https://www.thairath.co.th/lifestyle/2829870

9 ธ.ค. 2567 04:30 น.
- ไลฟ์สไตล์
- อินทรีเหล็ก
บุคคลในข่าว 9 ธันวาคม 2567
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567

วิบากกรรม วาทกรรม วจีกรรม ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร….เพิ่งจะเริ่มต้น หลังมีแนวคิดดังๆ ออกมาจาก กระทรวงการคลัง ที่มี พิชัย ชุณหวชิร เป็นว่าการฯ รัฐบาลจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 15%….ซึ่ง ประเทศในอาเซียนปัจจุบัน ก็มี การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต่ำกว่า 7% และสูงกว่า 15%…..ตามสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ

แต่เผอิญว่า ความคิดที่จะปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ของกระทรวงการคลัง…..ผิดกาลเทศะ….ในยุคที่ กำลังซื้อหดตัวอย่างรุนแรง การลงทุนยังไม่ได้ตามเป้า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่อง…..เท่ากับเอาดาบมาเชือดคอตัวเองชัดๆ…..ท่ามกลางข้อครหา รัฐบาลถังแตก…..ทำเอาแกนนำรัฐบาล รวมทั้ง นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ต้องรีบออกมาปฏิเสธ ยังไม่มีนโยบายขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่อย่างใด

เฉลยข้อสอบโดย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุ นายกฯเป็นห่วงในเรื่องนี้ ขอให้มีการสรุปที่ชัดเจนก่อน…ยังอยู่ในกระบวนการกำลังจะทำและต้องคำนึงถึงหลายอย่างที่จะเกิดขึ้น ต้องดูความเป็นไปได้ในระดับไหน อย่างไรแค่ไหน….ถึงจะเป็นคำตอบแบบขี่ม้าเลียบค่าย….แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในรัฐบาลแพทองธาร….มีมูลความจริง

เข้าใจตรงกัน ระบบการจัดเก็บภาษีผ่านการบริโภค มีอยู่ 3 ประเภท….ภาษีการขาย Sales Tax ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT และ ภาษีสรรพสามิต….ที่นำรายได้เข้ารัฐเฉลี่ย 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด…ในจำนวนนี้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม เก็บง่ายไม่ซ้ำซ้อน และสร้างรายได้ให้รัฐเป็นกอบเป็นกำ มีความผันผวนน้อย เก็บภาษีเอาจาก มูลค่าเพิ่มของสินค้าและบริการ ที่บวกเข้าไปในราคาสินค้าอยู่แล้ว….การขึ้นราคาสินค้า เป็น วิธีหารายได้เข้ารัฐง่ายที่สุด….แต่ผลกระทบที่จะตามมามากที่สุด

การเมืองยังต้องเดินหน้า…..จับตา การลงพื้นที่อุบลราชธานี ของ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 11 ธ.ค. ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงนายก อบจ.อุบลฯ….ที่ไม่แบเบอร์เหมือนการ เลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี….ส่องตัวบุคคลของแต่ละพรรคการเมือง เพื่อไทย ส่ง กานต์ กัลป์ตินันท์…พรรคประชาชน ส่ง สิทธิพล เลาหะวนิช และผู้สมัครอิสระ ที่มีบ้านใหญ่หนุนหลัง จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล…..เส้นสายการเมืองในพื้นที่ อุบลราชธานี ที่มีทั้ง สีส้ม สีแดง และ สีน้ำเงิน

เช่นเดียวกับ ศรีสะเกษ ที่จะต้องชิงพื้นที่ระหว่าง เพื่อไทย และ ภูมิใจไทย บ้านใหญ่บุรีรัมย์ …..พิสูจน์ชื่อชั้น วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ จาก เพื่อไทย กับ วิชิต ไตรสรณกุล แชมป์เก่า ที่ภูมิใจไทยยอมไม่ได้เด็ดขาด….แรงทั้งกระสุนและกระแส….หรือสนามเลือกตั้ง นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ที่ เพื่อไทย ส่ง กลยุทธ ฉายแสง น้องชาย จาตุรนต์ ฉายแสง สส.เพื่อไทย ลงชิงเก้าอี้กับแชมป์หลายสมัย กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์…เจ้าตัวบ่นอุบถึงกระแสถูกรุมกินโต๊ะจาก บ้านใหญ่การเมืองระดับชาติ…..ศึกชิงอำนาจทางการเมืองมีแนวโน้มรุนแรงถึงฎีกา

งานใหญ่ การจัดสัมมนาพรรคเพื่อไทย ที่หัวหิน วันที่ 13-14 ธ.ค.นี้….ทั้ง นายกฯแพทองธาร และ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร จะลงพื้นที่พร้อมกันเช็กเรตติ้งอีกระลอก…..ไหนๆก็ไหนๆ…..การเมืองภายใน จุดชนวนร้อนตั้งแต่ยกแรก ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่ากับ การเมืองระหว่างประเทศ….ไม่ใช่แค่ สงครามการค้า จีน–สหรัฐฯ….ที่ต้อง ไปตายเอาดาบหน้า แต่ สงครามชายแดน ไทย–เมียนมา ชักจะล้ำเส้นมากขึ้น

เหตุที่ เรือรบเมียนมายิงเรือประมงไทย…..ทางการเมียนมาอ้างสาเหตุเพราะพบวัตถุต้องสงสัยในเรือประมง….จะล้ำเขตน่านน้ำหรือไม่เป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ แต่การที่ เรือรบเมียนมาตั้งใจยิงใส่เรือประมงไทย ไม่ใช่การยิงขู่….แม้แต่ การปล่อยตัวลูกเรือคนไทย และ เรือประมงที่ถูกยึด ก็มี อาการยึกยักจากทางการเมียนมา…..ปัญหา ความหวาดระแวงด้านความมั่นคง ระหว่างไทยกับเมียนมา เป็นหน้าที่ของ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม จะต้องแสดงวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร….ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียว
ต้นเหตุจาก การพักโทษคดีรับจำนำข้าว ให้บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์…..ตามด้วยการพักโทษไปแบบเงียบๆของ ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และ เสี่ยเปี๋ยง อภิชาติ จันทร์สกุลพร ที่ต้องโทษในคดีเดียวกัน….สังคมเลยโฟกัสไปที่การกลับบ้าน ของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร….ซึ่ง สมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง…ออกมาตอบคำถามนี้ การประกาศใช้ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังนอกเรือนจำ….ไม่ได้รอใคร รอความครบถ้วนของประกาศ กรณีของ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ เป็นเรื่องของอนาคต เราไม่ได้วางระเบียบนี้เพื่อรอใครคนใดคนหนึ่ง….จบข่าว
เพจอานนท์ นำภา เปิดเผยจดหมายเขียนด้วยลายมือ ทนายอานนท์ นำภา ถูกควบคุมตัวในเรือนจำพิเศษฯ จากคดีอาญา ม.112 ที่ส่งถึงลูกๆ….“อาจบางทีอยากให้ลูกทั้งสองโตช้ากว่านี้ พ่ออยากมีช่วงเวลาที่ได้เล่นของเล่นกับลูก อยากสอนลูกพูด สอนใช้ห้องน้ำ ป้อนข้าว พาลูกไปโรงเรียน ชีวิตคนเราต้องเติบโต คนเราต้องเติบโตไปตามวัยอันสมควร ลูกทั้งสองต้องเติบโตและใช้ชีวิตที่งดงาม ความทรงจำในวัยเด็กของพวกเราคงมีโอกาสได้พบเจอกันแต่ในศาล จากวันนี้ไปอย่างน้อย 16 ปี เราอาจจะได้อยู่พร้อมหน้า เจ้าขาลคงโตเป็นหนุ่มเข้าสู่วัยมหาลัย เจ้าปราณคงย่างเข้าสู่วัยเบญจเพส” ต้องขอบคุณศาลที่ให้โอกาสพ่อได้อุ้มลูกทั้งสองในห้องพิจารณาคดีวานนี้
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกประกาศอภัยโทษ ให้ ฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายที่มีความผิดทางอาญาก่อนจะครบวาระ อ้างคดีเกิดจาก ความล้มเหลวทางกระบวนการยุติธรรม…..ใดๆในโลกล้วนอนิจจัง
“อินทรีเหล็ก”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม