
2 ม.ค. 2568 04:30 น.
- ไลฟ์สไตล์
- อินทรีเหล็ก
บุคคลในข่าว 2 มกราคม 2568
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2568

รวมคำอวยพรปีใหม่ 2568….เริ่มจาก นายกฯแพทองธาร ชินวัตร…..สวัสดีปีใหม่ ขอส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ขอให้คนไทยทุกคนมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง เดินทางไปไหนมาไหนปลอดภัย….เชื่อว่าทุกคนทำงานหนักมาทั้งปี ใช้โอกาสนี้พักผ่อน ชาร์จแบตให้เต็มที่ รัฐบาลมีอะไรดีๆรออีกเยอะ ในปี 2568 จะเป็นปีแห่งโอกาสของคนไทยทุกคน
อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร อวยพรขอให้ พี่น้องได้พบแต่โอกาสดีๆ มีสุขภาพดีทั้งกายทั้งใจ จะได้มีอนาคตที่ดีและมีครอบครัวที่มีความสุขตลอดไป
อดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อวยพร ให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในการพัฒนาตัวเอง พัฒนาครอบครัว และร่วมมือกันพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อวยพร ขอให้เป็นปีของความมั่นคง เป็นปีของการวางรากฐานของประเทศไทยในการต้อนรับสู่การเปลี่ยนแปลงต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่ คิดถึงทุกท่าน
อดีตนายกฯเศรษฐา ทวีสิน อวยพร ขอให้พี่น้องชาวไทยทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง คิดอะไรสมหวังทุกประการ และขอให้ทุกคนสู้ไปด้วยกัน ขอให้มีความสุขมากๆในปี 2568

ส่วน อดีตนายกฯชวน หลีกภัย มองอนาคตทางการเมืองปี 2568 รัฐบาลไม่มีปัญหา จากภาพรวมของ สส.ในสภาทั้งหมด 493 คน….เป็นฝ่ายรัฐบาลเสียงข้างมากถึง 322 คน…ไม่มีวี่แววการเปลี่ยนแปลงเสียงข้างมาก พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีท่าทีถอนตัว…พรรคร่วมฝ่ายค้าน 173 เสียง ไม่มีอันตรายที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง….การเมืองไทยยังปลอดภัยดี

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อวยพรปีใหม่ ขอให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรง มีความมั่นคง มีความรัก ความสามัคคี และโชคดีตลอดปี 2568…ประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา อวยพรให้ คนไทยมีความสุข แคล้วคลาดจากอัน ตราย ช่วยกันนำพาประเทศชาติปลอดภัย…..ปีใหม่ 2568 เริ่มต้นการเดินทางของประเทศไทยไปในบริบทการแข่งขันโลกล้อมประเทศ

การเมือง จะพัฒนาหรือถอยหลังลงคลองอย่างไร แต่ ประเทศไทย ต้องเดินหน้าต่อไป….ปี 2568 จะเป็นปีที่พี่น้องคนไทยต้องตั้งรับกับ พายุเศรษฐกิจ ทุกรูปแบบ….โดยเฉพาะ ภาคแรงงาน ที่จะต้องตั้งรับให้ดี…..ปิดกิจการ ปลดคนงาน ลดเวลาทำงาน…..ค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป….แต่ ความมั่นคงและเสถียรภาพ ของ ผู้ใช้แรงงาน ในทุกภาคสาขาอาชีพ สำคัญกว่า…..จากการประมาณการ เศรษฐกิจไทยปี 2568 จะโตแค่ 2.3–3.3…..เฉลี่ยที่ ร้อยละ 2.7 ต่ำกว่าเป้าหมายค่าเฉลี่ย การเฉลี่ยเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้…..จะเกิดช่องว่างระหว่าง คนรวยกับคนจน มากขึ้น

ผลสำรวจของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ…..ประชาชน ต้องการรับความช่วยเหลือจาก ภาครัฐ มากที่สุด ร้อยละ 85….คือการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค….ปัญหาสำคัญของสังคมไทยมาเป็นอันดับหนึ่ง คือ ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ และ ค่าครองชีพสูง….ถึงร้อยละ 86….รองลงมา การแก้ปัญหาความยากจน ร้อยละ 51.6…..ปี 2568 รัฐบาลต้องแก้ปัญหา เส้นผมบังภูเขา จากความเดือดร้อน กระทบปากท้อง ของชาวบ้านก่อนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นใด….เพราะกองทัพเดินได้ด้วยท้อง

ปัญหาหนี้ครัวเรือน ที่เป็น ระเบิดเวลา ลูกใหญ่…..วัดจาก ยอดขายรถยนต์ เดือน พ.ย.2567 หรือไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา มีจำนวน 4 หมื่นกว่าคัน….เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลงร้อยละ 31.34…ส่วนหนึ่งมาจาก การอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น หนี้เสียรถยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.8…..รวมทั้งพฤติกรรมการซื้อรถยนต์ของคนไทย นิยมซื้อเงินผ่อนมากกว่าจ่ายสด….ถึงร้อยละ 90….ประเด็นสุดท้ายคือ กำลังซื้อจากประชาชน ลดลง……จาก รถยนต์มาจนถึงบ้านพักที่อยู่อาศัย เป็นปัจจัยพื้นฐานของชาวบ้านที่ต้องมี

อสังหาริมทรัพย์ปี 2567 ขยายตัวต่ำตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นมา…แนวโน้มการผิดนัดชำระหนี้ มากขึ้น….ธนาคารเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ มากขึ้น….จากวงเงินที่ควบคุมเข้มงวด ในระดับราคา 3 ล้านบาท…..ขยายการควบคุมไปที่ บ้านราคา 7–10 ล้านบาท…..แสดงว่า คนรวยเริ่มจะจนลง มากขึ้น…..ไปสมทบกับ หนี้ครัวเรือน ที่มีสัดส่วนต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ แตะที่ร้อยละ 90….มีผลต่อสภาพคล่องของเม็ดเงินในตลาดอย่างต่อเนื่อง ….กระทบเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่บนลงล่าง และ จากล่างขึ้นบน
ในทัศนะของ “อินทรีเหล็ก” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลแบบเดิมๆก็ดี…….การแจกเงินเยียวยา เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จาก นโยบายประชานิยมเดิมๆ ก็ดี หรือมาตรการช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ หรือ มุ่งแต่จะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและในระบบ…….เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เม็ดเงินส่วนหนึ่ง จะลงใต้ดิน ถูกดูดออกจากระบบ…..ไม่ใช่แนวทางในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในสภาพแวดล้อมในยุคปัจจุบัน……แต่ถ้ารัฐบาลนำ งบประมาณจำนวนมหาศาล เหล่านี้…..ไป พัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศให้มีคุณภาพ…..นำไป สร้างงานที่ถาวรและยั่งยืนให้กับภาคแรงงาน….หรือ นำไปลงทุนสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบทวีคูณ….จะแก้ไขปัญหา ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และ ความเดือดร้อนซ้ำซากของประชาชน เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ตรงจุดที่สุด
ตั้งอยู่แล้วดับไป เป็นสัจธรรม อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ จิมมี คาร์เตอร์ ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 100 ปี จากเส้นทางการเมือง วุฒิสมาชิกรัฐจอร์เจียของพรรคเดโมแครต สู่ประธานาธิบดีสหรัฐฯตั้งแต่ปี 1977-1981 ในขณะที่ทั่วโลกเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจและสงครามความขัดแย้ง ทำให้ภาพผู้นำของคาร์เตอร์โดดเด่นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก……สวัสดีปีใหม่ 2568
“อินทรีเหล็ก”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม