#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/702570

ความเป็นมาไฟพระฤกษ์ รับมหามงคลปี 2566
วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.49 น.
พิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์ประทานของเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อมฺพร อมฺพโร) เพื่อจุดถวายเป็นพุทธบูชา ธัมมบูชา และ สังฆบูชา ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีพุทธ พ.ศ.2566 ดำเนินงานโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ร่วมกับสภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนา และหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมในความอุปถัมภ์ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
ในพิธีมหามงคลนี้ สมเด็จพระสังฆราชฯเสด็จ ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานวโรกาสให้คณะอนุกรรมการฝ่ายกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย มจร. รับประทานไฟพระฤกษ์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยปีนี้นำไฟพระฤกษ์ประทาน 13 วัดทั่วประเทศ
หนึ่งในวัดที่ได้รับประทานไฟพระฤกษ์ คือ วัดพุทธวิชยาราม คลอง 6 จ.ปทุมธานี โดยมี “พระครูเกษมวรกิจ หรือ หลวงพ่อวิชัย เขมิโย” เจ้าอาวาส วัดถ้ำผาจม จ.เชียงราย เมตตาเป็นประธานสงฆ์ จุดไฟพระฤกษ์ และฝ่ายฆราวาส มีนายชัยพัชญ์ โชติชัยธนเสฐ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฝ่ายกิจการส่งเสริมพระพุทธศาสนา มจร. เป็นประธานพิธีดังกล่าว พร้อมด้วย นายศุภชัย ผ่องสวัสดิ์ ประธานอนุกรรมการฝ่ายกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา มจร. เป็นผู้อัญเชิญตะเกียงไฟพระฤกษ์ประทาน

สำหรับประวัติไฟพระฤกษ์ ในอดีตมีต้นกำเนิดมาจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระแว่น “สุรยกานต์” เพื่อพระราชทานกำเนิดเพลิงจากการรวมศูนย์ความร้อนจากแสงอาทิตย์บริเวณดาดฟ้า พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และสำนักพระราชวังนำ ไปทอดไว้ ณ ตำหนักจิตรลดารโหฐาน ก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่ละปี
สำหรับพระราชพิธีจัดไฟขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ และเมื่อทรงประกอบพระราชพิธีจัดไฟเรียบร้อยแล้ว สำนักพระราชวังจะนำไฟพระฤกษ์ไปเก็บรักษาไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และจะเลี้ยงไว้สำหรับใช้ในปีนั้น จนกระทั่งถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ของปีนั้น ไฟพระฤกษ์ที่เลี้ยงไว้นี้จะใช้ในพระราชพิธีต่าง ๆที่สำคัญของประเทศชาติบ้านเมือง
ขอบคุณข้อมูล และ ภาพ Blockdit.com ราชวัตร สามเสน

