
31 ม.ค. 2568 04:50 น.
- ไลฟ์สไตล์
- ธนูเทพ
บุคคลในข่าว 31 มกราคม 2568
ถ้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง อย่าหวั่นไหวคำนินทา
หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2568

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน….มาถึงวันนี้ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป อย่างน้อย 3 ล้านคน ทั่วประเทศ คงโล่งอกหายใจได้คล่องขึ้น เมื่อ รัฐบาล ทำตามสัญญากดปุ่มส่งเงิน 10,000 บาท ใน โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผู้สูงอายุ ตามนัด เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา…ทั้งนี้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุในการคิกออฟแจกเงินตาม โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผู้สูงอายุ ว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ ประชาชนมีกินมีใช้ ที่ผ่านมาได้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ คนพิการ มอบเงิน 10,000 บาท ให้กับประชาชนแล้วกว่า 14.45 ล้านคน ในเฟสแรก และ เฟสสอง ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ คือ การแจกเงินหมื่นให้กับผู้สูงอายุ ถือเป็นความสำเร็จของ รัฐบาล ในการกระตุ้นเศรษฐกิจไป 1 รอบ และรอบนี้เป็นรอบที่ 2 โดยแจกเงิน 10,000 บาท ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ 3 ล้านคน ระบบเศรษฐกิจไทยจะเติมเงินกว่า 30,000 ล้านบาท…หวังว่าเงินจำนวนนี้จะสามารถช่วยประชาชนในการบรรเทาทุกข์แบ่งเบาภาระได้หลายอย่าง และสามารถต่อยอดหลายอย่างในชีวิตได้ ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจเฟสต่อไป ทาง กระทรวงการคลัง จะแจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป…เน้นย้ำชัดนอกจากเป็นการเติมเงิน เข้ากระเป๋าประชาชน เพื่อแบ่ง เบา ภาระปากท้องค่าครองชีพ แล้วยังเป็นการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เกิดการหมุนเวียนเป็นวงรอบ ประคองเศรษฐกิจทั้งระบบไม่ให้ดิ่งเหว

ขณะที่ เผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง สำทับว่า การแจกเงินหมื่น เฟส 3 จะอยู่ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ในช่วงเดือน เม.ย.–มิ.ย. นี้ โดยได้เตรียมเม็ดเงินไว้กว่า 1.6 แสนล้านบาท ส่วนการแจกเงินให้กับ ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน นั้นจะได้ความชัดเจนเรื่องไทม์ไลน์และขั้นตอนภายใน 2 สัปดาห์นี้ โดยกลุ่มนี้คาดว่าประมาณไม่เกิน 1 ล้านคน…งานนี้ประชาชนในกลุ่มที่ยังรอความหวังจะได้รับเงินหมื่นต้องหมั่นคอยติดตามรายละเอียดการลงทะเบียนรอบต่อไป อย่าให้พลาดโอกาสนะจ๊ะ

ฮัดชิ้ว…หลังจาก สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม มีมาตรการช่วยลด ฝุ่นควัน PM 2.5 โดยให้ประชาชนใช้รถไฟฟ้า และรถเมล์ฟรี 7 วัน เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดควันจากท่อไอเสีย ในห้วง ฝุ่นจิ๋วพิษปกคลุมเมือง โดยมีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่วายโดนวิจารณ์ว่าไม่คุ้มกับงบประมาณที่ต้องนำไปชดเชยแก่ ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า อย่างน้อย 140 กว่าล้านบาท…ล่าสุด รองนายกฯสุริยะ ออกมาตอบโต้ว่า ไม่รู้วิจารณ์อะไร เพราะประชาชนที่ใช้ประโยชน์ก็แฮปปี้กันหมด ส่วนเรื่องการใช้งบฯก็มีตัวเลขชัดเจนของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและ จราจร มีกล้องวงจรปิดของ กทม. สามารถไปเช็กได้ว่าจากมาตรการดังกล่าวทำให้ประชาชน ใช้รถยนต์ส่วนตัวน้อยลง สำหรับที่มีการมองว่าไม่ใช่การแก้ไข ต้นเหตุ ที่ทำให้เกิด ฝุ่นควัน PM 2.5 นั้น ก็ต้องทำมาตรการควบคู่กันไป รวมทั้ง การบังคับใช้กฎหมาย แต่เมื่อเกิดเหตุเฉพาะหน้า มาตรการที่ทำให้ประชาชน ใช้รถยนต์ส่วนตัวน้อยลง ก็จะสามารถช่วยลด ฝุ่นควัน PM 2.5 ได้อย่างรวดเร็ว ส่วนจะมีการขยาย มาตรการรถไฟฟ้าฟรี ต่อไปอีกหรือไม่นั้น ต้องให้ครบ 7 วัน ก่อนเพื่อประเมินตัวเลข แต่ยืนยันได้ว่านโยบายนี้ทำให้ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวลดลง…เมื่อสามารถช่วยลดมลพิษ ลดความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพประชาชน โดยส่วนรวมได้ ก็ถือว่าคุ้มค่า อย่าหวั่นไหวต่อเสียงนินทา ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์

เฮ้อ…ปัญหา คนต่างด้าว และ ผู้ลี้ภัย ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทย กลายเป็นภาระงบประมาณของประเทศไทย เป็นเรื่องที่มีการวิจารณ์กันมานาน แต่รัฐบาลทุกยุคก็เหมือนน้ำท่วมปากทำอะไรไม่ได้ เพราะเกี่ยวโยงกับ สนธิสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย และ สิทธิมนุษยชน จนกระทั่งเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศจะระงับความช่วยเหลือ ผู้ลี้ภัย เป็นเวลา 90 วัน เพื่อตรวจสอบ ทำให้เกิดกระแสตื่นตัว โดยเฉพาะในฝั่งของ รัฐบาล…ล่าสุด สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่า ผู้ลี้ภัยที่อยู่ในชายแดนไทย มี 9 แห่ง จำนวนมากกว่า 1 แสนคน การดำเนินการของ ค่ายผู้ลี้ภัย มีเงินช่วยเหลือจาก องค์กรระหว่างประเทศ หาก ประธานาธิบดีทรัมป์ หยุดช่วยเหลือ ก็ต้องติดตามว่าจะต้องทำอย่างไร ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ตระหนักมาตลอดว่า คนไทยเสียสิทธิ ถูกชาวต่างชาติมาแย่งสิทธิรักษาพยาบาล ขณะนี้มี คนต่างด้าว นับล้านคนอยู่ในไทย ส่วนหนึ่งเป็น แรงงานถูกกฎหมาย และ กลุ่มที่รอขึ้นทะเบียนแรงงานอีก นับล้านคน จะพูดถึงเฉพาะ ผู้ลี้ภัย ที่ได้รับผลกระทบอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูแลช่วยเหลือทั้งหมด คิดว่าถึงเวลาปรับสิ่งเหล่านี้ให้เข้ารูปเข้ารอย เพราะกระทบ สิทธิรักษาพยาบาล ของ คนในประเทศ คนที่มา โรงพยาบาลรัฐ โดนแย่งคิว ดังนั้นต้องจัดการทำเรื่องนี้ให้เรียบร้อย โดยจะนำเรื่องเข้า ครม. ภายในเดือน ก.พ. นี้

แน่นอน ใน ด้านมนุษยธรรม จำเป็นต้องให้การดูแลในฐานะ เพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน แต่เมื่อ ประเทศไทย ก็มีปัญหา ด้านเศรษฐกิจ ยังขาดแคลน งบฯ ที่จะดูแลรักษาพยาบาล ประชาชนคนไทย ให้ได้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ แต่ยังต้องแบกภาระดูแล คนต่างด้าว ผู้อพยพ และยิ่ง ประเทศมหาอำนาจ จะยุติความช่วยเหลือสนับสนุนด้านงบประมาณในส่วนนี้ ก็จำเป็นที่ รัฐบาล จะต้องมี มาตรการรับมือ ที่ชัดเจน เพื่อรักษาสิทธิการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของคนไทย จบข่าว

สังคมทั่วไป…สำนักงาน ก.พ.ร. จัดอบรมหลักสูตร “การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 10” ที่ห้องแมจิก 1 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น 31 ม.ค. 08.30 น.

พล.อ.อ.เสนาะ พรรณพิกุล อดีตรอง ผบ.ทอ. และประธาน กก.บห.ชุมนุมศิษย์เก่าโรงเรียนจ่าอากาศ เชิญศิษย์เก่าทุกรุ่นร่วมงานพบปะสังสรรค์ “ราตรียูงทอง” ปี 2568ที่โรงเรียนจ่าอากาศ ดอนเมือง 31 ม.ค. ตั้งแต่ 16.00 น.

“ธนูเทพ”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม