#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/707612

กวนพุทราแขวนบาตรบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ‘หนึ่งเดียวในโลก’
วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.55 น.
กวนพุทราแขวนบาตรบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ “หนึ่งเดียวในโลก” นำผลจากต้นลูกสมัยพุทธกาลฯ ย้อนรำลึกประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนา เล่าถึงความสำคัญของต้นพุทราแขวนบาตร พระพุทธเจ้า โปรดให้พระอานนท์นำบาตรไปแขวนไว้ ด้านบรรดานักเสี่ยงโชคแห่เที่ยวงานและส่องหาเลขเด็ดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์ แล้วนำไปซื้อลอตเตอรี่หวังลุ้นรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 1 กุมภาพันธ์นี้
วันที่ 30 ม.ค.66 ที่บริเวณหน้าพระวิหารหลวง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นประธานในพิธีกวนพุทราแขวนบาตรบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ พระวินัยสาทร เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ( พระอารามหลวง) เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ (ธรรมยุต)เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ โดยมีพระสงฆ์ 9 รูป ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ กิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นโดยสำนัพระพุทธศาสนาจังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ด้วยการนำผลพุทราแขวนบาตรจากต้นพุทราขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10 เมตร อยู่ทางด้านทิศใต้ของพระวิหารหลวงพระแท่นศิลาอาสน์ มีอายุกว่า 200 ปี เจริญเติบโตคู่มากับอายุของวัดพระแท่นศิลาอาสน์ นำผลพุทราที่สุกงอมแล้วนำมาตากแห้งบดเป็นผงละเอียด เข้าพิธีเทลงในภาชนะกะทะเหล็กใบใหญ่ที่จัดเตรียมเอาไว้ จำนวน 3 ใบ
โดยเทน้ำ น้ำตาลและผงพุทราตากแห้งบดละเอียด แล้วให้หญิงพรหมจารีนำพายไม้กวนพุทราให้เป็นเนื้อเดียวกันตามตำรับสูตรโบราณที่ทำต่อเนื่องกันมาในงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ของทุกปี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วจึงเทใส่ถ้วยภาชนะถ้วยพาสติกนำไปถวายบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ส่วนที่เหลือให้ประชาชนมีส่วนร่วมบุญกุศลนำกลับไปบ้านให้คนในครอบครัวรับประทาน เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การกวนพุทราบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ถือเป็นพิธีสำคัญในงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปีภายในงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ ปีนี้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์ 2566 ต้นพุทราใหญ่ ซึ่งขึ้นอยู่ด้านทิศใต้ของวิหารหลวงพระแท่นศิลาอาสน์ มีอายุกว่า 200 ปี เชื่อว่า เป็นต้นลูกสืบเชื้อมาจากต้นพุทราที่พระพุทธเจ้าทรงโปรดให้พระอานนท์ นำบาตรของพระพุทธองค์ไปแขวนไว้ที่กิ่งพุทราต้นนั้น หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้กระทำพุทธกิจและฉันภัตตาหารบนพระแท่นศิลาอาสน์แล้ว และต้น พุทราต้นนั้น ได้รับการขนานนามว่า “พุทราแขวนบาตร”
ทุก ๆ ปี เมื่อต้นพุทราแขวนบาตรต้นนี้ออกดอกและผลสุกงอมจนร่วงเกลื่อนพื้น เจ้าหน้าที่ของวัดจะเก็บและตากแห้งรวบรวมไว้ เพื่อนำไปตำบดให้ป่นเพื่อเจือผสมกับเครื่องปรุงต่างชนิดปรุงเป็นพุทรากวน เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสำคัญของต้นพุทราแขวนบาตร การบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ และ รำลึกถึงพระคุณอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า ซึ่งถือเป็นประเพณีอันดีงามที่รักษาและสืบสานกันต่อมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันมีการกวนพุทราดังกล่าวจำหน่ายภายในงาน เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่สนใจได้เข้ามาซื้อหานำไปรับประทานชิมรสชาด และบางส่วนได้นำไปถวายพระพุทธเจ้าและพระแท่นศิลาอาสน์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระองค์ท่านอีกด้วย

สำหรับงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2566 จัดขึ้นเพื่อสืบสานรักษาและพัฒนาต่อยอดประเพณีการบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ในกลางเดือนสาม ซึ่งเป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกทั้งยังสร้างรายได้ให้กับชุมชนและจังหวัดอุตรดิตถ์ ตอบโจทย์เป้าหมายร่วมของจังหวัดอุตรดิตถ์เป้าหมายที่ 7 : อุตรดิตถ์เที่ยวได้ทั้งปี เป้าหมายที่ 8 : เศรษฐกิจฐานรากเจริญเติบโต และเป้าหมายที่ 10: จังหวัดคุณธรรม
นอกจากนี้ ยังมีบรรดานักเสี่ยงโชค ที่มาหาเลขเด็ดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์ต่างพากันหาซื้อลอตเตอรี่เลขดังหรือเลขท้าย 2 ตัว จากผู้ค้าสลาก ได้แก่ 59 , 18 , 28 , 29 และ 38 เพื่อนำไปลุ้นรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก – 003








