#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/702942

คึกคักครึกครื้น! ปางช้างเชียงราย ‘บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร’ นั่งช้างล่องแม่น้ำกกชมธรรมชาติ
วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.05 น.
9 มกราคม 2566 บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ปางช้างบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย พบว่าเริ่มมีนักท่องเที่ยวพากันเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวกันมากขึ้น

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เช่น ชาวญี่ปุ่น ภายหลังจากที่ซบเซามานานถึง 3 ปี นับตั้งแต่การแพ่รระบาดของไวัสโควิด 19 ที่นักท่องเที่ยวหายไปเกือบทั้งหมด ทำให้ผู้เลี้ยงช้างหลายรายตัดสินใจขายช้างไป จากที่มีอยู่กว่า 50 เชือก ซึ่งในปัจจุบันเหลือเพียง 14 เชือกเท่านั้น

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวซึ่งหลายคนเลือกที่จะพากันมาชมความน่ารักของช้าง ให้อาหารช้าง และชมวิถีชีวิตของชุมชนชาวกะเหรี่ยง รวมไปถึงนั่งช้างล่องแม่น้ำกกและชมธรรมชาติของริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งปัจจุบันยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ โดยทางพื้นที่ให้บริการนั่งช้างเพียงคนละ 150 บาทเท่านั้น ช้าง 1 เชือกสามารถนั่งได้2 คน ซึ่งสร้างความเพลิดเพลินสนุกสนานและความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

โดยนายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เปิดเเผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวของเชียงรายปีนี้ดีมาก ติดอันดับ 1 ใน 10 ของหวัดที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เฉพาะช่วงตั้งแต่ต้นปีถึงตุลาคม2565 มีนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่กว่า 3 ล้าน 6 แสนคน ซึ่งพบขึ้นจากปี 2564 ถึงกว่า 200 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งใกล้เคียงงกับปี 2562 ก่อนสถานการณ์โควิด ที่มีนักท่องเที่ยวมา 3 ล้าน 8 แสนกว่าคน ในปี 2566 นี้ คาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นปกติหรืออาจจะดีกว่าเดิม เพราะถึงแม้โควิด จะไม่หายไปเลยทีเดียวแแต่ทางผู้ประกอบการก็มีการปรับตัวเพื่อรับนักท่องเที่ยว

นายเสริฐ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ปลายปี 2565 ยาวไปถึงปี 2566 ทางจังหวัดเชียงรายมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ขณะที่ทางจังหวัดและภาคการท่องเที่ยวก็มีการจัดวิ่งและการปั่นจักรยาน และกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว หลายกิจกรรม ภาคเอกชนก็มีการจัดงานเสริมอีกหลายอย่างประกอบกับประเทศจีนมีการเปิดประเทศ ทำให้คาดว่าปี 2566 นักท่องเที่ยวอาจเพิ่มจำนวนขึ้นไปถึงหลัก 4 ล้านคนได้ ซึ่งจะทำให้รายได้แและเศรษฐกิจของพื้นที่ดีขึ้น โดยปี 2565 จังหวัดเชียงราย มีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 29,000 ล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะมากกว่านี้.012




