
7 ก.พ. 2568 04:09 น.
- ไลฟ์สไตล์
- ธนูเทพ
บุคคลในข่าว 7 กุมภาพันธ์ 2568
ความสำเร็จคือผลรวมของความพยายาม
หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…แม้ รัฐบาล มีนโยบายแก้ไขปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ตั้งฐานอยู่ใน ประเทศเมียนมา โดยมีการยกระดับมาตรการในการป้องกันและปราบปรามเป็นวาระแห่งชาติ โดยในแผนปฏิบัติการมีมาตรการสำคัญๆ อาทิ ตัดระบบการสื่อสาร และ ตัดกระแสไฟฟ้า ที่ ประเทศไทย โดย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ขายสัมปทานให้แก่ บริษัท ที่ได้รับอนุญาตจาก รัฐบาลเมียนมา แต่ปรากฏว่าการดำเนินการเรื่อง ตัดกระแสไฟฟ้า ที่จ่ายให้แก่พื้นที่มี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ในเขต ประเทศเมียนมา ยังไม่สามารถดำเนินการให้เห็นผลได้ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโยนความรับผิดชอบในการ สั่งตัดกระแสไฟฟ้า กันไปมา…โดย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแล กฟภ. ออกมาระบุว่าการตัดกระแสไฟฟ้าต้องดำเนินการตาม ขั้นตอนกฎหมาย และต้องให้ความสำคัญกับ สัญญาสัมปทาน ทาง กระทรวงมหาดไทย และ กฟภ. ไม่สามารถดำเนินการได้โดยพลการ หากจะให้ตัดกระแสไฟฟ้าที่ส่งไปเมียนมาต้องเป็นเรื่องที่ ฝ่ายความมั่นคง โดย สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ต้องสั่งการมา…ขณะที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ฝ่ายความมั่นคง ก็ยืนยันว่าการสั่งตัดไฟเป็นอำนาจของ กระทรวงมหาดไทย และ กฟภ. ที่สามารถดำเนินการได้เลยหากทำผิดสัญญาสัมปทาน…โยนกันไปมาหาเจ้าภาพจัดการไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนที่ แพทองธาร ชินวัตร นายก รัฐมนตรี จะออกเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ในระหว่างวันที่ 5–8 ก.พ. จึงได้สั่งการให้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำเรื่อง การตัดกระแสไฟฟ้า ในพื้นที่บริเวณชายแดน ไทย–เมียนมา ที่เป็นฐานปฏิบัติการของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เข้าหารือในที่ประชุม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดย สมช. ได้มีมติและคำสั่งให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของ กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการ ตัดกระแสไฟฟ้า ที่ให้สัมปทานขายกระแสไฟฟ้าแก่ บริษัทเอกชน ใน เมียนมา รวมพื้นที่ 5 จุด โดยทันที เพื่อเป็นการสกัดกั้นการทำงานของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลอกลวงเงินทอง ประชาชนคนไทย รวมทั้ง ชาวจีน แต่ละปี มูลค่ามหาศาลหลายหมื่นล้านบาท กระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ

ทั้งนี้ หลังจาก สมช. มีมติให้ กฟภ. ตัดการจ่ายกระแสไฟ ล่าสุด วันที่ 5 ก.พ. 09.00 น. อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแล กฟภ. ได้เป็นประธานการตัดกระแสไฟฟ้าที่จ่ายเข้าไปใน เมียนมา ที่ ศูนย์ปฏิบัติการระบบไฟฟ้า สำนักงานใหญ่ กฟภ. เขตจตุจักร โดย รองนายกฯอนุทิน ได้เป็นประธานการสับสวิตช์งดจ่ายไฟในพื้นที่รวม 5 จุด ได้แก่ 1.จุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณบ้านพระเจดีย์สามองค์-เมืองพญาตองซู รัฐมอญ 2.จุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-พม่า-เมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน 3.จุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณบ้านเหมืองแดง-เมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน 4.จุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 เมืองเมียวดี และ 5.จุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณบ้านห้วยม่วง เมืองเมียวดี

ทั้งนี้ รองนายกฯอนุทิน ระบุว่า กฟภ. สับสวิตช์ตัดไฟทั้ง 5 จุด ตามมติที่ประชุม สมช. ที่ รองนายกฯภูมิธรรม ได้ลงนามและมีหนังสือสั่งการมายัง กฟภ. ให้ดำเนินการตัดกระแสไฟฟ้า ตามกำหนดเวลา 09.00 น. เราเป็นผู้ปฏิบัติเมื่อมี ข้อสั่งการที่ถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย ก็สามารถดำเนินการได้ทันที ก่อนหน้านี้มีการตั้งคำถาม เหตุใด กระทรวงมหาดไทย ไม่ตัดกระแสไฟฟ้า ต้องบอกว่ามันอยู่ นอกเหนืออำนาจ ทั้งนี้ การอนุญาตให้ขายไฟฟ้าไปประเทศเพื่อนบ้านเป็นไปตามมติ ครม. เมื่อตัดกระแสไฟฟ้าก็ควรรายงานไปยัง ครม. และเสนอแจ้งให้ นายกรัฐมนตรี รับทราบ ส่วนจะเสนอให้ ครม. รับทราบหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ นายกรัฐมนตรี เพราะเรื่องนี้ยังมีมติที่ต่อเนื่องเพิ่มอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือให้ กระทรวงมหาดไทย และ กฟภ. ศึกษามติ ครม. ที่อนุญาตให้ขายไฟฟ้าเพื่อทบทวนและปรับปรุงแก้ไข เกี่ยวกับเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับ แก๊งคอล เซ็นเตอร์ และ สแกมเมอร์ ที่ในอดีตยังไม่มี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบัน

สรุปยังยืนยันเสียงแข็ง ความล่าช้าในการตัดกระแสไฟเป็นเพราะไม่ใช่อำนาจของ กระทรวงมหาดไทย และ กฟภ. แต่อยู่ที่ ฝ่ายความมั่นคง หรือ รัฐบาล ต้องมีข้อสั่งการมาก่อน เสมือนไม่รับผิด ถ้ารับก็ขอรับแค่ครึ่งเดียว

แต่ที่แน่ๆ จากมาตรการตัดไฟฟ้า แก๊งคอล เซ็นเตอร์ ใน เมียนมา ครั้งนี้ แม้อาจไม่มีผลให้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หยุดปฏิบัติการหลอกลวงประชาชนได้แบบเบ็ดเสร็จ เพราะคงมีการเตรียมรับมือการตัดไฟฟ้าไว้อยู่แล้ว โดยใช้ เครื่องปั่นไฟที่มีประสิทธิภาพ เป็นแหล่งพลังงานแทน แต่อย่างน้อยในห้วงที่ นายกฯแพทองธาร ไปเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ พบปะหารือกับ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ก็คงได้รับการตอบรับและการให้ความร่วมมือในทุกมิติจาก รัฐบาลจีน เป็นอย่างดี เพราะได้ทำให้เห็นแล้วว่า ไทยจริงใจร่วมมือกับจีนปราบแก๊งคอลเซ็นตอร์ จบข่าว

สังคมทั่วไป…ดร.กาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นประธานเปิดการสัมมนาระดมความคิดเห็นเรื่อง “การส่งเสริมสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศผ่านระบบราง” ภายใต้โครงการบริหารจัดการภาคเกษตรสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางการตลาด จัดโดย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่ห้องพระวิษณุ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 7 ก.พ. 08.30 น.

บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรให้แก่ ผู้เข้ารับการอบรมตามโครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริหารการเปลี่ยนแปลง กระทรวงแรงงาน ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่ห้องเพชรชมพู โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ 7 ก.พ. 13.00 น.
“ธนูเทพ”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม