#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/lifestyle/2745284

4 ธ.ค. 2566 04:58 น.
- ไลฟ์สไตล์
- อินทรีเหล็ก
“ศรัทธา ทองคำ” รอง ผวจ.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดศูนย์การค้าโรบินสัน สาขาฉลอง
@ศรัทธา ทองคำ รอง ผวจ.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาฉลอง ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันสมบูรณ์แบบที่สุดครบจบในที่เดียว โดยมี ธนพร องค์สันติภาพ, ทิวัตถ์ สีดอกบวบ และ สุรกิจ อารยรังษี มาร่วมงานด้วย ที่ จ.ภูเก็ต วันก่อน.@
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ….ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2566
- มาตรการแก้หนี้นอกระบบ ที่เปิดให้ ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ มาลงทะเบียนแค่วันที่ 1 ธ.ค.วันเดียว ทั้ง 77 จังหวัด มีลูกหนี้มาลงทะเบียนไว้กว่า 2 หมื่นราย มูลค่าหนี้รวม 9 ร้อยกว่าล้านบาท…ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย ระบุมีลูกหนี้ที่ลงทะเบียนทางออนไลน์ วอล์กอินไปลงทะเบียนที่ศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานเขตทุกเขตใน กทม. ….ปรากฏว่า กทม.มีลูกหนี้และเจ้าหนี้มาลงทะเบียนมากที่สุด แบ่งเป็นลูกหนี้ กว่า 1,500 ราย เจ้าหนี้ 879 ราย มูลหนี้ 78 ล้านบาท…..จังหวัดใหญ่อย่าง สงขลา นครศรีธรรมราช นครราชสีมา สมุทรปราการ ติดอันดับท็อปไฟว์…..แปลว่ามีคนไทยต้องแบกรับภาระหนี้นอกระบบครบทุกจังหวัด……กรณีนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยข้อสั่งการของปลัดมหาดไทย สุทธิพงษ์ จุลเจริญ…ขอให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด กำชับเจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ มีการ รักษาความลับของเจ้าหนี้ และ ลูกหนี้ ไม่ให้รั่วไหลและให้ตั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ สรรพากรอำเภอ ร่วมเป็นคณะทำงานและปฏิบัติหน้าที่ในการรับลงทะเบียนดูพิลึกชอบกล…..สรุปเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดย อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย…ย้ำว่า โครงการแก้หนี้ ไม่ใช่การยกเว้นหนี้ ไม่ใช่การลดหนี้ หรือพักหนี้ …หนี้ก็ยังคงเป็นหนี้ ลูกหนี้ยังเป็นหนี้อยู่ ขณะที่ วิธีการไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ไม่มีวิธีการตายตัว ขึ้นอยู่กับการประนอมหนี้……“อินทรีเหล็ก” ฟังความการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลดูแล้ว…..สรุปว่า ยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมชัดเจน เป็นเพียงการตั้งประเด็นขึ้นมาโดยที่ไม่มีข้อสรุปใดๆ และ ความสำเร็จเกิดจากการพูดคุยระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้…..ภาครัฐมีหน้าที่แค่เก็บข้อมูล ห่วงว่าสุดท้าย จะกลายเป็นปาหี่ แค่งานอีเวนต์ขายของมากกว่า


มาที่ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567…..ศิริกัญญา ตันสกุล สส.ก้าวไกล สรุปประเด็นเอาไว้ หลังจากมีการปรับปรุงงบล่าสุด…เพิ่ม งบกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพียง 15,000 ล้านบาท เพิ่มงบ เอสเอ็มอี 5,000 ล้านบาท…ยังไม่พบงบสำหรับการชำระหนี้ของ ธ.ก.ส. และยังไม่มีงบของ ดิจิทัลวอลเล็ต…มีงบเพิ่มขึ้น จากปี 66 จำนวน 3 แสนล้าน เป็นการจัดงบประมาณรอบที่ 2 ต่อจาก รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีความต่างกันที่ 1.3 แสนล้าน….ในจำนวนนี้เป็นงบ ใช้คืนเงินคงคลัง ถึง 1.18 แสนล้าน …..กระทรวงมหาดไทย ได้งบมากที่สุด 3.53 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 8.5% แซงหน้า กระทรวงศึกษาฯ ได้ไป 3.28 ล้าน ที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.3%…อันดับสาม กระทรวงการคลัง 3.27 แสนล้าน กลาโหม 1.98 แสนล้าน คมนาคม 1.83 แสนล้าน ได้เพิ่มทุกกระทรวง….ยกเว้นงบ สาธารณสุข ถูกตัดออกไป 4.6 พันล้าน….เฉพาะ โครงการซอฟต์พาวเวอร์ ได้งบไป 5 พันกว่าล้าน….ว้าเหว่เลยทีนี้


ควันหลังจากงานสัมมนา 2023 The Annual Petroleum Outlook Forum ภายใต้แนวคิด ปรับ เปลี่ยน เพื่อไปต่อ สู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต ที่มี อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการใหญ่ ปตท. ไปเปิดงานวันก่อน มีข้อสรุปจาก ทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันกลุ่ม ปตท.ร่วมกับ อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คาดการณ์ ราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบ ปี 2567 จะอยู่ที่ 75-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยโฟกัสไปที่ นโยบายควบคุมกำลังการผลิตน้ำมันดิบกลุ่ม OPEC+ ในการรักษาระดับราคาน้ำมันดิบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน และ การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของกลุ่มประเทศตะวันตกในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งการแสวงหาโอกาสและแนวทางปรับตัวของกลุ่มพลังงานในยุคการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ส่งผลในการที่จะขับเคลื่อนกลยุทธ์ สู่ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตและขยายธุรกิจใหม่ๆ ที่ไกลกว่าพลังงาน แม้อุปสงค์น้ำมันยังเติบโตใน กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา แต่การใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและกฎหมายรองรับ มีส่วนทำให้อุปทานน้ำมันเติบโตอย่างจำกัด และมีส่วนทำให้อุปทานน้ำมันในปี 2567 จะโตที่ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน การเข้าสู่มาตรฐาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ และ วิกฤติเศรษฐกิจ ในรูปแบบต่างๆจะเป็นตัวกำหนดความต้องการของการใช้พลังงานแห่งอนาคตมากขึ้น…..ในส่วนของ การกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ หลังจากที่ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน พร้อมด้วย สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวฯ ร่วมหารือทวิภาคีกับ อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย ในการพัฒนาการค้าและการท่องเที่ยวบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้วยการออกมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวมาเลเซีย รวมถึง การยกเว้นการยื่นรายการตามแบบรายการของคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร หรือ ตม.6 บริเวณด่านตรวจสะเดา จ.สงขลา เป็นการ ชั่วคราว ระหว่าง 1 พ.ย.66 ถึง 30 เม.ย.67 จากเดิมที่ต้องใช้เวลาในการตรวจคนเข้าเมืองไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ทำให้เกิดความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่มีการเดินทางเข้ามาประเทศไทยกว่า 1 แสนคนต่อเดือน…สามารถ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ได้ 4-5% ซึ่ง ททท. และ เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา จับมือจัดกิจกรรมส่งเสริมกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดเดือน ธ.ค.นี้…ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน พ.ย.มี นักท่องเที่ยวมาเลเซีย เดินทางมาไทยแล้วกว่า 3.98 ล้านคน เกินเป้าที่ 3 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้ว…..และเพื่อให้มีการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั่วประเทศอย่าง


ต่อเนื่อง….ชูวิทย์ ศิริเวชกุล ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก แถลงการณ์จัดกิจกรรม Amazing New Chapters to I-San Wonderful Loykrathong for AEC จ.อุดรธานี ต้อนรับ คาราวานนักท่องเที่ยวจากจีน ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถยนต์และรถไฟความเร็วสูงจากจีนมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยโดยตรง ทำให้เกิดตลาดท่องเที่ยวใหม่ๆในภาคอีสานให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น…..จัดแพ็กเกจ เส้นทางท่องเที่ยวคุนหมิง หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ หนองคาย อุดรธานี เลย สุโขทัย เชียงใหม่ เชียงราย ในราคาเพียง 6,000 หยวนหรือ 3 หมื่นบาทเท่านั้น….จนถึงเดือน พ.ย.มี นักท่องเที่ยวจีน เดินทางมาเที่ยวแล้วกว่า 3 ล้านคน

“อินทรีเหล็ก”