
26 ม.ค. 2568 05:37 น.
- ไลฟ์สไตล์
- ธนูเทพ
บุคคลในข่าว 26 มกราคม 2568
ความเท่าเทียมคือพื้นฐานประชาธิปไตย
หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…ถึงแม้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ติดภารกิจประชุม เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ไม่ได้มาเป็นประธานพิธีเปิดงาน “วันสมรสเท่าเทียม” เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ในเมืองไทยมีผลบังคับใช้ เปิดให้ คู่รัก LGBTQIA จดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมาย โดย นายกฯแพทองธาร ได้ทวีตข้อความผ่านเอ็กซ์ โดยระบุว่า วันที่ 23 ม.ค. 2568 เป็นวันที่ทุกความรักของคนไทยถูกรับรองโดยกฎหมาย กฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านการต่อสู้มากว่า 2 ทศวรรษ เป็น 2 ทศวรรษที่ต้องเผชิญหน้ากับ อคติ และการเปลี่ยนแปลง ค่านิยมของสังคม ชัยชนะในครั้งนี้จึงถือเป็นความสำเร็จจากความร่วมมือของทุกคน โดยเฉพาะ ภาคประชาชน LGBTQIA ที่เป็นแกนนำสำคัญทำให้กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ ทำให้ ธงสีรุ้ง ปักลงบน ประเทศไทย อย่างภาคภูมิ กฎหมายสมรสเท่าเทียม เป็นจุดเริ่มต้นความตระหนักรู้ของสังคมไทยในการเคารพความหลากหลายทั้ง เพศสภาพ เพศวิถี เชื้อชาติ และ ศาสนา ที่ทุกคนมีสิทธิและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังโพสต์คลิปวิดีโอ มีเนื้อหาสรุปว่า ในนามของ รัฐบาล ขอแสดงความยินดีกับคนไทยทุกคน ที่ต่อจากนี้ทุกความรักจะถูกรับรองทางกฎหมาย ได้รับเกียรติและศักดิ์ศรีอย่างเท่าเทียม ขอขอบคุณ อดีตนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะที่มุ่งมั่นผลักดันกฎหมายฉบับนี้ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ขอบคุณ สส. ทั้ง ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน รวมถึง สว. ที่ร่วมกันผลักดันกฎหมาย ขอบคุณ สื่อมวลชน ที่เป็นกระบอกเสียงในการทำลาย อคติทางเพศ ที่ฝังรากลึกใน สังคมไทย และขอบคุณ ภาคประชาชน LGBTQIA ที่เป็นแกนนำสำคัญทำให้กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ทำให้สังคมไทยยอมรับความหลากหลายอย่างแท้จริง และทำให้ประเทศไทยเป็นชาติแรกใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่ 3 ของ เอเชีย ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม…ทำให้เห็นว่าสังคมไทยเคารพความแตกต่างหลากหลาย ทุกคนมีสิทธิและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน เพราะความแตกต่างไม่ใช่ข้ออ้างในการเลือกปฏิบัติ ทำให้วันนี้ ประเทศไทย ได้บันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่ทำให้ทั้งโลกรับรู้ว่า ประเทศไทย โอบรับความรักทุกรูปแบบ ยอมรับความหลากหลายทางเพศ ที่เป็นพื้นฐานของ ระบอบประชาธิปไตย และขอแสดงความยินดีกับคู่สมรสใหม่ทุกคู่…ไม่ยอมพลาดร่วมแสดงความยินดีกับทุกคู่รัก

ฮัดชิ้ว…ท่ามกลางปัญหา วิกฤติฝุ่นควัน PM 2.5 ทั้ง กทม. และ ปริมณฑล ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน เป็นสีแดงเต็มพื้นที่ กระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง ทำให้ นายกฯแพทองธาร ต้องรีบส่งสัญญาณข้ามทวีปจาก สมาพันธรัฐสวิส สั่งการให้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีมาตรการเร่งด่วนแก้ไขปัญหาระยะสั้น โดยขอความร่วมมือ หน่วยงานภาครัฐ และ บริษัทเอกชน ให้เจ้าหน้าที่ทำงานที่บ้านเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว และสั่ง กระทรวงคมนาคม สนับสนุน ยกเว้นค่ารถไฟฟ้า–ค่ารถเมล์ เป็นเวลา 7 วัน เพื่อลดฝุ่นที่เกิดจากรถยนต์ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียม ปฏิบัติการฝนเทียม สั่งให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ตรวจสอบหากพบเห็นการเผาให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดตั้งแอปพลิเคชันรับแจ้งเหตุการเผา ให้ประชาชนแจ้งจุดที่เกิดการเผา และให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด และ ผู้ว่าฯกทม. กวดขัน ไซต์ก่อสร้าง ที่ไม่คลุมผ้าป้องกันฝุ่นโดยเคร่งครัด และ ช่วงอากาศปิด ให้ เลื่อนการก่อสร้าง ที่ทำให้เกิดฝุ่น ละอองออกไปก่อน และให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กวดขันรถควันดำโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ รัฐบาล มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาฝุ่นควันอย่างเต็มที่ โดยมีทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว…งานนี้ขืนไม่ออกแอ็กชันใช้ยาแรงเอาไม่อยู่แน่

ส่วนทางฟาก สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม สนองคำสั่งทันควัน แถลงมาตรการลดปัญหา ฝุ่นควัน PM 2.5 โดยระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 25–31 ม.ค. นี้ กระทรวงคมนาคม จะให้ประชาชนขึ้น รถไฟฟ้า และ รถ ขสมก.ฟรี โดยได้ประสานผู้ประกอบการ กลุ่มบีทีเอส และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ว่า รัฐบาล จะมีมาตรการนี้ โดยส่วนที่ต้องชดเชยช่วง 7 วันนี้ จะเอารายได้ 7 วันที่ผ่านมาว่ามีรายได้เท่าไหร่ก็จะชดเชยตามนั้น โดยใช้งบกลางในการชดเชยประมาณ 140 ล้านบาท และจะเสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติงบชดเชย ทั้งนี้เชื่อว่าจะมีประชาชนมาใช้บริการเกิน 20–30% แต่หากครบ 7 วัน แล้วถ้าค่าฝุ่นยังไม่ลดจะมีการประเมินอีกครั้งว่าจะขยายระยะเวลาออกไปอีกหรือไม่ นอกจากนี้ได้สั่งตั้ง จุดตรวจ 8 จุด ใน กทม. เพื่อลดควันดำ…เร่งเดินเครื่องเพื่อช่วยลดมลพิษเต็มแรง

ผ่างๆ…จากการที่ รัฐบาล ได้ดำเนินโครงการแจกเงิน 1 หมื่นบาท ให้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป โดยจะโอนเข้าบัญชีวันที่ 27 ม.ค. นี้…วราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระบุว่า กระทรวง พม. ได้เสนอข้อมูล ผู้สูงอายุ ที่จะได้สิทธิรับเงินครั้งนี้ กว่า 4 ล้านรายชื่อ ให้กับ กระทรวงการคลัง พิจารณา โดยผู้ที่ผ่านเกณฑ์เตรียมตัวรับเงินได้เลย แต่ขอฝากสำหรับ ผู้ที่รู้ตัว แล้วว่าจะได้รับเงิน 1 หมื่นบาท ขอให้ ระวังมิจฉาชีพ ทั้ง ออนไลน์ หรือ คอลเซ็นเตอร์ และขอให้ใช้เงินอย่างคุ้มค่า…ใส่ใจดูแลทั้งกลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุ ด้วยความห่วงใย สุดยอดจริงๆ

สังคมทั่วไป…อลงกรณ์ พลบุตร อดีต รมช.พาณิชย์ ประธานที่ปรึกษาชมรมช่างภาพการเมือง เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลเพื่อการศึกษาบุตร-ธิดา ชมรมช่างภาพการเมือง ที่บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล ชั้น 3 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า 26 ม.ค.10.00 น.


ศพ ศุภชัย อัศวะวิบูลย์ บิดา พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ตั้งสวดศาลา 1 วัดเขียนเขต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 18.30 น. ถึง 28 ม.ค. พระราชทานเพลิง 29 ม.ค. 16.00 น.
“ธนูเทพ”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม