เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 42 ททท. ยกทุกมิติเทรนด์ท่องเที่ยวไทย ผ่านเอกลักษณ์ 5 ภาคทั่วไทย

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2770265

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 42 ททท. ยกทุกมิติเทรนด์ท่องเที่ยวไทย ผ่านเอกลักษณ์ 5 ภาคทั่วไทย

13 มี.ค. 2567 17:39 น.

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 42 ททท. ยกทุกมิติเทรนด์ท่องเที่ยวไทย ผ่านเอกลักษณ์ 5 ภาคทั่วไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนผู้ร่วมงานสัมผัสเอกลักษณ์ของ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งด้านประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ผ่าน 9 โซนหลักภายในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 42 ที่จัดขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม 2567-1 เมษายน 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ 

“เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 42” การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ยกทัพพลัง Soft Power และวัฒนธรรมย่อย (Sub-Culture) มาเป็นจุดขายสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวของแต่ละภูมิภาค ด้วยการยกทุกมิติท่องเที่ยวไทยทั้งหมดมาไว้ในงานเดียว พร้อมเสนอ 9 โซนหลัก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการสร้างแรงบันดาลใจ ต่อการเดินทางรับความสุขในการเที่ยวไทยในทุกมิติตลอดทั้งปี 

ภายในงาน ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสกับรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งในเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรอง รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้ถึงการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) โดยผนวกเทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาเป็นเครื่องมือในการส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและความหมาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางรับความสุข กับสถานที่ท่องเที่ยวไทยตลอดทั้งปี (365 วัน) ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรแบบครบวงจร 360 องศา

ททท. ยังตอกย้ำ DNA ขององค์กรในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ด้วยกิจกรรม ลดโลกเลอะ Zero Waste to Landfills เป็นปีที่ 2 จากความสำเร็จที่สามารถส่งต่อขยะ เข้าสู่กระบวนการกำจัดอย่างถูกวิธี ได้ถึง 12,271 กิโลกรัม ช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินต์ จำนวน 27,420 กิโลคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 3,046 ต้นต่อปี 

ทั้งหมดถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน โดยปีนี้ ททท. ยังคงให้ความสำคัญกับการจัดงานที่ลดการสร้างขยะและจัดการขยะอย่างถูกวิธี โดยจัดจุดคัดแยกขยะทั้งหมด 20 จุด แต่ละจุดจะมีป้ายกำกับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมเจ้าหน้าที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการแยกขยะอย่างถูกต้อง 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานตลอด 5 วันจัดงานกว่า 150,000 คน สร้างการรับรู้ 20 ล้านคนต่อครั้ง สร้างรายได้ที่เกิดจากคนเข้าร่วมงานและการจ้างงานในครั้งนี้ ไม่ต่ำกว่า 90 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะเกิดรายได้ต่อเนื่องจากการเดินทางมาเที่ยวชมงานฯ และการออกเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่จังหวัดต่างๆ ของประเทศไทยด้วย 

ภายในงานกิจกรรม ใช้ไอเดียที่จะชวนออกเดินทางตามคอนเซปต์ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” โดยในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 42 จะพาผู้ร่วมงานไปสัมผัสเอกลักษณ์ของ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมนำเสนอความหลากหลายของแลนด์มาร์ก ผ่าน 9 โซนหลักภายในงาน ซึ่งแต่ละโซนมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • โซนที่ 1 Amazing Thailand : พบประสบการณ์ท่องเที่ยวเหนือระดับผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ LED Box จอภาพขนาดใหญ่ที่มาพร้อมมุมมองภาพรอบตัว และ Amazing Thailand VR Dome ที่จะพาออกผจญภัยท่องเที่ยวเสมือนจริงในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก่อนเที่ยวจริง 

พร้อมลานกิจกรรมเล่นเกมและพักผ่อนในมุมกาแฟ และบาร์เครื่องดื่มวัตถุดิบพื้นบ้าน รวมถึงการพูดคุยกับน้อง VISTA Virtual Influencer, ชมนิทรรศการภาพอนุสาร อ.ส.ท. และพูดคุยกับนักเขียน ช่างภาพ อินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยว แบบ Exclusive รวมทั้งรับข้อมูลข่าวสารท่องเที่ยวกับเคาน์เตอร์ 1672 Travel Buddy เพื่อนร่วมทางจาก ททท. และช็อปสินค้าของที่ระลึกภายใต้แบรนด์ Amazing Thailand ในโซน TAT Shop 

  • โซนที่ 2 หมู่บ้านภาคตะวันออก Colorful Burapha : บอกเล่าทุกเฉดสีของดินแดนบูรพาผ่าน 4 แนวคิดหลัก “ยืนหนึ่งเรื่องกิน สุดฟินเรื่องเที่ยว เต็มเหนี่ยวเที่ยวสายศรัทธา (เที่ยวสายมู) เรียนรู้เรื่องรักษ์” นำเสนอแลนด์มาร์ก เช่น ประภาคารบางเบ้า เกาะช้าง จ.ตราด และหัวแหวนพลอย จ.จันทบุรี ตอกย้ำความอุดมสมบูรณ์ของภูมิภาค ผ่านวัฒนธรรมอาหาร ยกทัพอาหารทะเลและอาหารถิ่นมาพร้อมเสิร์ฟ กว่า 50 ร้าน 

เผยมุมท่องเที่ยวลับที่ตื่นตาตื่นใจไปกับจอ LED ฉายภาพแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 9 จังหวัดในภาคตะวันออก พร้อมรับฟังดนตรีโจ๊ะๆ จากวงดุริยางค์ราชนาวี เคล้ากับบรรยากาศภาคตะวันออก 

พร้อมเอาใจสายมูกับตลาดพลอยเมืองจันทบุรี และเพิ่มความสนุกกับกิจกรรม DIY และสาธิตจากชุมชนต่างๆ อาทิ มโหตรหอมย้อมมะพร้าว ชุมชนตะเคียนเตี้ย จ.ชลบุรี สาธิตการนวดบำบัดรักษาอาการ Office Syndrome จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี

  • โซนที่ 3 หมู่บ้านภาคกลาง : ในคอนเซปต์ กลางบุรี ราชธานีแห่งความสุข ความสนุกสนาน เปิดหมู่บ้านมากับประตูกำแพงวังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ จ.ลพบุรี และโดดเด่นด้วยแลนด์มาร์ก หมู่เรือนไทยภาคกลาง ประดิษฐานพระแก้วมรกตเพื่อให้ผู้เข้าชมร่วมสักการะ 

พร้อมรื่นเริงไปกับธีม “งานวัด” ย้อนวันวานบรรยากาศสุดคิดถึง ด้วยกิจกรรมชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน และตู้คีบมนุษย์ ที่สอดแทรกการตกแต่งบรรยากาศ “สงกรานต์มนต์รักลูกทุ่ง” และจำลองตลาดบก-ตลาดน้ำ ในเรือพายแบบดั้งเดิม 

  • โซนที่ 4 หมู่บ้านภาคเหนือ : ชวนแอ่วเมืองล้านนาด้วยการชูงานเทศกาลประเพณี ความเชื่อ ความศรัทธาอย่าง “งานเทศกาลสงกรานต์ปี๋ใหม่เมือง” ด้วยบรรยากาศ “งานวัดภาคเหนือ” ที่ยกแลนด์มาร์ก องค์พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง มาให้ทำบุญสรงน้ำพระแก้วมรกตลำปาง ปักตุงมงคล รับขมิ้นส้มป่อย ก่อนจะแวะ กาดหมั้ว เติมเสบียงอาหารพื้นเมืองเหนือ ภายในโซนยังมี “365 วันแห่งการเดินทางของคนรักกาแฟ” ให้ผู้ร่วมงานได้เลือกชมสินค้า Handicraft และทำกิจกรรม DIY 

พร้อมไปกับศิลปินส่งตรงจากทางภาคเหนือ เช่น วงเขียนไขและวานิช, วงไม้เมือง, คณะลูกทุ่งวิจิตรศิลป์ และการแสดงศิลปวัฒนธรรม อาทิ ระบำชาวเขา ตีกลองสะบัดชัย และฟ้อนกิงกะหร่า คอยเติมบรรยากาศให้คึกคักมากยิ่งขึ้น

  • โซนที่ 5 หมู่บ้านภาคใต้ : ในคอนเซปต์ “Southern Village หมู่บ้านภาคใต้ หลบใต้บ้านเรา” เสิร์ฟอัตลักษณ์พหุวัฒนธรรม ตั้งแต่ก้าวผ่านซุ้มประตูสีสันร่วมสมัยลายผ้าปาเต๊ะ ผ้าบาติก และลูกปัดโนรา พร้อมแลนด์มาร์กสำคัญ หอนาฬิกาเมืองเบตง จ.ยะลา 

พร้อมชมการแสดง แสง เสียง ในทุกชั่วโมง พร้อมทั้งชวนเที่ยวภาคใต้แบบล้ำสมัยไปกับ VR180 “virtual หรอย reality” เสนอ Immersive Experience 

รวมถึงพาไปชิมอาหารปักษ์ใต้แท้ๆ ในหลาด “หรอยเพนิ” ที่มีอาหารมากกว่า 40 ร้าน อาทิ โกสุย หมูย่างตรัง เจริญข้าวไก่เบตงพันธุ์แท้ ชาชักอีซัน@โรตียะลา พร้อมกิจกรรม DIY มากมายในโซน “หลาด Craft…ลองแลต๊ะ” 

เพิ่มความสนุกกับเวทีการแสดง “หรอยเอ็นเตอร์เทนเม้นท์” จัดเต็ม โนรา ระบำตารีกีปัส และเพลิดเพลินกับศิลปินลูกหลานชาวปักษ์ใต้ ได้แก่ เอกชัย ศรีวิชัย โดม The Star อิงกฤต The Voice น้องฟลุ๊ก และไฮไลต์ ลานเวียนครก จำลองกิจกรรมรำวงเวียนครก จ.นครศรีธรรมราช พร้อมวงดนตรี แดนเซอร์ ที่จะพาย้อนยุคไปแดนซ์มันๆ ได้ทุกวันตลอดงาน

  • โซนที่ 6 หมู่บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : หลงรักถิ่นอีสานไปกับแนวคิด “Isan Festi “เว้า” เล่าเรื่องเมืองอีสาน” บอกเล่าความเป็นอีสานในบรรยากาศสีสันสดใส ยืนหนึ่งแลนด์มาร์กบั้งไฟตะไลล้าน และจุดถ่ายภาพ  

รวมของถิ่นตามคอนเซปต์ ISAN SoftPower ได้แก่ หน้ากากผีตาโขน มวยโบราณ และซุ้มประตูประเพณีแห่ต้นดอกไม้ พร้อมเพิ่มดีกรีความม่วนกับไฮไลต์ 4 เรื่องเล่า ได้แก่ การเล่าเรื่องอาหารอีสาน กับนิทรรศการข้าว และตอกย้ำอีสานไปไสกะแซ่บ กับร้านอาหารถิ่น 40 ร้าน 

กิจกรรม DIY สไตล์ Fashion Creative (อีสานสร้างสรรค์) อาทิ ออตโตฟาร์ม สตูดิโอ จ.นครราชสีมา โรงละครหมอลำหุ่นคณะเด็กเทวดา จ.มหาสารคาม หิมพานต์ มาชเมลโล จ.บึงกาฬ ไทรถแห่ อีสานรำซิ่ง และการแสดงของศิลปิน เช่น สิงโต นำโชค เฟิร์ส พรชิตา และเอาใจคอหนัง ชมภาพยนตร์ พร้อมรับฟังเสวนาทิศทางภาพยนตร์ไทย กับ อ.เหน่ง นิติพล รัตนดิลก ณ ภูเก็ต และคุณต้องเต ธิติ ผู้กำกับ 100 ล้าน 

  • โซนที่ 7 พันธมิตรท่องเที่ยวไทย : ชวนร่วมหาดีลสุดพิเศษจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว 8 หน่วยงาน เสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวผ่าน “ห้าง ททท.” ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) และสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA)

พร้อมทั้งมีข้อมูลและสาระนำเสนอดีๆ จากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.), การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), กระทรวงวัฒนธรรมหอการค้าไทย, บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, ตำรวจท่องเที่ยว, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT และบริษัท ปตท. จำกัด 

  • โซนที่ 8 เวทีกลาง : ส่งต่อความสุขผ่านการแสดงดนตรีศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย นอกจากนี้ยังมีการแสดงร่วมสมัย การประกวดเทพีเทศกาลเที่ยวเมืองไทย การเดินแบบแฟชั่นโชว์ ที่มาร่วมสร้างความสุขตลอด 5 วันจัดงาน 
  • โซนที่ 9 Sustainable Tourism Goals : เอาใจนักท่องเที่ยวสายอนุรักษ์ และตอกย้ำหมุดหมายของการขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน (Sustainable Tourism) ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ พร้อมนำเสนอ โครงการ Shape Supply ด้านความยั่งยืนของ ททท. STGs, โครงการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืน STGs STAR, CF-Hotels, รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และเส้นทางท่องเที่ยว Low Carbon ที่พรีเซนต์ในรูปแบบ Low Carbon Exhibition ได้อย่างน่าสนใจ

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย (ครั้งที่ 42) ประจำปี 2567” วันที่ 28 มีนาคม 2567-1 เมษายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ได้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามารถเข้าร่วมงานฟรี 

ผู้เข้าร่วมงานสามารถเดินทางได้โดยบริการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรือเดินทางโดยรถแท็กซี่ ณ จุดบริการรับ-ส่ง ชั้น G บริเวณฝั่งทะเลสาบ, รถประจำทาง สาย 136 และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center 1672 Travel Buddy

Leave a comment