#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471183
เรื่อง “ประจำเดือน” ปัญหาสำคัญสำหรับผู้หญิงไขข้อข้องใจมาบ่อยมาห่างปกติมั้ย

20 มิถุนายน 2564 – 13:45 น.
ปัญหาสำคัญสำหรับผู้หญิง ไขข้อสงสัยเรื่อง “ประจำเดือน” มาบ่อย มาห่างแค่ไหน ถือว่าปกติ แล้ววัคซีนมะเร็งปากมดลูกต้องฉีดตอนไหน
ปัญหาสุขภาพ วันนี้ เรามาว่าด้วยเรื่อง “ประจำเดือน” ผศ. พญ. อรวิน วัลลิภากร สาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ไขข้อสงสัยเรื่องประจำเดือน
มาบ่อย มาห่างแค่ไหน ถือว่าปกติ?
“จริงๆ แล้วรอบเดือนของสาวๆ เราก็มีระยะเวลาตั้งแต่ 24 – 38 วันนะคะ ถ้าเกิดว่าอยู่ใน 24 – 38 วัน ถือว่าเป็นระยะห่าง ระหว่างประจำเดือนที่ปกติ ซึ่งเรานับจาก วันแรกของประจำเดือนครั้งนี้ กับครั้งที่แล้วนะคะ ถ้าสาวๆ คนไหนมีประจำเดือนที่มาถี่กว่านี้ เช่น บางคนมา 15 วันมาที ก็คือ มาเดือนละ 2 รอบ หรือว่ามาห่างเกินไป ก็คือสัก 40 วัน เดือนครึ่ง 2 เดือน 3 เดือน มา 1 ครั้ง ถือว่า เป็นลักษณะประจำเดือนที่มาผิดปกติ”

สาเหตุของการที่ทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติบ่อยๆ
“หลักๆ เลยของผู้หญิงเรา ก็มักจะเกิดจากปัญหาไข่ไม่ตก ซึ่งอันดับแรกเลย ก็อาจจะมีภาวะเครียด ช่วงนี้ก็เรื่องงาน เรื่องโควิด-19 หรือน้องๆ บางคน ช่วงใกล้สอบก็ประจำเดือนไม่มา อันดับที่ 2 ก็คือ ต้องไปดูว่าฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของรังไข่เรา มันมีผิดปกติไหม ง่ายๆ ที่เจอบ่อยๆ ก็คือ ฮอร์โมนไทรอยด์ , ฮอร์โมนต่อมใต้สมอง หรือ ฮอร์โมนน้ำนม หรืออีกภาวะนึง ก็คือ ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรังในผู้หญิง เป็นภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ หรือ PCOS พบได้บ่อยในคนไข้ที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ”
ผศ. พญ. อรวิน บอกว่า สำหรับคนไข้ที่ “ประจำเดือน” มาบ่อยๆ อันนี้อาจจะต้องดูว่าเลือดที่ออกใช่ประจำเดือนไหม อาจจะเป็นพวกปากมดลูกอักเสบหรือเปล่า มดลูกอักเสบ หรือ ใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิดแบบไม่สม่ำเสมอ เช่น กินยาคุมกำเนิด แล้วลืมกินบางวัน ก็จะส่งผลให้มีเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือนได้ ซึ่งบางคนเข้าใจว่าเลือดออกแค่ครึ่งผืน ก็ถือว่าเป็นประจำเดือนแล้ว แต่อันนี้บางที อาจจะเป็นลักษณะเลือกออกผิดปกติได้
“สำหรับสาวๆ ทุกคนนะคะ การที่เรามีประจำเดือน ก็จะเป็นตัวนึง ที่ง่ายๆ ที่บ่งบอกถึงสุขภาพ ในการเจริญพันธุ์ของเรา หมอแนะนำง่ายๆ เลย ผู้หญิงทุกคนที่เริ่มมีประจำเดือนแล้วนะโดยเฉพาะน้องๆ วัยรุ่น แนะนำให้จดประจำเดือน อันนี้จะเป็นอันแรกเลย ที่ช่วยให้เราตรวจสุขภาพตัวเองได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง และสำหรับสาวๆ ที่มีเพศสัมพันธ์แล้วนะคะ ก็แนะนำให้เข้ามาตรวจสุขภาพนะคะ ตรวจภายใน ตรวจมะเร็งปากมดลูกนะคะ สัก 1 – 3 ปี ต่อครั้งนะคะ”

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกต้องฉีดตอนไหน?
“สำหรับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกนะคะ ก็ขอเพิ่มเติมข้อมูลก่อน ในปัจจุบัน ก็มีให้เลือก 3 ชนิด ด้วยกัน ชนิด 2 สายพันธุ์ 4 สายพันธุ์ แล้วก็มีล่าสุดก็คือ 9 สายพันธุ์ นะคะ ซึ่งพอสายพันธุ์เยอะๆ มากขึ้น ก็คือ เราก็สามารถควบคุมชนิดของตัวก่อโรค ก็คือ HPV ไวรัสได้มากขึ้น ก็คือ ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้มากขึ้น นั่นเอง” ผศ. พญ. อรวิน กล่าวและว่า จริงๆ เราก็มีคำแนะนำให้ฉีดตั้งแต่ก่อนมีเพศสัมพันธุ์ ก็คือ เหมือนผู้ที่มีภูมิคุ้มกันสูงๆ เวลาเราฉีดวัคซีนเข้าไป ภูมิคุ้มกันเขาจะสูงขึ้น เราก็แนะนำให้ฉีดในวัยรุ่นนะคะ ตั้งแต่ก่อนมีเพศสัมพันธ์ ของประเทศไทยเราก็มีคำแนะนำ ให้ฉีด 9 – 15 ปี นะคะ แต่ถ้าเกิดสาวๆ คนไหนเลยมาแล้วสามารถฉีดได้มั้ย ก็แนะนำให้ฉีดได้ แม้ว่ามีเพศสัมพันธ์แล้วก็สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกเช่นเดียวกัน ป้องกันการติดเชื้อ HPV เช่นเดียวกัน
“ถ้าในเด็ก 9 – 15 ปี แนะนำฉีด 2 โดส นะคะ ห่างกัน 6 เดือน แต่ถ้าเกิดว่าผู้หญิงที่อายุเกิน 15 ปี ขึ้นไปแล้ว ก็แนะนำฉีดเป็น 3 โดส ระยะห่างก็จะประมาณ 0 1 6 เดือน แล้วแต่ชนิดของยี่ห้อ”
ข้อมูล : RAMA CHANNEL