https://www.thairath.co.th/lifestyle/2830014

10 ธ.ค. 2567 04:40 น.
- ไลฟ์สไตล์
- อินทรีเหล็ก
บุคคลในข่าว 10 ธันวาคม 2567
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567

การเมืองไทย ยังว้าวุ่นกับ การชิงพื้นที่เลือกตั้ง….ใกล้วันชิงดำ นายก อบจ.ทั่วประเทศ บรรดาแกนนำการเมืองแข่งกันลงพื้นที่หาเสียง ชนิดดับเครื่องชน…..จาก อุดรธานีโมเดล ถึง การเลือกนายก อบจ.อุบลราชธานี….มีภาพของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ปะทะ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคประชาชน ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ปาดกันไปปาดกันมา…ขั้วใหญ่กับขั้วใหม่ บ้านใหญ่กับบ้านใหม่…..กลมกลืนเป็นการเมืองแบบไทยๆ….ที่ พิธา เองก็ยอมรับ…ทรัพยากรไม่ได้เป็นแบบทรัพยากรบ้านใหญ่ ซึ่งจะทำให้ อบจ.โปร่งใสได้ก็ต้องใช้ทุนเยอะ……เมื่อถึงเวลา บ้านใหญ่ จับมือไล่ทุบ บ้านใหม่…..ปราสาททรายก็กลายเป็นฝุ่น

ที่ตกเป็นเป้าสายตา….กระทรวงยุติธรรม โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม….ต่อกรณี ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566…หรือ การคุมขังนอกคุก…ที่จะประกาศใช้ภายในสิ้นปีนี้…..เผอิญไปตรงกับความเคลื่อนไหว ที่จะให้มีการนำคดีรับจำนำข้าว กลับมาพิจารณาใหม่…โดยเฉพาะการตีความ ระบบการรับจำนำข้าวแบบจีทูจี…ประกอบด้วยกฎกระทรวง การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ…กฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดและเงื่อนไขการได้รับการลดวันต้องโทษ หรือการพักการลงโทษ…. ทำให้สังคมโฟกัสไปที่ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เต็มตัว…..อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

ส่วน การปล่อยตัวลูกเรือไทย ที่ถูกเมียนมา จับตัวไปไว้ที่ เกาะสอง ….กลายเป็นการเล่นชักเย่อ ระหว่าง รัฐบาลไทย กับ เมียนมา ไปฉิบ….เมียนมาอ้างการปล่อยตัวคนไทยทั้ง 4 คน ที่มีอายุระหว่าง 61-69 ปี พร้อมลูกเรือรวมแล้ว 31 คน…..จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลาง และผลการประชุม ทีบีซี ของทั้ง 2 ประเทศ ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนคดี….ที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาแล้ว…โดยเมียนมากักตัวลูกเรือคนไทยไว้ประมาณ 1 เดือนและต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินคนละ 5,000 บาท….มีความเห็นของนักวิชาการ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ระบุ….เป็นการจับกุมที่อยู่บนข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเล…ทำให้เรื่องนี้มีความทับซ้อน โดยเฉพาะ ลูกเรือเมียนมา ที่ไปเกี่ยวข้องกับปัญหาภายในประเทศเมียนมา….ดังนั้น ควรเป็นการ เจรจาทำความเข้าใจระหว่าง ผู้นำของทั้งสองประเทศ….สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด…..ใช่ไม่ใช่

ประเด็น การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 15% ของรัฐบาลชุดนี้ เป็นอันว่า ต้องพับฐานไปโดยอัตโนมัติ แค่โยนหินถามทางจาก พิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง….. ทัวร์ยังไปลงที่ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ชนิดไม่มีที่จอด…..ล่าสุด กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผย กรมสรรพสามิต เตรียมเสนอแนวทาง การจัดเก็บภาษีคาร์บอนในสินค้าน้ำมัน และ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน เข้าที่ประชุม ครม.ในวันที่ 11 ธ.ค.นี้…..มีอัตราจัดเก็บที่ 200 บาทต่อตันคาร์บอน….โดยรับปากว่า จะไม่มีผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันแน่นอน และ ไม่เป็นภาระของผู้ประกอบการและผู้บริโภค……เอาให้แน่นะวิ

ไหนๆก็ไหนๆ พรชัย ฐีระเวช ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง แถลง ผลการจัดเก็บภาษีรายได้สุทธิเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา….ยอมรับ เป็นเดือนแรกที่จัดเก็บรายได้ จำนวน 205,340 ล้านบาท…ใกล้เคียงกับที่ประมาณการไว้….ส่วนใหญ่มาจาก การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ที่สูงกว่าประมาณการ….เมื่อประเมิน สถานะทางการคลัง กระแสเงินสดในเดือน ต.ค. มีรายได้นำส่งคลัง 205,098 ล้านบาท….มีการเบิกจ่าย 586,922 ล้านบาท…..บานตะไทไปตามระเบียบ

“อินทรีเหล็ก” แนะให้ดูตัวอย่าง ธุรกิจอุตสาหกรรมที่กำลังหนีตาย….ได้แก่ อุตสาหกรรม ยานยนต์ ที่เปิดศึกระหว่าง รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน กับ รถยนต์ค่ายใหญ่ทั่วไป …..หั่นราคากันคันละ 4-5 แสนบาท ….ถูกกว่าราคารถมือสอง….ทำให้ รถค่ายใหญ่ ต้องแข่งลดราคาลงมาหลักแสนบาท….ผลกระทบไปตกกับ ผู้บริโภคใหม่-เก่า….ไฟแนนซ์รถยนต์ และค่ายรถยนต์รายใหญ่ที่ต้องลดจำนวนการผลิตและพนักงาน…..ตลาดรถยนต์ปี 2567 ต่ำกว่า 6 แสนคัน ต่ำที่สุดในรอบ 14 ปี…..ส่งสัญญาณไปถึงความซบเซาของเศรษฐกิจ…จากยอดจำหน่ายรถปิกอัพ ที่ใช้ประกอบธุรกิจ ที่ต่ำสุดในรอบ 23 ปี…..ถ้ารัฐบาลยังไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะการตัดราคาขายและการทุ่มตลาดยานยนต์…..ความฝันที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์…. จะเงียบเป็นป่าช้า

การเมืองในเกาหลีใต้ ชี้ให้เห็นธรรมชาติของ การเมืองก็เป็นเช่นนี้เอง….ความพยายามในการเสนอญัตติถอดถอน ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ของเกาหลีใต้ ภายหลังยุติการประกาศกฎอัยการศึก….และออกมากล่าวขอโทษประชาชน โดยรับปากรัฐบาลจะไม่มีการประกาศกฎอัยการศึกอีกแล้ว ….ปรากฏว่า น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ…ฝ่ายค้านที่นำโดย อี แจมยอง มี สส.เพียง 192 คน…ในขณะที่การถอดถอนให้สำเร็จ ต้องใช้เสียงจาก สส.จำนวน 200 เสียง จากจำนวน 300 เสียง….สส.ฝ่ายรัฐบาล รวมหัวกัน วอล์กเอาต์ ไม่เข้าร่วมประชุมเสียอย่าง…..ปิดจ๊อบชนิดค้านสายตาประชาชนที่อยากให้ ประธานาธิบดียุนลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ปตท. ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อออนไลน์พาดพิง ผู้บริหารกลุ่ม ปตท. นั้น เป็นการนำข้อมูลที่ ปตท.แจ้งสารสนเทศต่อ ตลาดหลักทรัพย์ ไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากความจริง ส่งผลกระทบชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของ ปตท. รวมทั้งผลกระทบเชิงลบต่อราคาหุ้นของกลุ่ม ปตท….ดังนั้น ปตท.จึงได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดย ปตท.ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด
“อินทรีเหล็ก”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม