
6 เม.ย. 2568 05:18 น.
- ไลฟ์สไตล์
- ธนูเทพ
บุคคลในข่าว 6 เมษายน 2568
การพิสูจน์ความจริงขึ้นอยู่ที่พยานหลักฐาน
หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2568

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…วันนี้ 6 เม.ย. ตรงกับวันจักรี หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ อันเนื่องมาจาก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จปราบดาภิเษกขึ้นครองราชสมบัติ เป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2325 พร้อมทั้งตั้ง กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย จึงมีการกำหนดให้วันที่ 6 เม.ย.ของทุกปี เป็น วันจักรี โดย หน่วยราชการ และ พี่น้องประชาชน จะเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา ที่ปฐมบรมราชานุสรณ์ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณองค์พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ทรงทำนุบำรุงประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าพัฒนาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

อืม…จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงในประเทศไทยส่งผลให้อาคารหลายแห่งได้รับความเสียหายเกิดรอยแยกรอยร้าว แต่ที่หนักสุดก็คือ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ สูง 30 ชั้น ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง พังถล่มราบ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ที่สำคัญในช่วงที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว ได้เกิดความชุลมุนสับสนไปทั่ว เพราะประชาชนไม่ได้รับข่าวสาร การแจ้งเตือนจากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทำให้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องเรียกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมด่วนเพื่อ แก้ไขปัญหาการเตือนภัย SMS โดยสั่งปรับปรุงเรื่องการส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนเมื่อ เกิดเหตุภัยพิบัติ ในช่วงระหว่างที่รอการจัดทำ ระบบ Cell Broadcast (CB) ที่จะเสร็จในเดือน ก.ค.-ส.ค.2568 โดยให้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งข้อความผ่านโอเปอเรเตอร์ได้เลย และเมื่อระบบ Cell Broadcast มาแล้วจะสามารถ กระจายข้อความได้ทุกเลขหมายได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งยังให้มีการแจ้งเตือนผ่าน แพลตฟอร์มต่างๆ และ การแจ้งเตือนผ่านทางวิทยุและโทรทัศน์…ถือเป็น การถอดบทเรียน จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่มีปัญหา การแจ้งเตือนภัย และ การให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวแก่ประชาชน ล่าช้า ไม่ทั่วถึง ทำให้เกิดความสับสนอลหม่านกันไปทั่วทุกมุมเมือง เมื่อมีการ ถอดบทเรียน ออกมาแล้ว หาก เกิดภัยพิบัติร้ายแรงต่างๆในอนาคต อย่าให้เกิด ปัญหาซ้ำเดิมแบบเหตุแผ่นดินไหวคราวนี้อีกก็แล้วกันนะจ๊ะ

ส่วนเรื่องความคืบหน้าในการสอบสวนกรณี ตึก สตง.แห่งใหม่พังถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก โดยมีการพุ่งเป้าไปที่เรื่อง มาตรฐานการก่อสร้าง ที่มี บริษัทข้ามชาติจากประเทศจีน เป็นคู่สัญญาในการก่อสร้างนั้น…ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 เม.ย. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้ระบุถึงการประชุมนัดแรกของ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรณีความผิดจาก ตึก สตง.แห่งใหม่ถล่ม ว่ายืนยันหากมีหลักฐานแจ้งข้อกล่าวหาสามารถนำตัว ผู้กระทำความผิด ที่เกี่ยวข้องเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรม ได้ ซึ่งหน้าที่ของ พนักงานสอบสวน นอกจาก แสวงหาข้อเท็จจริง และ รวบรวมพยานหลักฐาน พิสูจน์ความบริสุทธิ์และความผิดแล้ว อีกหน้าที่สำคัญคือ การนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องลงโทษ โดยในเรื่องนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เวลาทำคดีจะดูทุกเรื่อง

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมี ผู้มีอิทธิพล เกี่ยวข้องกับ บริษัทนอมินีจีน ทาง รัฐบาล โดยเฉพาะ กระทรวงยุติธรรม นอกจากจะแก้ปัญหา อาชญากรรม ยาเสพติด แล้ว ยังจะดำเนินการกับ ผู้มีอิทธิพล ตามกฎหมายสอบสวนคดีพิเศษ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ ผู้มีอิทธิพล ต้องทำอยู่แล้ว ต้องใช้กฎหมายดำเนินการ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ถ้าพยานหลักฐานไปถึงก็ดำเนินการได้ และจากการรับฟังข้อมูลของ พนักงานสอบสวน ตามที่เสนอมาก็มีความรอบคอบ คดีนี้เป็นคดีที่มีความสูญเสียเยอะการดำเนินคดีต้องดำเนินการโดยเร็วบน ข้อมูลพยานหลักฐาน ที่รอบคอบ โดยขณะนี้ขอทำคดีในส่วนของ สาเหตุตึก สตง.ถล่มก่อน…ส่วนประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องหรือการตรวจสอบ โครงการของรัฐ ที่มีสัญญากับ บริษัทสัญชาติจีน ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ ซึ่งได้มีการสอบถามเกี่ยวกับ หลักฐานทางทะเบียน กรณี กิจการร่วมค้า ปรากฏ กระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าไม่ได้รับผิดชอบทะเบียน รับผิดชอบเฉพาะบริษัทนิติบุคคล ทำให้ข้อมูลจึงไปอยู่ที่ กระทรวงการคลัง แต่ก็ไม่ได้ทำทะเบียนไว้ จึงต้องไปไล่ตาม สรรพากรที่มีการเสียภาษี โดยเห็นว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องมีผู้มารับผิดชอบอาจเพิ่มภาระงานให้ กระทรวงพาณิชย์ เข้ามาร่วมดูด้วย

งานนี้เห็นที นายกฯแพทองธาร ต้องเร่งสั่งการบูรณาการแก้ปัญหาติดขัด ด้านข้อมูล ในการสอบสวนขยายผลโดยด่วน อย่าให้เกิดช่องโหว่ ปล่อยคนผิดลอยนวลอย่างเด็ดขาด

ผ่างๆ…ถึงแม้ช่วงนี้เก็บตัวอยู่อย่างเงียบๆ แต่ก็ยังมี เพาเวอร์ วันก่อน พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ออกมาตีปี๊บบอกกรณีที่ ประเทศเมียนมา ออกคำสั่งอภัยโทษ 4 ลูกเรือประมงไทย กรณีรุกน่านน้ำเมียนมา และขณะนี้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว โดยทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้ประสานไปยังทางการเมียนมา และขอขอบคุณ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำกองทัพเมียนมาและหัวหน้าสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ที่ได้ช่วยเหลือลูกเรือประมงไทย จนกระทั่งลูกเรือทั้งหมดได้รับอภัยโทษ และได้รับการปล่อยตัวกลับมาถึงบ้านที่บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา…บ่งบอกชัดว่าบารมียังแน่นปึ้ก

สังคมทั่วไป…คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีต รมช.ศึกษาธิการ เปิดตัวหนังสือพ็อกเกตบุ๊ก “เธอคือกัลยา” ผ่านการร้อยเรื่องราวรสชาติชีวิตที่ถือเป็นการเดินทางไกล เกิดมาเพื่อทำงานยาก นโยบายขนาดใหญ่ เพื่อผลสำเร็จในระยะยาว ที่บูธสำนักพิมพ์มติชน ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 6 เม.ย. 14.00 น.
“ธนูเทพ”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม