‘ประพันธุ์ คูณมี’ ปฏิเสธให้ข่าวสื่อญี่ปุ่น สว.ไม่มีหน้าที่ฟังเสียงประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552602

02 ก.ค. 2566

'ประพันธุ์ คูณมี' ปฏิเสธให้ข่าวสื่อญี่ปุ่น สว.ไม่มีหน้าที่ฟังเสียงประชาชน

‘ประพันธุ์ คูณมี’ โต้สื่อโซเชียล ยืนยันไม่เคยให้ข่าวกับ The Japan Times สื่อญี่ปุ่นว่า ‘สว.ไม่มีหน้าที่ฟังเสียงประชาชน’ แจงรายละเอียดคำให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กถึงเหตุผลที่ไม่เลือก ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ เพราะหมิ่นเหม่เรื่องสถาบัน

นายประพันธุ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประพันธุ์ คูณมี ชี้แจงกรณีสื่อออนไลน์แห่งหนึ่ง (https://www.thaich8.com/news_detail/126346) รายงานข่าวโดยอ้างว่า นายประพันธุ์ได้ให้สัมภาษณ์กับ The Japan Times สื่อจากญี่ปุ่นว่า ‘ส.ว.ไม่มีหน้าที่ฟังเสียงประชาชน แม้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกลจะได้คะแนนถึง 100 ล้านเสียงก็จะไม่โหวตให้ เพราะไม่ชอบ”

ประพันธุ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา ภาพเฟซบุ๊ก ประพันธุ์ คูณมีประพันธุ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา ภาพเฟซบุ๊ก ประพันธุ์ คูณมี

เนื้อหาที่นายประพันธุ์ คูณมี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุรายละเอียดว่า “ข่าวดังกล่าว เป็นข่าวปลอมครับ ผมไม่เคยพูดตามข้อความดังกล่าว และไม่เคยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวนี้แต่อย่างใด เป็นวิธีสกปรกของพวกด้อมส้ม” 

ประพันธุ์ คูณมี โพสต์เฟซบุ๊กประพันธุ์ คูณมี โพสต์เฟซบุ๊ก

นอกจากนั้น คำแปลภาษาไทยเกี่ยวกับเนื้อข่าวที่ Bloomberg รายงานแปลได้ความเป็น ดังนี้…. มิใช่ข้อความตามที่พวกด้อมส้มเอามาเผยแพร่ข้อมูล โดยตัดต่อ และบิดเบือนในโลกโซเชียลให้คนเข้าใจผิดตามที่ปรากฎแต่อย่างใด

สำหรับเนื้อหาคำแปลภาษาไทยจาก Bloomberg นายประพันธุ์ คูณมี ระบุว่า 

“เรื่องที่ท้าทาย พิธา เวลานี้มากที่สุด คือ กรณี 250 วุฒิสมาชิกซึ่งเป็นคณะบุคคลที่ตั้งโดยกลุ่มทหารผู้มีความจงรักภักดีภายหลังการก่อรัฐประหารในปี 2014 (พ.ศ. 2557) คนเหล่านี้จำนวนมากไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ ‘พิธา’ ที่ให้มีการลดหย่อนผ่อนโทษ ผู้ที่กระทำความผิดในการวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ และดูเหมือนว่าคนเหล่านี้ ไม่ได้ใยดีเลยสักนิดเดียวว่าเขา (พิธา) คือ ผู้ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงมากที่สุด

ประพันธุ์ คูณมี โพสต์เฟซบุ๊กประพันธุ์ คูณมี โพสต์เฟซบุ๊ก

“มันไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะต้องไปรับฟังเสียงของใครต่อใคร” (คนแปลภาษาไทยแปลเพี้ยนไปครับ เพราะเวลาเรา generalization ว่าเป็น ‘คนกลุ่มใหญ่ หรือคนทั่วๆ ไป’ เราจะไม่ใช้ the people การใช้คำว่า the people ตามหลักไวยากรณ์หมายถึง เฉพาะคนกลุ่มที่ผู้พูดต้องการจะพูดถึงเท่านั้น)  

“ร้อยละ 90 ของ สว.ได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว ต่อให้คุณมี 100 ล้านเสียง ผมก็จะไม่เลือกคุณ หากเป็นคนที่ผมไม่ชอบ หรือมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม” 

ประพันธุ์ คูณมี โพสต์เฟซบุ๊กประพันธุ์ คูณมี โพสต์เฟซบุ๊ก

นอกจากนั้นระบุว่า ความไม่ชัดเจนตรงนี้ส่งผลกระทบไปยังตลาดธุรกิจการค้าของประเทศไทยและนักลงทุนต่างชาติ ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ของประเทศระส่ำระสายอย่างหนักในปีนี้ ร่วงไปแล้วกว่าร้อยละ 12 และมีทีท่าจะดำดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดนับแต่ปี 2021 (พ.ศ. 2563)

(กรุณาอ่านเพิ่มเติม :  การพูดคุยหาข้อตกลงที่ลากยาวจะส่งผลอย่างไรต่อการช่วงชิงกันเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย)

พิธาเองลดกระแสความไม่แน่นอนและแสวงหาทางสร้างความมั่นใจให้กับผู้ให้การสนับสนุนว่า อย่างไรแล้วเขาจะต้องได้เป็นผู้นำรัฐบาลในครั้งนี้อย่างแน่นอน การส่งสัญญาณดังกล่าวเห็นได้จากการจัดประชุมหลายครั้งกับนักธุรกิจกลุ่มต่างๆ โดยเขากล่าวถึงระยะเปลี่ยนผ่านของอำนาจรัฐมายังตัวเขา และเรื่องว่าด้วย ‘หนึ่งร้อยวันแรกของการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี’

“พวกเรากำลังทำงานอย่างหนักในการทำลายกำแพง และมีความขมักเขม้นแข็งขันในการทำความเข้าใจกับสองสภา พิธา ได้กล่าวประโยคนี้ที่รัฐสภาฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ‘มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง’

“เขามั่นใจว่าจะมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ เวลานี้เขายังต้องการอีก 64 เสียง เพื่อสนับสนุนให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรี

ดูเหมือนว่า พิธา กำลังสร้างแรงกระเพื่อมและสะท้อนให้เห็นว่า ไม่มีทางที่จะสกัดกั้นไม่ให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ด้วยความหวังอย่างยิ่งว่า จะเป็นแรงกดดันไปยงบรรดาวุฒิสมาชิกให้หันมาสนับสนุนเขา (เป็นคำกล่าวของ ปีเตอร์ มัฟฟอร์ด จากกลุ่มงานเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และหัวหน้าคณะที่ปรึกษาของ ‘ยูเรเซียกรุ๊ป’ แต่ดูเหมือนว่ายุทธศาสตร์ที่ใช้ยังห่างไกลความเป็นจริงอีกมาก”

การอยู่ในฐานะ “ว่าที่นายกรัฐมนตรี” ในขณะนี้ของพิธามีส่วนช่วยกระตุ้นและแรงเสริมให้กับผู้ให้การสนับสนุนพรรคก้าวไกล ซึ่งใช้การกดดันบรรดาวุฒิสมาชิก ผ่านการรณรงค์ออนไลน์ การอภิปรายสาธารณะ และการเดินประท้วงตามท้องถนนเพื่อยืนยันการให้การสนับสนุนของพวกเขาต่อตัว “พิธา” แต่ดูเหมือน “เสียงเรียกร้องเหล่านี้จะไม่ได้ผลเพราะบรรดา สว.ส่วนใหญ่ค่อนข้างเก็บตัวเงียบและไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ในที่สาธารณะว่าพวกเขาจะให้การสนับสนุนพิธาหรือไม่อย่างไร

วุฒิสมาชิกหลายท่านยังคงต่อต้านการเข้ามามีอำนาจของ ‘พิธา’ ด้วยความเห็นที่ส่วนใหญ่มองไปที่แนวทางจุดยืนของพรรคก้าวไกลที่ต้องการแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในการลดโทษต่อผู้กล่าวหาจาบจ้วงพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์

บรรดา สว.ไม่เห็นด้วยกับความไม่เคารพสถาบันฯ รวมทั้งแผนการที่จะมีการปฎิรูปและถอนรากถอนโคนปัญหาต่างๆ ในสังคมไทย ทั้งนี้ วุฒิสมาชิก ประพันธ์ (วัย 69 ปี) กล่าวว่า “มันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้” พิธา ได้ปฎิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว “เขาบอกว่าเขาเพียงพยายามจะปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์และราชวงศ์กับประชาชน”

ความเห็นของพิธาดังกล่าว ขีดเส้นใต้ให้เห็นถึงความประหลาดพิลึกกึกกือที่ถาโถมเข้าใส่พิธา และเหล่าพรรคร่วมฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยว่ามีมากแค่ไหน ยิ่งกว่านั้น เมื่อพรรคก้าวไกลได้กล่าวกับพันธมิตรของตัวเองที่อยู่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมว่า มีทางเดียวเท่านั้นที่จะชนะได้อย่างเด็ดขาดคือการได้เสียงสนับสนุนจากบรรดา สว. ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เรื่องลับๆ ที่ไม่ได้เปิดเผยเป็นการทั่วไป คือ พรรคก้าวไกลได้ส่งบรรดาแกนนำพรรคคนสำคัญให้ติดต่อเข้าหาบรรดาวุฒิสมาชิกโดยตรงเป็นรายบุคคล อีกทั้งยังอาศัยสายสัมพันธ์ในเชิงมิตรภาพส่วนบุคคล ความเป็นเครือญาติ ความใกล้ชิดของบรรดาผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยทำให้แนวทางของก้าวไกลประสบความสำเร็จ

นายพริษฐ์  วัชรสินธุ์ ในฐานะผู้จัดการฝ่ายการรณรงค์ฯ พรรคก้าวไกล ได้กล่าวว่า “เวลานี้เราใช้ทุกวิถีทางที่มีในการติดต่อสื่อสารกับบรรดาวุฒิสมาชิกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตัวพริษฐ์ฯ เองเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในคณะเจรจากับบรรดาวุฒิสมาชิก”

Leave a comment