#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/politics/553599
14 ก.ค. 2566

‘ชลน่าน’ ย้ำ ปชช.เลือก ‘ก้าวไกล’ มาเป็นรัฐบาลไม่ใช่ฝ่ายค้าน รอหารือ 8 พรรคร่วมเคาะชื่อแคนดิเดตนายกฯ รอบ 2 รับกังวลหาก ‘บิ๊กป้อม’ ลงแข่ง
วันที่ 14 ก.ค.ที่ทำการพรรคเพื่อไทย น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสการเสนอชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณขึ้นมาแข่งในการชิงนายกฯ รอบ 2 โดยระบุว่า เป็นความกังวลใจของตน ถ้ารู้ว่าจะมีการแข่งขัน เรามีข้อห่วงใยก็คือ คาดการณ์ว่าเสียงโหวตที่จะให้กับคู่แข่งเรา อาจเกิดผลสำเร็จขึ้นมาได้ หาก188 เสียงรวมกันแน่น และรวมกับเสียงของ ส.ว. อีก 250 เสียง ก็ถึง 375 เสียง
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยยืนยันที่จะผลักดันนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ต่อหรือไม่ น.พ.ชลน่าน ระบุว่า พรรคเพื่อไทยยังเคารพสิทธิของก้าวไกลในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง จะดันหรือไม่ดัน ก็อยู่ที่การเสนอกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ส่วนเสียง ส.ว. ที่หากเสนอชื่อนายพิธาต่อ ก็จะได้มายากนั้น ก็มองว่า ไม่มีอะไรง่าย โดยเฉพาะการเมืองที่ไม่ปกติแบบนี้ บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ ถ้าเราคาดการณ์แล้วรู้ว่าอะไรจะสูญเสียไป ก็ต้องพูดคุยกันเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น ถ้าการโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 19 ก.ค. นี้ แล้วเราไม่มีหลักเลย และมีคนแข่ง ไม่มีความมั่นใจเหมือนสมมุติฐานข้างต้นเรามีโอกาสแพ้ต้องปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไร
ส่วนจะมีการเสนอเปลี่ยนชื่อแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ น.พ.ชลน่าน กล่าวว่า อยู่ที่ข้อเสนอ และการพูดคุย หากยืนยันจะเสนอชื่อนายพิธา ก็อยู่ที่ก้าวไกล เราจะผลักดันสุดความสามารถ ซึ่งคำว่า “สุดความสามารถ” ขึ้นอยู่กับโอกาส ความพึงพอใจ ความเสียหาย ไม่มีนิยามที่ชัดเจน ถ้าทำถึงที่สุดแล้วพึงพอใจเห็นชอบ ไม่มีผลกระทบไม่เกิความเสียหายแล้วจบได้ ก็คือนิยามของเขา ความพึงพอใจของบรรดานักการเมือง พรรคการเมือง จะเหนือกว่าความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนในประเทศชาติไม่ได้ จะทำอะไรที่เป็นเหตุให้ประชาชนเดือดร้อนประเทศชาติเสียหาย ก็คงทำไม่ได้ จึงต้องมีจุดสมดุล รวมถึงเชื่อว่า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลจะคำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น หากไม่ได้นายกฯ ที่ชื่อ พิธา หรือที่มาจากทั้ง 8 พรรคร่วมฯ ที่เป็นความคาดหวัง ความต้องการของประชาชน ก็จะถูกทำลายลงทันที
ส่วนจะมีความชัดเจนหลังจากการพูดคุยกันในวันนี้เลยหรือไม่ น.พ.ชลน่าน ระบุว่า คงต้องสรุปก่อนให้ได้ ถ้าเราไม่ชัดเจน อีกฝ่ายก็มีเจตนาที่จะส่งชื่อ ถ้าเราทำตามกับดักที่เขาวางไว้ ก็ได้รับความพ่ายแพ้ และเป็นการเอาความหวังจากพี่น้องประชาชน 25 ล้านเสียงไปทำลายทิ้ง เชื่อว่า ประชาชนรับไม่ได้
เมื่อถามว่า จะมีการเตรียมชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 เลยหรือไม่ น.พ.ชลน่าน กล่าวว่า อยู่ที่การพูดคุยปรึกษาหารือกัน ยังไม่ถึงเวลานั้น จะให้พรรคเพื่อไทยหรือพรรคก้าวไกลเป็นคนเสนอนั้น ก็ยังไม่ถึงเวลานั้น
ส่วนกรณีที่นายปิยะบุตร แสงกนกกุล ออกมาให้ความเห็นว่าพรรคก้าวไกลควรปิดสวิตช์ ส.ว. แล้วถอยกลับไปเป็นฝ่ายค้านนั้น น.พ.ชลน่าน ระบุว่า เป็นความเห็นของผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคก้าวไกล ซึ่งจะปฏิบัติหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่เราไม่มีข้อผูกมัดอะไรในการไปเป็นหรือไม่เป็น เพราะประชาชนเสียงข้างมาก เลือกให้มาเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้เลือกให้มาเป็นฝ่ายค้าน และหากกลับไปเป็นฝ่ายค้านครั้งหน้าจะได้เสียงมากขึ้น ก็แล้วแต่ ตนเองไม่ขอวิจารณ์
เมื่อถามว่าฉันทามติของประชาชน เป็นฉันทามติที่ให้ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเป็นนายกฯ หรือนายพิธาเป็นนายกฯ น.พ.ชลน่าน ระบุว่า นายพิธา สามารถรวบรวมเสียงได้มากที่สุด ซึ่งในเชิงสัญลักษณ์เหมือนประชาชนสนับสนุนพิธาเป็นนายก ส่วนเสียงข้างมากที่รวมได้ จากตัวแทนของประชาชนที่เลือกเข้ามา อย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคอื่น ๆ หมายความว่าตัวแทนที่เลือกมา ยอมรับว่าประชาชนเลือกนายพิธา เป็นนายกฯ
ส่วนกระแสข่าวที่ว่า สว. ไม่โหวตเลือกให้พรรคก้าวไกลแม้จะไม่ได้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี แต่อยู่ในพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลก็จะไม่โหวตให้นั้น นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นเสียงจาก สว.แค่บางคน
เมื่อถามว่า จะเป็นทางออกหรือทางตันของประเทศ น.พ.ชลน่าน ระบุว่า ไม่เป็นทางตัน เพราะประเทศต้องมีนายกฯ มีรัฐบาล ต้องมีทางออก ทุกฝ่ายต้องเปิดทางให้กับประเทศและประชาชน
เมื่อถามต่อว่าหากพรรคก้าวไกลไม่ยอมลดเพดานในการแก้ไขมาตรา 112 พร้อมกับเสนอให้แก้ไขมาตรา 272 ด้วยจะเป็นการสร้างความวุ่นวายให้กับสภาหรือไม่ และพรรคเพื่อไทยจะมีอย่างไร น.พ.ชลน่าน ระบุว่า การแก้ไขมาตรา 112 เป็นนโยบายที่พรรคก้าวไกลสัญญาไว้กับประชาชน จึงต้องมีจุดยืนแบบนี้ และเชื่อว่าไม่เสียหายต่อบ้านเมือง จึงพยายามชี้แจงไป เราไม่ไปก้าวล่วง ส่วนแก้ไขมาตรา 272 ไม่ได้คุยกัน
ส่วนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 272 จะสร้างความไม่พอใจให้กับ ส.ว. หรือไม่ น.พ.ชลน่าน ระบุว่า ก็ต้องไปถาม ส.ว. ซึ่งอาจมีบางคนสบายใจก็ได้