#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/local/2756772

21 ม.ค. 2567 05:02 น.
“ประทีป นทีทวีวัฒน์” เป็นประธานอัญเชิญพระครุฑพ่าห์ ขึ้นประดิษฐาน
อัญเชิญครุฑ ประทีป นทีทวีวัฒน์ รอง ผวจ.สมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีอัญเชิญตราตั้งพระราชทาน พระครุฑพ่าห์ ขึ้นประดิษฐาน โดยมี มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล, รัตนา จิราธิวัฒน์ นรพัลลภ และ อนันต์ ตันติปัญญาคุณ มาร่วมในพิธีด้วย ที่เซ็นทรัล เมกาบางนา วันก่อน.
อุปสรรคมีไว้ทดสอบคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน……หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2567

- “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…มาถึงวันนี้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ยังท่องคาถา “ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย” กลับจากประชุมเวิลด์อีโคโนมิก ที่ สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ค่ำวันเดียวกันก็เดินทางต่อไปลงพื้นที่ตรวจราชการ พร้อมนำ นักธุรกิจหลายสาขา ไปเยี่ยมชม โครงการตามพระราชดำริฯ ที่ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 20 ม.ค. เพื่อหาช่องทางในการช่วย ขายสินค้าผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร ให้แก่ เกษตรกร และวันที่ 22–23 ม.ค. นี้ จะเดินทางไปลงพื้นที่ตรวจราชการ และประชุม คณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่ จ.ระนอง…เรียกว่าทำงานแข่งกับเวลาแทบไม่ต้องพักผ่อนกันเลย ต้องยอมรับว่าฟิตสุดๆ

- แต่ขณะเดียวกัน การทำงานของ นายกฯเศรษฐา ก็ไม่ได้ไหลลื่นอย่างที่เจ้าตัวตั้งใจไว้ โดยเฉพาะเมื่อ โครงการดิจิทัลวอลเล็ต เติมเงิน 1 หมื่นบาท ให้ประชาชน โดนท้วงติงจาก คณะกรรมการศึกษานโยบายโครงการดิจิทัลวอลเล็ตฯ ของ ป.ป.ช. ชุดที่มี สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน ชี้ว่า การกู้เงิน 5 แสนล้านบาท มาใช้ในการดำเนินโครงการ มีความเสี่ยงผิดข้อกฎหมายหลายฉบับ ตรงนี้อาจเป็น จุดหักเห ทำให้ การเดินหน้าโครงการต้องสะดุด…คณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต ของ รัฐบาล ที่มี นายกฯเศรษฐา นั่งเป็นประธาน คงต้องพิจารณา ทบทวนกันอีกหลายตลบ เพื่อปรับปรุงปรับแก้ไม่ให้โครงการนี้ เสี่ยงต่อเงี่ยงกฎหมาย ที่อาจเป็น อันตราย ต่อ รัฐบาล…อุปมาอุปไมย เหมือนนโยบายเรือธงชนหินโสโครกเต็มๆ

- ผ่างๆ…จากเหตุการณ์ โรงงานผลิตพลุ ที่ ต.ศาลาขาว จ.สุพรรณบุรี เกิดระเบิดรุนแรงจนมี ผู้เสียชีวิต 23 ราย…นายกฯเศรษฐา ได้สั่งการตั้งแต่ช่วงที่ติดภารกิจร่วมประชุมเวิลด์อีโคโนมิก ที่สมาพันธรัฐสวิส ให้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งคลี่คลายสถานการณ์ ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการ และสั่งให้มีการควบคุมดูแลทั้งการดำเนินกิจการ และการออกใบอนุญาต เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ

- ขณะที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีพลุระเบิด ที่วัดโรงช้าง ต.ศาลาขาว จ.สุพรรณบุรี เพื่อแสดงความเสียใจและให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต ยืนยันว่า นายกฯเศรษฐา มีความห่วงใย และสั่งการให้ทุกหน่วยงานช่วยเหลือเยียวยาแบบเร่งด่วน โดยรวมแล้ว ครอบครัวผู้เสียชีวิต จะได้รับเงินเยียวยาประมาณรายละ 3 แสนบาท…ที่สำคัญ รองนายกฯสมศักดิ์ ระบุด้วยว่าจะมีการประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือเหตุที่เกิดขึ้น รวมถึงการบูรณาการแก้ปัญหา ไม่ให้เกิดเหตุระเบิดซ้ำอีก พร้อมหารือถึงการแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ เพราะได้รับรายงานว่า โรงงานพลุมีวัตถุระเบิด คือ ดินปืนที่เป็นตัวจุดระเบิด แต่สิ่งที่ทำให้ประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิต เป็นเพราะตัวเร่ง คือ โปแตสเซียมคลอเลต ที่เป็น สารแคตตาไลต์ จากการตรวจสอบพบว่าโรงงานมีการขอใบอนุญาตการให้ทำและค้าดอกไม้เพลิงถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึง กระทรวงกลาโหม ได้ตรวจสอบการสั่งซื้อสารเคมีประกอบวัตถุระเบิด พบว่าปฏิบัติตามกฎหมายถูกต้อง ส่วน กระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจสอบพบว่าสถานที่เก็บพลุแห่งนี้ไม่ได้ขออนุญาตเป็นโรงงาน จึงทำให้ไม่มีการตรวจสอบวัตถุอันตราย จึงต้องแก้ที่ต้นเหตุทั้งระเบียบ กฎหมาย และแบบแผนของแต่ละหน่วยงาน

- ทางด้าน วราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่อยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ ได้สั่งการด่วนมอบหมายให้ ธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการ รมว.การพัฒนาสังคมฯ ตั้งวอร์รูมและลงไปดูแลช่วยเหลือเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิด โดย เลขาฯ ธเนศพล ได้สั่งระดมนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาลงพื้นที่เกิดเหตุทันที พร้อมทั้งระบุว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือความรู้สึกของ ผู้ได้รับผลกระทบ และ ครอบครัว เพราะฉะนั้นนอกจากเยียวยาในเรื่องของ เงินและสิ่งที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ในการดำรงชีวิต แต่ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าคือเรื่องของ สภาพจิตใจ ของ ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัว ทาง กระทรวงการพัฒนา สังคมฯ จึงทำอย่างเต็มที่ทั้ง ด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบ และการให้ช่วยเหลือ ครอบครัว ของ ผู้เสียชีวิตทั้ง 23 ราย ต่อไปอย่างเต็มที่ …งานนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิดคงสบายใจได้ว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และ รัฐบาลเร่งช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และจะมีการออกมาตรการควบคุมการผลิตพลุและดอกไม้เพลิงอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

- อืม…นี่ก็เรื่องร้อนแรง หลังจากกรมราชทัณฑ์ ได้ออกมาแถลงว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับ การพักโทษ ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์…ล่าสุด สมชาย แสวงการ สว. ออกมาระบุว่า ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ เกณฑ์การพักโทษนอกจากนักโทษมีความประพฤติดีแล้ว ต้องรับโทษมา ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ 1 ใน 3 ขึ้นอยู่กับ อย่างใดมากกว่า จึงจะเข้าเกณฑ์ แต่สิ่งที่ กรมราชทัณฑ์ แถลงไม่มีความชัดเจนเป็นการพักโทษพิเศษได้อย่างไร ทั้งที่ต้องยึด พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ปี 2560 เป็นตัวตั้ง ขณะที่ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ที่ออกใหม่วันที่ 6 ธ.ค.2566 ไม่สามารถให้พักโทษ ก่อน 6 เดือน ได้ ดังนั้น กรณีพักโทษ อดีตนายกฯทักษิณ ที่มีโทษ จำคุก 1 ปี ไม่สามารถใช้เกณฑ์รับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 คือ 4 เดือน ได้ แต่ต้องยึดหลัก 6 เดือน ที่เป็นเกณฑ์มากกว่า จึงต้องรอให้ครบวันที่ 22 ก.พ. นี้ จึงจะเข้าเกณฑ์พักโทษ สิ่งดีที่สุด คือหาก ทักษิณ รักษาหายแล้ว ควรไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ รอครบเวลาตามกฎหมาย คิดว่าสังคมจะรับได้ถ้า ครบ 6 เดือน…ใครแม่นกฎหมายมากกว่ากันต้องรอดู

- สังคมทั่วไป… ฌาปนกิจศพ สุธรรม กำจัดดัสกร วัดตรีทศเทพ 21 ม.ค. 14.30 น.
“ธนูเทพ”