
12 มี.ค. 2568 05:04 น.
- ไลฟ์สไตล์
- อินทรีเหล็ก
บุคคลในข่าว 12 มีนาคม 2568
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2568

จับตา นโยบายแจกเงินหมื่น กระตุ้นเศรษฐกิจให้ จีดีพี โต ที่ร้อยละ 3-3.5 ของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร…..เฟสที่ 3 สำหรับบุคคลทั่วไป …หลังจากเฟสที่ 1 แจกให้กับกลุ่ม เปราะบาง เฟสที่ 2 แจกให้กับ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ไปเรียบร้อยแล้ว….สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่าน แอปพลิเคชันทางรัฐ…จะเป็นเฟสสุดท้ายของโครงการหรือไม่ต้องจับตา….การแจกเงินดิจิทัลของแทร่ ที่ไม่ใช่เงินสดเหมือน 2 เฟสที่ผ่านมา…จะกระท่อนกระแท่น หรือรูดปรื๊ด…..โครงการนี้ เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 15 ก.ย.ปี 2567….การแจกเงินหมื่นที่ผ่านมา…..โดยใช้ข้อมูลจาก ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ คนพิการ รวม 17 ล้านคน…..คิดเป็นวงเงินงบประมาณกว่า 1.85 แสนล้านบาท……และยังเหลือ ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในกลุ่มบุคคลทั่วไป ที่มีอายุระหว่าง 16-59 ปีอีกกว่า 16 ล้านราย ….ตามที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง รับประกันว่า….การแจกเงินหมื่นเฟสที่ 3 ให้กับบุคคลทั่วไป…..จะเริ่มได้ ภายในไตรมาสที่ 2 ระหว่างเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2568…..จะปังหรือพัง……เนื่องจาก ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน….ดักคอล่วงหน้า…..โครงการแจกเงินดิจิทัล ของแทร่ ที่เป็นส่วนหนึ่งใน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาล

หลังจากการแจกไปแล้ว 2 เฟส…..พบว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น…..อัตราการบริโภคยังเป็นแนวนอน….ไม่มีผลต่อการกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ กลายเป็น 3 เรื่องสยอง ที่ต้องจับตา…..รัฐบาลทำต่อทั้งที่รู้ว่า ไม่มีผลช่วยการกระตุ้นเศรษฐกิจเลย……..โครงการไม่เสร็จตามเป้าหมาย โดยเฉพาะ การพัฒนาระบบเงินดิจิทัล และ การบริหารจัดการในการปฏิบัติการแจกเงิน ของรัฐบาล ….ระหว่าง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กับ กระทรวงดิจิทัลฯ…..ที่โยนกันไปมา และ เงินงบประมาณที่มีอยู่ สามารถแจกได้ แค่ 15 ล้านคน…..ขณะที่มีผู้ลงทะเบียนเข้ารวมโครงการ ยังค้างอยู่อีก 20 ล้านคน…..แม้ข้อเสนอใน คณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้มีการพัฒนาระบบ Open Loops ที่จะใช้ควบคู่ไปกับ แอปเป๋าตัง….อยู่ในความรับผิดชอบของ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จะยืนยันว่า ระบบแจกเงินดิจิทัล มีความพร้อมเสร็จทันไตรมาสที่ 2 ที่จะเริ่มโอนเงินเข้าระบบ …..เป็นการนำร่องใช้กับประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป จำนวน 3 ล้านคน ในวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท….แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าการแจกเงินดิจิทัลของแทร่ในเฟสที่ 3 จะมีผลลัพธ์ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต่อเนื่องจาก เฟส 1 และเฟส 2 อย่างไร…..ประสบความสำเร็จหรือกระสุนด้านตั้งแต่เฟสแรก……รัฐบาลจะต้องรีบหาคำตอบสุดท้าย

สถานการณ์เศรษฐกิจ จะเป็นปัญหาใหญ่ของ รัฐบาลแพทองธาร ในอนาคตอันใกล้นี้…..ผลกระทบจาก เศรษฐกิจโลก…ที่จะส่งถึง เศรษฐกิจไทย ผลพวงจากนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์…..เห็นผลจากการ ขึ้นภาษีสินค้านำเข้า จาก แคนาดา และ เม็กซิโก……ห่างจาก ประเทศไทย เป็นโยชน์ ยังทำให้ ตลาดเงิน ทั่วโลกปั่นป่วน ตลาดหุ้น ร่วงอย่างหนัก….ค่าเงินแคนาดา และ เม็กซิโก อ่อนค่าเห็นได้ชัด…..ยังไม่รวมผลกระทบจาก ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน และ ประเทศในยุโรป ที่ค่อยๆขยับ เริ่มจาก 10% เป็น 20% และไปจนถึงสูงสุด 25% จะปั่นป่วนขนาดไหน…..วิเคราะห์จากคำกล่าวของ ทรัมป์ ในเรื่องนี้ “ไม่มีที่ว่างสำหรับข้อตกลงใดๆอีกแล้ว”……เศรษฐกิจโลกในมือทรัมป์ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด

สำรวจสินค้าส่งออกจากไทยไปสหรัฐฯ อาทิ โทรศัพท์ไร้สาย ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ ยางรถยนต์ แผงโซลาร์เซลล์ ชิ้นส่วนเครื่องจักร….มีการส่งออกไปสหรัฐฯเฉลี่ยร้อยละ 40 …..เฉพาะ แผงโซลาร์เซลล์ ส่งออกไปสหรัฐฯ ถึงร้อยละ 70……และส่วนใหญ่ เป็นสินค้าที่จีนใช้ไทยเป็นฐานการผลิต….. สหรัฐฯคงไม่พลาดที่จะบีบให้เป็นลูกไก่ในกำมือ…….ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ เดือนแรกของปีนี้….ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่า 25,276.96 ล้านดอลลาร์ จากมูลค่าการส่งออกทั้งหมด 52,434.14 ล้านดอลลาร์….นำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 27,157.17 ล้านดอลลาร์…..ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ อยู่ 1,880.21 ล้านดอลลาร์…….อย่างไรไทยก็หนีไม่พ้น และถ้าไทยเจอกับ มาตรการภาษีนำเข้าสินค้า ของจริงเข้าไป……บวกลบคูณหารดูแล้ว……ตัวใครก็ตัวมัน

การเมืองไทย ยังอยู่ในช่วงการ ถอยหลังลงคลอง…… ประธานสภาฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ย้ำ ฝ่ายค้าน โต้แย้งการแก้ไข ญัตติการอภิปรายนายกฯ….ต้องขอดูคำโต้ แย้งก่อนที่จะส่งให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา กรณีที่ยังมีชื่อ ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในญัตติ….เพราะข้อบังคับสภาระบุเอาไว้ว่า ห้ามกล่าวถึงบุคคลภายนอก โดยไม่จำเป็น……แค่กล่าวถึงก็ห้ามอยู่แล้ว….การที่เขียนเป็นญัตติจึงชัดเจนกว่า และจะนำไปสู่ความวุ่นวายในสภา……ประธานสภาฯต้องรับผิดชอบ….คำตอบสุดท้าย จะมีการอภิปรายนายกฯทันสมัยประชุมนี้หรือไม่……ขึ้นอยู่กับว่าจะตัดชื่อ ทักษิณ ออกจากญัตติหรือไม่……ไม่จำเป็นต้องอ้างกฎหมายให้เมื่อยตุ้ม


อีกดอก รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ยังตามล้างตามเช็ด สำนักงานประกันสังคม…..สำหรับ การใช้งบประกันสังคม ไม่ชอบมาพากล…..ตั้งแต่การใช้สิทธิของผู้ประกันตนประเภทต่างๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม…..ไปจนถึงคำถามล่าสุด การใช้เงินกองทุนประกันสังคมไปกับการลงทุนจำนวน 2.6 ล้านล้าน เข้ากระเป๋าใคร…….บรรทัดนี้เป็นกรณีเปรียบเทียบ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศระหว่างการเยือน รัสเซีย อย่างเป็นทางการ…จะจัดให้มีการเลือกตั้งในเมียนมา ปลายปีนี้….“เราได้วางแผนจัดการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมในเร็วๆนี้”….นอกจากนี้ยังมีข่าวด้วยว่า รัสเซีย–เมียนมา บรรลุข้อตกลงในการ ผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ อีกกระทอก

“อินทรีเหล็ก”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม