เลือกตั้ง66 หน้าใหม่นั่ง สส.เพียบ แต่พลังบ้านใหญ่เสื่อมมนต์ขลัง?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551693

21 มิ.ย. 2566

เลือกตั้ง66 หน้าใหม่นั่ง สส.เพียบ แต่พลังบ้านใหญ่เสื่อมมนต์ขลัง?

เตรียมเปิดสภาฯ พบ สส.หน้าใหม่เกือบครึ่ง ทำบ้านใหญ่-หน้าเก่าเสื่อมมนต์ขลัง- ‘เพื่อไทย’ เร่งรีแบรนด์ตัวเองหวังสู้เลือกตั้งครั้งหน้า

ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้ชี้ให้เห็นถึงภาวะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นอย่างมากในสังคมไทย แม้แต่นักการเมืองหลายคนก็ช็อกกับผลที่ออกมาว่าพรรคใหม่อย่าง ‘ก้าวไกล’ กลับผงาดขึ้นมาเป็นพรรคอันดับ 1 ได้จากยุทธศาสตร์ ‘หัวคะแนนธรรมชาติ’ ที่ทำเอาเหล่าบ้านใหญ่ล้มกันไปไม่เป็นท่า

คมชัดลึก ขอนำตัวเลขจากเว็ปไซต์ Roket Media Lab พบว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้มี สส.หน้าใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งแบบเขตมากที่สุดถึง 179 คน คิดเป็น 44.75% รอมาคืนแชมป์เก่าหรือผู้สมัครเดิมจากพรรค 154 คนคิดเป็น 38.5% และอีกกลุ่มคือ อดีต สส.ที่ย้ายมาลงสมัครพรรคใหม่ 67 คน คิดเป็น 16.75%

เมื่อพิจารณาในส่วนของอดีต สส. จากปี 2562 จะพบว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีอดีต สส. จากปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิมเป็นจำนวน 209 คน ซึ่งได้รับเลือกตั้งเพียง 103 คน โดยพรรคที่อดีต สส. ได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นจำนวนมากที่สุดก็คือ พรรคเพื่อไทย 40 คน รองลงมาก็คือภูมิใจไทย 23 คน พลังประชารัฐ 15 คน ก้าวไกล 8 คน ประชาธิปัตย์ 7 คน ชาติไทยพัฒนา 6 คน และประชาชาติ 4 คน 

แต่หากคิดเป็นสัดส่วนจะพบว่า พรรคที่อดีต สส. จากปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิม ในปี2566 และได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นสัดส่วนมากที่สุดก็คือพรรคก้าวไกลและพรรคชาติไทยพัฒนา คิดเป็น100% โดยพรรคก้าวไกลมีอดีต สส. เดิมจากปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเดิมเพียงแค่ 8 คน และได้รับการเลือกตั้งกลับมาทั้งหมด และพรรคชาติไทยพัฒนามีอดีต สส. เดิมจากปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเดิม 6 คนและได้รับการเลือกตั้งกลับมาทั้งหมด ในขณะที่พรรคที่มีอดีต สส. เดิมจากปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเดิมและได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นสัดส่วนน้อยที่สุดก็คือพรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็น 30.43% 

ในขณะเดียวกัน อดีต สส. จากปี 2562 ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมในปี 2566 ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งกลับมานั้น มีจำนวน 106 คน เป็นพรรคเพื่อไทยมากที่สุด จำนวน 53 คน รองลงมาก็คือพรรคพลังประชารัฐ 22 คนพรรคประชาธิปัตย์ 16 คน พรรคภูมิใจไทย 12 คน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า และพรรคประชาชาติ พรรคละ 1 คน

แต่หากคิดเป็นสัดส่วนจะพบว่า พรรคที่อดีตผู้สมัคร สส. จากปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิมในปี 2566 และได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นสัดส่วนมากที่สุดก็คือพรรคภูมิใจไทย คิดเป็น 27.59% และน้อยที่สุดก็คือพรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็น 3.37%

จะเห็นได้ว่าพรรคที่ได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์ ‘ก้าวไกลฟีเวอร์’ ก็คือ ‘เพื่อไทย’ ที่เคยคาดหวังว่าจะได้ถึง310 ที่นั่งไม่แบ่งใคร แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมากลับไม่เป็นดั่งใจหวัง

ยิ่งมองดูตัวเลขก็จะพบว่าพรรคที่ส่งผู้สมัครหน้าเดิมแล้วชนะกลับมาเพื่อไทยมีเพียง 103 คนและคนไม่ได้รับเลือกกลับมามากถึง 53 คนด้วยกัน ซึ่งฐานค้ำบัลลังก์ของ ‘เพื่อไทย’ ส่วนใหญ่ก็คือบรรดาเหล่าบ้านใหญ่ในพื้นที่ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นบ้านใหญ่ชลบุรี บ้านเชียงใหม่ สองมิตร บ้านริมน้ำ จนทำให้นายใหญ่คนแดนไกลอย่าง‘ทักษิณ ชินวัตร’ พูดกลางคลับเฮาส์เลยว่า ‘คนเก่าๆ แก่ๆ ถอยไปได้ไหม อย่ารอให้ต้องสอบตกก่อนแล้วถึงจะถอย’ คล้ายเป็นสัญญาณคำสั่งแล้วว่าจะต้องมีการรีแบรนด์พรรคครั้งใหญ่และต้องมีการแปรเปลี่ยนพลังงานกระสุนให้กลายเป็นกระแสให้ได้เพื่อการอยู่รอดครั้งต่อไป

อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่น่าติดตามเมื่อ สส.ชุดนี้จะมีคนหน้าใหม่ในสภาฯไม่น้อยเลย อีกทั้งไม่ว่า ประธานสภาฯ หรือ รัฐมนตรีเอง ก็เช่นกัน ดังนั้นเหล่าคนการเมืองหน้าใหม่ต้องทำงานหนักและพิสูจน์ตัวเองไม่น้อยว่าจะเก๋าเกมพอที่จะขับเคี้ยวกับเหล่าบรรดารุ่นใหญ่ได้หรือไม่คงต้องติดตามต่อไป

Leave a comment