
3 เม.ย. 2568 04:30 น.
- ไลฟ์สไตล์
- เพลิงสุริยะ
บุคคลในข่าว 3 เมษายน 2568
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568

สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงส่งพระราชสาส์น ยัง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสาส์นมีใจความว่า……..“ฝ่าพระบาท หม่อมฉันและพระราชินีรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทราบถึงเหตุการณ์ “แผ่นดินไหว” ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศเมียนมา ประเทศไทย และประเทศต่างๆในภูมิภาค หม่อมฉันรับทราบถึงความโศกเศร้าและความสูญเสียที่ประชาชนในประเทศไทยกำลังประสบอยู่ อันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดนี้ หม่อมฉันขอแสดงความเห็นใจอย่างสุดซึ้งและจริงใจอย่างยิ่งต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประชาชนชาวไทย หม่อมฉันอยู่เคียงข้างและขอภาวนาให้กับทุกคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและเจ้าหน้าที่ให้บริการฉุกเฉินที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้…ชาลส์”……..สถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เผยแพร่ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก

เพลิงสุริยะ รายงานตัวท่านผู้อ่าน………อาฟเตอร์ช็อก……..หลังเหตุแผ่นดินไหว ศูนย์กลางอยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ เมียนมา ……..เป็นทั้ง อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องจากแผ่นดินไหว……..และยัง อาฟเตอร์ช็อกกับความรู้สึกของคนไทย โดยเฉพาะคนกรุง ที่อยู่อาศัยและทำมาหากิน ยังคงหวาดผวากันหนัก……..บางคนกลัวหนักถึงขั้นเกิดอาการแพนิก หลอนว่ารับรู้ถึงแรง สั่นสะเทือน ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่พักอาศัยอยู่ในตึกสูง อย่างคอนโดมิเนียม หรือทำงานอยู่ในอาคารสูงๆ

ภาพจำ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง พังถล่มลงมาด้วยอิทธิฤทธิ์ของ ยักษ์ (สะกาย) หลับ ยังคงติดตาประชาชนทั่วประเทศ……..หลังเหตุแผ่นดินไหว แค่เปิดทำงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นวันแรก บ่งบอกถึงความหวาดผวาของคนไทยได้เป็นอย่างดี……..ข่าวจริงข่าวเท็จปนเปกันไปหมด

อย่างข่าว การสั่งอพยพคนออกจากศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ อาคาร A ที่มีคนสังเกตเห็นการทรุดตัวของตัวอาคาร……..โรงพยาบาลตำรวจ…….. สำนักงานศาลยุติธรรม ฯลฯ…….เป็นความล้มเหลวของการบริหารจัดการ ยามเกิดภัยพิบัติ………..n จน นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ต้องสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว ยืนยัน ไม่มีแผ่นดินไหวในประเทศไทย และอาฟเตอร์ช็อกที่กระทบต่อประเทศไทย……..ให้เจ้าของอาคารเร่งตรวจสอบตึก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ทำงาน หรือผู้พักอาศัย……..การอพยพของแต่ละตึกขอให้เป็นคำสั่งที่ชัดเจน และได้ตรวจสอบข้อมูลจากทางราชการ ที่สำคัญ “ขอให้รอข่าวจากทางการจะเป็นข่าวที่ได้รับการรับรองว่าถูกต้อง และไม่เกิดการสร้างความกังวลหรือตื่นตระหนกระหว่างพี่น้องประชาชน”

รัฐไทย ชอบล้อมคอกหลังวัวหาย ปมแจ้งเตือนภัยพิบัติ ที่ถูกสังคมกระหน่ำตำหนิ นายกฯแพทองธาร ถึงกับควันออกหู……..เรียก ปภ.–กสทช. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมประชุม ปม SMS เตือนภัยพิบัติ……..การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว ให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็วยิ่งขึ้น ……..ก็ไม่รู้ว่าคอกที่ล้อมคราวนี้ จะมีประสิทธิภาพแค่ไหน……..แต่ต้องชม นายกฯอิ๊งค์ ที่รอบนี้ Take Action ได้ไว ตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้ทัน ท่วงที

ขณะที่รัฐบาลพยายามเร่งฟื้นความเชื่อมั่น ในอีกมุมก็ต้องรีบเคลียร์ข้อสงสัยของประชาชน กับสัญญาการว่าจ้างก่อสร้าง อาคาร สตง.แห่งใหม่ ที่ยังมีความคลุมเครือในหลายจุด……..ยิ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบคนอื่น ตัวเองก็ยิ่งต้องโปร่งใสกว่าชาวบ้านเขา……..ที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดคือ กิจการร่วมค้า ไอทีดี–ซีอาร์อีซี อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ กับ ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ของจีน มีมาตรฐานการก่อสร้างอย่างไร……..ตึกสูงนับพันทั่วกรุงเทพฯ มีที่นี่ที่เดียวที่พังถล่มลงมา วัสดุที่นำมาใช้ได้มาตรฐานของการสร้างอาคารสูงหรือไม่……..ที่สำคัญคือ เหล็กเส้น ที่นำมาใช้ทำเป็นโครงสร้างหลัก ก็ขนาด เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ยังบอกว่า “เห็นเหล็กเส้นในตึกแล้วอึ้งเลย”

แล้วผลการตรวจสอบจากการเก็บตัวอย่างเหล็ก ที่เก็บมาจากที่เกิดเหตุ ก็ได้เรื่องจริงๆ……..พบว่า ชิ้นส่วนเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน คือ เหล็กข้ออ้อยขนาด 20 มม. มีมวลน้ำหนักเหล็กเบากว่ามาตรฐาน และ เหล็กข้ออ้อยขนาด 32 มม. ไม่ได้มาตรฐานค่าความสามารถในการต้านแรงดึง…….. รมต.เอกนัฏ จ่อเสนอถอนสิทธิบัตรสนับสนุนจาก BOI และยกเลิก มอก.เหล็ก “ซินเคอหยวน”……..เบื้อง หลัง “ซินเคอหยวน” คือใคร คงไม่ใช่แค่ “นายพลทัพฟ้า” ตามที่มีกระแสข่าว ….ต้องมีที่อยู่สูงกว่านั้น

มีชุดข้อมูล ไทยแลนด์แดน 0 เหรียญ จาก สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยิ่งทำให้เห็นถึง ขบวนการ 0 เหรียญจากจีน……..ใช้นอมินีคนไทยถือหุ้นแทน ตามเกณฑ์กฎหมาย ให้ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทไทย แต่อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่ผู้ถือหุ้นตัวจริง คือคนจีน……..นำเข้าวัสดุอุปกรณ์จากจีนเกือบทั้งหมด ใช้ของในไทยน้อยมาก เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย น้อยมาก……..ร่วมมือกับไทยเทา ทั้ง ทุนไทยเทา ราชการไทยเทา ผ่านระบอบคอร์รัปชัน–ฮั้ว–เอื้อประโยชน์……..เฉพาะปี 2567 ไทยนำเข้าเหล็กโครงสร้างจากจีน แบ่งเฉพาะ 3 ประเภท ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า 4.8 ล้านตัน ของทำด้วยเหล็ก 1.9 ล้านตัน เหล็กโครงสร้าง 6.2 แสนตัน……..มีสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท นิติบุคคล “รับเหมาก่อสร้าง” ย้อนหลังไป 5 ปี คือตั้งแต่ปี 2563 จนถึงเดือน ก.พ.2568 มีถึง 640 บริษัท……เป็นทุนจีนครองตลาดเอาไว้เกือบหมด………….อึ้งมั้ยล่ะ…..กากเต้าหู้ของแทร่
แกะรอยให้ลึกลงไป เหล็กจีนที่เข้ามาทุบตลาดเหล็กไทย ก็ในยุค รัฐบาล คสช.ของ “ลุง” ท่ามกลางข้อกังขาถึงมาตรฐานเหล็กจีน
นับว่าเป็นเรื่องดีที่ 6 องค์กร ประกอบด้วย สภาวิศวกร…..ส.อ.ท. ….กระทรวงการท่องเที่ยวฯ….. ธปท. ….คปภ. และ ก.ล.ต. ออกมาแถลงร่วมกัน เพื่อพลิกฟื้นความเชื่อมั่นในทุกด้าน ทั้งด้านความปลอดภัยทางวิศวกรรม ภาคการผลิต การส่งออก การท่องเที่ยว รวมทั้งด้านตลาดเงินและตลาดทุน……….เป็นเวลาที่พวกเราทุกคน ต้องร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปด้วยกัน.
“เพลิงสุริยะ”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม