหัวเรือใหญ่ และมอบให้ “เสี่ยหนู” เดินสายไปทั่วประเทศ    

เวลานั้น “เนวิน” ได้วางแผนจับจอง “กระทรวงสาธารณสุข” ไว้แล้ว พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์กัญชาเสรี และยึดฐาน “อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน” (อสม.)     

เฉพาะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั่วประเทศ จำนวน 1,054,729 คน และทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ไม่ว่าระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ อสม.จะถูกชักนำให้เป็น “หัวคะแนน” ประจำหมู่บ้าน
 
ค่ายภูมิใจไทย วางตัว “หมอแหยง” นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา และคร่ำหวอดอยู่ในสายหมอเอ็นจีโอมายาวนาน เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันเรื่อง อสม.    

“หมอแหยง” อดีตแกนนำชมรมแพทย์ชนบท หลังพลาดท่าปราชัยในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.ปี 2555 จึงสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย    

นับแต่ก้าวแรกที่ “อนุทิน” ชักดาบต่อหน้าย่าโม ช่วงต้นปี 2561 ย้ำชัดว่า “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ต้องเป็นรัฐมนตรี และ “หมอแหยง” จะกลับมาบริหาร อบจ.โคราช อีกครั้ง     

หลังจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ “เสี่ยหนู” คุมกระทรวงสาธารณสุขตามเป้าหมาย “หมอแหยง” ได้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีสาธารณสุข และรับผิดชอบงาน อสม.ทั่วประเทศ    

ปลายปีที่แล้ว “กำนันป้อ” ตัดสินใจส่ง “มาดามหน่อย” ยลดา หวังศุภกิจโกศล ชิงนายก อบจ.โคราช และขอร้องให้ “หมอแหยง” หลีกทาง จึงเกิดปัญหาภายในพรรคสีน้ำเงิน   

หมอแหยงเดินหน้าลงสมัครนายก อบจ.โคราช แข่งมาดามหน่อย โดยไม่สนคำขอร้องจากผู้มากบารมี และหัวหน้าพรรค ผลเลือกตั้ง หมอแหยงพ่ายขาดลอย และเร้นกายหายไปจากพรรคสีน้ำเงิน    

ปีที่แล้ว เสี่ยหนูหน้าบาน เพราะองค์การอนามัยโลกชื่นชม อสม.คือด่านหน้าที่ประเทศไทยมี แต่ประเทศอื่นไม่มี การรับมือการระบาดโควิด-19 ของประเทศไทย    

โควิดระลอก 3 สถานการณ์เปลี่ยน ความรุนแรงของโรคมากขึ้น และเรื่องวัคซีนล่าช้า ทำให้ภูมิใจไทยตกเป็นฝ่ายตั้งรับ    

จับตา อาจมี อสม.บางจังหวัด ออกมาชูป้ายให้กำลังใจ “เสี่ยหนู” เพราะเกมแบบนี้ ผู้มากบารมีบุรีรัมย์ถนัดมาก 

Leave a comment