#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2729020

30 ก.ย. 2566 05:01 น.
งาน Negroni Week Opening Night หารายได้สนับสนุนองค์กร Slow Food
การกุศล – แดลเนียล ชวาล์บ และ ฟิลิป บิสชอฟ จัดงาน “Negroni Week Opening Night” ฉลองครบรอบ 11 ปีในประเทศไทยของเครื่องดื่มระดับโลก พร้อมหารายได้สนับสนุนองค์กร Slow Food โดยมี พิตต้า ณ พัทลุง และ ณัชชา โอภากุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ วันก่อน.
ยศตำแหน่งไม่จีรัง แต่ผลงานความดีนั้นคงทน หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 30 กันยายน 2566
- “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน …เป็นไปตามวงรอบของ ชีวิตข้าราชการ เมื่อมาถึงห้วงวันที่ 30 ก.ย. ของทุกปี บรรดาข้าราชการ ที่อายุ 60 ปี ครบกำหนดเกษียณอายุราชการ ก็ถึงวาระที่จะต้องพ้นจากหัวโขนตำแหน่งหน้าที่ราชการ…สำหรับ ข้าราชการ ที่ดำรงตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ราชการมาด้วยความวิริยะอุตสาหะ ทุ่มเททำงานรับใช้ประเทศชาติและประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สิ่งที่ได้แน่ๆ ก็คือ ความภาคภูมิใจ สร้างชื่อเสียงเกียรติยศ ให้แก่ ตัวเองและวงศ์ตระกูล เมื่อเกษียณอายุราชการแล้วก็คงได้พักผ่อน ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ลูกหลาน อย่างมีความสุข หรือบางคนอาจหันไปประกอบอาชีพ ทำธุรกิจการงานส่วนตัว แม้กระทั่งอาสารับใช้ประเทศชาติต่อไปในบทบาทอื่นๆ…บรรทัดนี้ “ธนูเทพ” ขอขอบคุณ ข้าราชการน้ำดีทุกคน ที่ทุ่มเททำงานเพื่อรับใช้ประเทศชาติและประชาชน ด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต มาตลอดชีวิตราชการ และขออวยพรให้ ประสบความสำเร็จ บนเส้นทางที่แต่ละคนคาดหวังไว้ หลังจากเกษียณอายุราชการ

- ส่วน ข้าราชการบางคน ที่ระหว่างอยู่ในตำแหน่งมีพฤติการณ์พฤติกรรม ใช้อำนาจใน ตำแหน่งหน้าที่ แสวงหาผลประโยชน์ ทุจริต คอร์รัปชัน ฉ้อราษฎร์บังหลวง กินสินบาทคาดสินบน จนเป็นเหตุให้ถูกตั้งกรรมการสอบ แจ้งข้อหาดำเนินคดี แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ยังต้องลากสังขารขึ้นโรงขึ้นศาลต่อสู้คดี อยู่แบบไม่มีความสุข เสี่ยงรับโทษทัณฑ์ ติดคุกตอนแก่ ใช้ชีวิตบั้นปลายในตะราง ชดใช้กรรมที่ได้สร้างไว้

- อืม…ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อย่างที่ประกาศไว้ หลังจากเคลียร์ปมใหญ่เรื่องการแต่งตั้ง ผบ.ตร. คนใหม่ ไปเรียบร้อย วันรุ่งขึ้น 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก็นำคณะเดินทางไปเยือน ราชอาณาจักรกัมพูชา อย่างเป็นทางการ โดยถือเป็นการเดินทางเยือนประเทศอาเซียนอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยการไปเยือนครั้งนี้ก็เพื่อแนะนำตัวในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ ได้เข้าพบหารือทวิภาคีกับ สมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทั้งสองฝ่ายต่างย้ำมิตรภาพอันใกล้ชิด และมองว่าเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่จะเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ พร้อมประกาศยกระดับความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์…นอกจากนี้ นายกฯเศรษฐา และ นายกฯ ฮุน มาเนต ได้หารือโดยเห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือ การค้าการลงทุนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกและเพิ่มปริมาณการค้าให้บรรลุเป้าหมาย 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2568 ผลักดันการขนส่งข้ามแดน โดยเร่งรัดเปิดใช้สะพานมิตรภาพที่บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท และขอให้ กัมพูชา อนุญาตให้ใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตามแนวชายแดน รวมทั้ง ยกระดับจุดผ่านแดน เพิ่มปริมาณการค้าชายแดน และร่วมเร่ง เก็บกู้ทุ่นระเบิด ตามพื้นที่ชายแดน การร่วมมือ ป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ การปราบปราม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และยังได้ร่วมกันทำพิธีส่งมอบเชิงสัญลักษณ์ ศูนย์แรกรับเหยื่อการค้ามนุษย์และกลุ่มเสี่ยง ในปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ของกัมพูชา…งานนี้ ถึงจะเหนื่อยแต่คุ้มค่าสุดๆ

- ผ่างๆ…ส่วนที่เมืองไทย ก็ถือว่าเป็นการเปิดศักราชใหม่เหมือนกัน เมื่อ ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาประกาศว่า นายกฯเศรษฐา ได้ขอส่งต่อ เงินเดือน และ เบี้ยประชุม ของทุกเดือนที่ได้รับจากการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ตลอดการดำรงตำแหน่ง ให้แก่ มูลนิธิฯต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้เปราะบาง โดยมีดำริว่า “การให้” เป็นเรื่องที่ดี ตามแต่กำลังศรัทธาของแต่ละคน จึงตั้งใจเริ่มที่ตัวเองก่อน เพื่อมุ่งสร้างประโยชน์สุข และความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนไทย โดยเฉพาะ เรื่องการศึกษา ที่เป็นสิ่งที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ทั้งนี้ เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ของนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ทั้งหมด หลังได้รับมาแล้วรวมทั้งสิ้น 125,590 บาท ต่อเดือน โดยเป็นเงินเดือนนายกฯ 75,590 บาท และเงินประจำตำแหน่ง 5 หมื่นบาท ส่วนการคัดเลือกองค์กรที่จะได้รับความช่วยเหลือนั้น จะมี ทีมงานเป็นผู้กำหนดเกณฑ์ โดยครั้งแรกจะบริจาคให้แก่ มูลนิธิเด็ก ช่วยเหลือเด็กด้านปัจจัยพื้นฐาน การดำเนินชีวิตและสวัสดิการต่างๆ…ขณะที่ นายกฯ

- เศรษฐา สำทับถึงการจะบริจาคเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งให้แก่ มูลนิธิต่างๆ ว่าเมื่อรับเงินเดือนมาแล้ว จ่ายภาษีแล้วก็บริจาค ทั้งนี้เป็นความประสงค์ส่วนตัว ไม่ได้ไปกดดันรัฐมนตรีคนอื่นๆ เพราะความจำเป็นส่วนตัวมีกัน

- ทุกคน ส่วนกรณีที่บริจาคเงิน เกิน 3 พันบาท จะขัดต่อกฎหมายอะไรหรือไม่ กำลังให้ฝ่าย กฎหมาย ดูอยู่ แต่ทั้งนี้เป็นการบริจาคไปตาม มูลนิธิต่างๆ ที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว และช่วยเหลือภาคส่วนที่มีความต้องการความช่วยเหลือ …เรื่องนี้ถือเป็นเจตนารมณ์ที่ดี หาก รัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่มีฐานะความเป็นอยู่ในระดับ เศรษฐี หลายคน หากจะใช้แนวเดียวกับนายกฯเศรษฐา ก็น่าอนุโมทนาสาธุเป็นอย่างยิ่ง

- เฮ้อ…เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านพิพากษาคดี ที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ฟ้อง นิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย กรณีสมัยดำรงตำแหน่ง นายก อบจ.สงขลา ไม่อนุมัติเบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทาง 2 คัน ให้แก่บริษัทเอกชน โดยตัดสินว่ามีความผิด ตาม ป.อาญา มาตรา 157 จำคุก 9 ปี และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 5 ปี ขณะที่ อดีต รมต.นิพนธ์ ได้ประกันตัว เพื่อต่อสู้คดี พิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อไป…ถือเป็นวิบากกรรม ที่ต้องรอลุ้นผลคำตอบสุดท้าย ด้วยความระทึก
- สังคมทั่วไป…สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เชิญชวนร่วมประกวดภาพถ่าย หัวข้อ “การให้คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่” ชิงเงินรางวัลรวม 148,000 บาท พร้อมรับประกาศนียบัตร โดยเปิดรับผลงานถึง 25 ต.ค. และประกาศผล 3 พ.ย.2566 ผู้สนใจร่วมประกวดสอบถามเพิ่มเติม 09-6339-7095
“ธนูเทพ”