#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2774473

30 มี.ค. 2567 05:01 น.
“พจณี คงคาลัย” มอบเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิสายใจไทย
ให้มูลนิธิ – พจณี คงคาลัย ผู้ช่วย ผจก.ใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ อมรา อินทวงศ์ เพื่อสมทบทุนมูลนิธิสายใจไทย โดยมี อภิวัฒน์ ปุณโณปกรณ์, สุวิทย์ อินทรเฉลิม และ จิตประภัส มาลานิยม มาร่วมมอบด้วย ที่มูลนิธิสายใจไทย วันก่อน.
ถ้าผู้นำไม่เด็ดขาดการแก้ปัญหาสำเร็จยาก หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2567
- “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน… เหมือนจะจบแต่ยังไม่จบ สำหรับความขัดแย้งของ 2 บิ๊กตำรวจ แม้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง จะพยายาม หย่าศึก มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี และให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร. รวมทั้งแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เกี่ยวกับ ความขัดแย้ง ของ 2 บิ๊กตำรวจ โดยมี ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน…แต่ล่าสุดก็ยังมี ทนายคนดัง ที่เป็น ทีมงานเครือข่าย ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกมาแฉเรื่องเส้นทางการเงิน บัญชีม้าส่วยพนันออนไลน์ โยงใย นายตำรวจใหญ่…ล่าสุด นายกฯเศรษฐา ได้ออกมาระบุถึงความเคลื่อนไหวดังกล่าวว่า วันนี้มี คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่จะสืบหาความจริงแล้ว ในส่วนของตนเอง และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร. มีหน้าที่โฟกัสปัญหาและดูแลพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด และไม่ขอแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้อีกแล้ว เพราะเชื่อว่าเรามีกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่มีการแทรกแซงจากทุกๆฝ่าย…ส่วนที่มีการแฉเรื่องต่างๆไม่หยุดจะทำให้ วงการตำรวจอื้อฉาวไม่จบ นั้น ตนเองคิดว่า ฉาวหรือไม่ฉาว ขึ้นอยู่กับการทำงาน ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มากกว่า ตอนนี้จึงเน้นพูดคุยกับ รักษาการ ผบ.ตร. และคุยเกี่ยวกับเรื่องของ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) สำหรับเรื่องการ ถูกตำหนิ หรืออะไรต่างๆ ต้องเอาพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ส่วนเรื่อง การกล่าวโทษกัน ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ทุกกระบวนการเชื่อว่าตอนนี้เรามาถูกทางแล้ว และ นายตำรวจทั้งคู่ ก็ถูกย้ายมาช่วยราชการที่ สำนักนายกรัฐมนตรี แล้ว จึงไม่มีการที่จะเข้าไปแทรกแซงใน กระบวนการยุติธรรม ได้ ก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง …งานนี้ถ้ายังปล่อยให้เป็นปัญหาเรื้อรัง ภาพลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีแต่จะเสื่อมทรุด


- เฮ้อ…ควันหลงจากการที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้า พรรคเพื่อไทย เพื่อเยี่ยมเยือน และพบปะกับ แกนนำ และ สส.ของพรรค จนถูกวิจารณ์ว่าอาจเป็น การครอบงำพรรค…ด้าน อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาให้ความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า กกต. มีหน้าที่ดูแลพรรคการเมือง โดย ห้ามพรรคการเมืองพรรคใดยินยอมให้บุคคลใดครอบงำพรรคการเมือง ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ถ้ามีการกระทำใดๆ ที่อาจจะเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวก็เป็นเรื่องที่ กกต. สามารถดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม กรณีของ อดีตนายกฯทักษิณ ต้องดูกฎหมาย แต่ การปรากฏตัวไม่ถือเป็นการครอบงำ หากมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่าเป็นการครอบงำ กกต. จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้ามีหลักฐานจะเสนอ สำนักงาน กกต. ตั้งแท่นสอบ ทั้งนี้ การจะเป็นการ ครอบงำ หรือไม่ ต้องดู ข้อเท็จจริงที่มี ข้อสันนิษฐานจะเอามาพิจารณาไม่ได้ แต่ทุกๆเรื่องเวลาที่เกิดการเคลื่อนไหวทางการเมือง สำนักงาน กกต. จะมีการติดตามเรื่องรวบรวมข้อเท็จจริง หากมีประเด็นเพียงพอจะเสนอให้ เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาว่าสมควรจะต้อง ตั้งกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หรือไม่ และพิจารณาว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ แต่ถ้าการกระทำใดๆไม่เข้าข่ายที่จะถือได้ว่า เป็นการครอบงำ ก็ไม่สามารถที่จะไปห้ามได้ ต้องมีข้อเท็จจริง และ มีพฤติการณ์ ที่พูดได้ว่า เป็นการครอบงำ ไม่สามารถไปตัดสินได้จากข้อเท็จจริงปรากฏเฉยๆ…พูดเหมือน กกต. จับตาขึงขัง แต่สุดท้ายก็ขมวดปมว่าแค่ปรากฏตัวไม่ใช่หลักฐานเป็นการครอบงำ เสมือนเปิดไฟเขียวกันเลย


- ฮัดชิ้ว…หลบหนีคดีถูกกล่าวหา ครอบครองอาวุธโดยผิดกฎหมาย และ อั้งยี่ จากเมืองไทยไป 15 ปี จู่ๆเมื่อวันที่ 28 มี.ค. จักรภพ เพ็ญแข อดีตแกนนำเสื้อแดง และอดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช ก็เดินทางกลับประเทศไทย และมอบตัวสู้คดีที่ กองบังคับการปราบปราม โดยให้การปฏิเสธ ทุกข้อกล่าวหา และได้รับอนุญาตจากพนักงานสอบสวนให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยกำหนดหลักทรัพย์เป็นเงิน 2 แสนบาท ต่อคดี…ทั้งนี้ จักรภพ ระบุว่า ได้ออกจากประเทศไทยไป เมื่อปี 2552 เป็นเวลา 15 ปี จึงตัดสินใจกลับมาสู้คดีที่ยังเหลืออีก 2 คดี ขอชื่นชมที่พนักงานสอบสวนได้มีการอธิบายขั้นตอนต่างๆอย่างครบถ้วน มั่นใจว่าจะสามารถสู้คดีได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับ กระบวน การยุติธรรม…กลับมาสู้คดีตามรอย “นายใหญ่” แสดงว่าเช็กสัญญาณล่วงหน้าเอาไว้แล้ว แต่ถึงเวลาจะรอดบ่วงคดีจริงหรือไม่ต้องรอชม


- อืม…บรรดา LGBTQ ผู้ชายข้ามเพศ หญิงข้ามเพศ ได้เฮกันทั้งประเทศ หลังจาก สภาผู้แทนราษฎร ลงมติให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ กฎหมายสมรสเท่าเทียม วาระ 3 ด้วยคะแนนเสียง 400 ต่อ 10 เสียง สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้เกิด ความเท่าเทียมทางเพศ โดยให้สิทธิในการ สมรสระหว่างบุคคลข้ามเพศ ที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ โดยให้ สิทธิตามกฎหมาย เช่นเดียวกับชายสมรสกับหญิง เพิ่มความเท่าเทียมในสังคมไทย
- สังคมทั่วไป…กล้านรงค์ จันทิก เป็นประธานฉลองสมรส สุกฤตา สุกใส ลูกสาว วัฒนพงษ์–กัลยา สุกใส กับ ณัฐชนน บุญอำไพไชยกุล ลูกชาย กานดา บุญอำไพไชยกุล ที่ร้านนาทอง ห้วยขวาง กทม. 30 มี.ค. 18.00 น.
- ฉลองสมรส วณัฐกรณ์ รศสุธรรม กับ สันติสุข สุขศิริ ห้องอัศวิน แกรนด์ บีซี โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 30 มี.ค. 18.30 น.
- ศพ นวิน นวลมณี (อภิวัฒน์ โพธิ์สิทธิ์) ตั้งสวดศาลา 5 วัดแจ้งศิริสัมพันธ์ อ.เมืองนนทบุรี 18.30 น.คืนสุดท้าย ฌาปนกิจ 31 มี.ค. 16.00 น.
“ธนูเทพ”