
16 ม.ค. 2568 04:30 น.
- ไลฟ์สไตล์
- เพลิงสุริยะ
บุคคลในข่าว 16 มกราคม 2568
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568

ครู คือผู้มีส่วนสร้างอนาคตของชาติ…….“เพลิงสุริยะ” เข้าคิวรายงานตัวรับใช้ท่านผู้อ่าน
“ครูจุดประกายความฝัน ผลักดันให้กล้าคิด สร้างโอกาสในชีวิตให้เด็กไทย” คำขวัญวันครูประจำปี 2568 ที่ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร มอบให้กับคุณครูทั่วประเทศ เนื่องในโอกาส วันครูแห่งชาติ ตรงกับทุกวันที่ 16 มกราคม ของทุกปี ……ปีนี้เป็นปีที่ นายกฯแพทองธาร ได้ทำหน้าที่หัวหน้ารัฐบาลปีแรก มอบหมายให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในงานวันครูของส่วนกลาง ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ เพราะตัวนายกฯติดภารกิจ ต้องบินลงไปตรวจราชการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้…..พับผ่า แบ่งงานตามโควตากระทรวงพรรคร่วมรัฐบาลของแท้

ฟัง อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร คุณพ่อของนายกฯคนปัจจุบัน ในงาน Dinner Talk “Chat with Tony : Bull Rally of Thai Capital Market” แล้ว ตีปัญหาเรื่องการพัฒนาคนของบ้านเราได้น่าคิด………ยกเคส เจนเซน หวง ซีอีโอเจ้าของบริษัท เอ็นวิเดีย (NVIDIA) บริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่ มาร์เกตแค็ปสูงเป็น อันดับ 2 ของโลก กว่า 3.48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 122 ล้านล้านบาท มากกว่างบประมาณประเทศไทย 32 เท่า มาปรากฏตัวที่ไทย เข้าพบทั้ง นายกฯแพทองธาร และ อดีตนายกฯทักษิณ ………หยอดคำหวานให้กับไทยมากมาย รุ่งขึ้นบินไปเวียดนามประกาศลงทุนครั้งใหญ่ ร่วมเปิดตัว “ศูนย์วิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (NVIDIA AI R&D Center)” ที่กรุงฮานอย กับนายกฯเวียดนาม ซะงั้น……..เหมือนกับที่ซีอีโอแอปเปิล ซีอีโอไมโครซอฟท์ เคยหักอกรัฐบาลไทยมาแล้ว

ปัจจัยหลักก็คือเรื่องของคน วันนี้เวียดนามเตรียมพร้อมและพัฒนาคนไว้รองรับกับระบบโลกในอนาคตมาพักหนึ่งแล้ว ขนาดคนหูไวตาไวอย่าง อดีตนายกฯทักษิณยังออกอาการอึ้งกิมกี่….. นี่ยังไม่ต้องพูดถึงสิงคโปร์ที่ทิ้งเราไปไม่เห็นฝุ่น…………หันมาดูการพัฒนาคนของไทย วันนี้เป็นอย่างไรคงไม่ต้องสาธยายให้มากความ เป็นช่วงเวลา 2 ทศวรรษแห่งความขัดแย้ง ที่ไร้ความหมายสิ้นดี ต้องถามรัฐบาล ต้องถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ฯลฯ ถึงเวลาที่คิดจะขยับปฏิรูป ยกระดับสร้างคนของเราให้ทันกับโลกในอนาคตหรือยัง

คุณพ่อนายกฯ ยังโชว์วิชั่นปั้นตัวเลขทางเศรษฐกิจอีกว่า จะพยายามช่วยเหลือรัฐบาลทุกช่องทางที่ทำได้ ให้ จีดีพีในปี 2568 ขยับขึ้นมาที่ 3 กว่าๆ ปี 2569 ต้องถึงเลข 4 และปีถัดไป คือ ปี 2570 ต้องทะลุไปที่เลข 5………ตัวชูโรงเพื่อจะดึงนักลงทุนก็คือ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่จะปั้นเข้าตลาดหุ้น, ผลักดันคริปโต–บิทคอยน์ ให้เกิดให้ได้, ฟื้นเมกะโปรเจกต์ถมทะเลป้องกันน้ำท่วม ให้สัมปทาน 99 ปี, กดค่าไฟให้อยู่ที่ 3.70 บาทต่อหน่วย, ดึงดาต้าเซ็นเตอร์ เอไอฮับ มาอยู่ที่ไทยให้ได้ รวมถึงการสร้างธุรกิจใหม่ๆ หาตลาดส่งออกใหม่ๆ ฯลฯ……เรื้อเวทีไปนานยังต้องรอเวลาพิสูจน์

จังหวะพอดีกับที่ ครม.มีมติรับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เริ่มนับหนึ่ง กับอีกหนึ่งโครงการเรือธงของรัฐบาลชุดนี้………ตั้งเป้าไว้ว่าแต่ละจุดที่เป็นเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะมีเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท, มีรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1.2–2.4 แสนล้านบาทต่อปี, ดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 5–10% โดยเฉพาะกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวได้อย่างน้อย 13%, สร้างการจ้างงาน 9,000–15,000 ตำแหน่ง, การลงทุนแต่ละจุดจะช่วยสร้างรายได้ให้กับรัฐไม่ต่ำกว่า 1.2–4 หมื่นล้านบาทต่อปี

แม้รัฐบาลพยายามจะบอกว่า กาสิโนเป็นแค่ส่วนหนึ่งในเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นตัวเอก ตัวชูโรงที่จะใช้ดึงดูด กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบวัดดวง…..กฎหมายฉบับนี้ยังต้องฝ่าอรหันต์กันอีกหลายด่าน
นี่ถ้า องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ออกมาร้องว่า 2 บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยี่ห้อดังของจีน OPPO และ REALME มีการติดตั้งแอปพลิเคชันเงินกู้ “สินเชื่อความสุข” และ “Fineasy” เข้ามาในระบบ System App ที่ไม่สามารถลบออกได้ ก็อยากจะรู้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง กสทช., กระทรวงดีอี หรือสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค จะขยับทำอะไรกันหรือเปล่า แม้ทางบริษัทออกมาแก้ตัว เตรียมลบแอปพลิเคชันออกจากระบบสมาร์ทโฟนแล้วก็ตาม

ลำพังภัยทางสังคมในโลกออนไลน์ ที่ทุกวันนี้คนไทยต้องผจญกับ พวกแก๊งสีเทาแล้ว ยังต้องมาระวังกับบริษัทใหญ่ๆที่ตั้งใจดูด-ล้วงข้อมูลกันแบบเปิดเผยอีก…..กรณีนี้คือตัวอย่างหนึ่งในความบกพร่องทางด้านธรรมาภิบาล และความโปร่งใส ที่บริษัทมีต่อลูกค้า รัฐเองก็ควรต้องมีมาตรการจัดการขั้นเด็ดขาด……อย่าปล่อยให้ใครตีเมืองขึ้นได้
พูดถึงภัยทางสังคมแล้ว มีสถิติรับเรื่องราวร้องทุกข์ ที่ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ของ ปวีณา หงสกุล รวบรวมจากผลการดำเนินงานในปี 2567 มีผู้เดือดร้อนร้องขอความช่วยเหลือรวม 5,647 ราย น่าตกใจคือ เป็นคดี ข่มขืน-อนาจาร 790 ราย ทารุณกรรม/ทำร้ายร่างกาย/กักขัง 740 ราย อาชญากรรมออนไลน์ 668 ราย ล่อลวง/ค้าประเวณี/ค้ามนุษย์ 257 ราย ปัญหาครอบครัว 1,317 ราย ยาเสพติด 210 ราย นอกนั้นเป็น ปรึกษาด้านกฎหมาย, จิตเวช, แรงงาน, คนหาย เร่ร่อน ฯลฯ

น่าตกใจคือ ในเคสข่มขืน 790 ราย มีผู้ถูกกระทำเป็นเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ถึง 2 ราย แถมยังเป็นคนใกล้ตัวนี่เอง……..น่ากลัวแท้ๆ………..ขณะที่อายุสูงสุด เป็นหญิงวัย 78 ปี ช่วงอายุที่ถูกข่มขืนมากที่สุด คือ 11-15 ปี จำนวน 373 ราย คิดเป็น 47.22%……สังคมไทยน่ากลัวขึ้นทุกวัน
กิจกรรมดีๆ ระเบิดความมัน ชิงถ้วยคุณหมอแข้งทอง MOPH SUPER CUP ของ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ที่สนามฟุตบอลกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี คู่ปฐมฤกษ์ระหว่างทีมรัฐมนตรี กับทีมผู้สื่อข่าวการเมืองวันนี้ เวลา 15.00 น. ประสานงานโดย “เสี่ยหนึ่ง” วันฉัตร วณิชพันธุ์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข
ฌาปนกิจศพ สมศักดิ์ เลื่อมใส วัดนวลจันทร์ 16 ม.ค. 16.00 น.
“เพลิงสุริยะ”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม