
9 เม.ย. 2568 04:30 น.
- ไลฟ์สไตล์
- ไต้ฝุ่น
บุคคลในข่าว 9 เมษายน 2568
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุด ยุคสงครามนิวเคลียร์เศรษฐกิจ ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 9 เมษายน 2568

สงครามนิวเคลียร์เศรษฐกิจ ที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำบ้าคลั่งสหรัฐฯ กดปุ่มสาดยิงไปทั่วโลก ตั้งแต่ 2 เม.ย. เปิดตลาดหุ้นวันจันทร์ (โชคดีที่ตลาดหุ้นไทยปิดชดเชยวันจักรี) แดงเถือกทั้งโลก ดัชนีหุ้นนิเคอิญี่ปุ่น ราคาหุ้นล่วงหน้าร่วงจนเซอร์กิตเบรกเกอร์ทำงาน ต้องหยุดการซื้อขายชั่วขณะ ปิดตลาด –2,644.00 จุด ลบไป 7.83% ดัชนีหุ้นฮั่งเส็งฮ่องกง –3,021.51 จุด ติดลบไปถึง 13.22% ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ –245.43 จุด ติดลบไป 7.34% ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ฟิวเจอร์สก็ลบอีก –1,169 จุด ดัชนีแนสแด็กฟิวเจอร์สก็ลบอีก –605 จุด เกมนี้ มหาเศรษฐีและนักลงทุนสหรัฐฯบาดเจ็บสาหัสกว่าเพื่อน

แม้แต่ Bitcoin คริปโตเคอร์เรนซียักษ์ใหญ่ ราคาวันจันทร์ก็ร่วงลงมาที่ 76,500 ดอลลาร์ต่อบิทคอยน์ จากที่เคยขึ้นไปสูงสุดกว่า 100,000 ดอลลาร์ต่อบิทคอยน์ น้ำมันดิบ ก็ร่วงหนัก เวสต์เท็กซัสสหรัฐฯ เหลือ 59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent อังกฤษ เหลือ 63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล น้ำมันขายปลีกไทย “ไต้ฝุ่น” ว่า ควรจะลดตามราคาตลาดโลก ด้วยนะ

บรรทัดนี้ “ไต้ฝุ่น” ขอชม กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานบอร์ดตลาดหลักทรัพย์ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ที่เรียกประชุมด่วนบอร์ดตลาดหลักทรัพย์ ในวันหยุดชดเชยจันทร์ที่ 7 เมษายน มีมติปรับปรุงเกณฑ์การซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว รวมทั้ง ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ตั้งแต่ 8-11 เมษายน เพื่อไม่ให้ตลาดหุ้นไทยร่วงแรงเกินไป ในวันเปิดการซื้อขาย 8 เมษายน
เกณฑ์ใหม่เพื่อรับมือกับการขึ้นภาษีของทรัมป์มีดังนี้ ตลาด SET และ mai ปรับเกณฑ์ Ceiling & Floor สำหรับ หุ้น/หน่วยลงทุน จากเดิม บวกลบไม่เกิน 30% เป็น บวกลบไม่เกิน 15% ลดลงครึ่งหนึ่ง และ Foreign share ลดลงจาก บวกลบ 60% เป็น บวกลบ 30% และ TFEX จาก บวกลบ 30% เป็น บวกลบ 15% เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น “ไต้ฝุ่น” เขียนข่าวล่วงหน้าฟันธงได้เลย ดัชนีหุ้นไทย 8 เมษายน แดงเถือกแน่นอน สัปดาห์นี้ จะยืนอยู่เหนือ 1,000 จุดได้หรือไม่ยังต้องลุ้น เพราะ แดงเถือกกันทั้งโลก และรัฐบาลเพื่อไทยก็ไร้ฝีมือ

วันนี้ สินค้าส่งออกไทยไปสหรัฐฯเกือบ 2 ล้านล้านบาทจะถูกภาษีตอบโต้ 36% นอกเหนือจาก ภาษีเหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ ที่โดนขึ้นไปก่อนหน้านี้ 25% แล้ว แต่ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ก็ยังเฉย เพิ่งจะออกแถลงการณ์ครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ แต่ก็ไม่มีสาระอะไรใหม่ รู้แต่ว่าจะให้ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง บินไปเจรจากับภาครัฐและเอกชนที่สหรัฐฯ แต่ยังไม่รู้จะไปเจรจากับใคร แถลงการณ์นายกฯไม่บอกว่าจะไปเจรจากับใคร พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ ที่รับผิดชอบโดยตรงก็ หายหน้าเงียบกริบ

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีเพื่อนบ้านไทย ล้วนมีความเคลื่อนไหวตั้งแต่วันที่ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย ในฐานะ ประธานอาเซียน โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ได้หารือผ่านทางโทรศัพท์กับผู้นำประเทศอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และ สิงคโปร์ เพื่อ รับฟังความคิดเห็น และ ประสานการตอบโต้ร่วมกัน เกี่ยวกับประเด็นภาษีตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา แต่ No Thailand Prime Minister ไม่มีนายกรัฐมนตรีประเทศไทย แพทองธาร ชินวัตร ทั้งที่ ประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอาเซียน ข้ามประเทศไทยไปได้ยังไง
ทำไม นายกฯมาเลย์ ไม่โทรศัพท์มาหารือ นายกฯประเทศไทย ประเด็นนี้ “ไต้ฝุ่น” ต้องช่วย นายกฯแพทองธาร เรียกร้อง ทวงคืนศักดิ์ศรีผู้นำประเทศไทยในฐานะสมาชิกชั้นนำของอาเซียน โทร.มาเซย์ฮัลโหลหน่อยโดยไม่ต้องหารือก็ยังดี

ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ผู้บ้าคลั่ง ได้ส่งสารไปถึง 60 กว่าประเทศที่โดนมาตรการภาษีตอบโต้ (รวมทั้งไทยด้วย) ว่า จะไม่มีการพูดคุยใดๆทั้งสิ้นหากรัฐบาลประเทศเหล่านั้นไม่จ่ายเงินซื้อสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่ม การตั้งกำแพงภาษีครั้งนี้ สหรัฐฯต้องการลดการพึ่งพาสินค้าจากต่างประเทศ และหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศมากขึ้น เข้าทำนอง “ทำเองใช้เอง” สุดท้าย สหรัฐฯอาจจะตายอย่างเขียด
มอริซ อ็อบส์เฟลด์ อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ไอเอ็มเอฟ ชี้ว่า การขึ้นภาษีนำเข้าจากทั่วโลกของทรัมป์ในครั้งนี้ ผลกระทบอาจย้อนกลับอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะทำให้ ค่าครองชีพชาวอเมริกันพุ่งขึ้นหลายพันดอลลาร์ต่อปี และ ยังอาจฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯอย่างหนัก
ประเด็นนี้ “ไต้ฝุ่น” ก็เห็นมาตั้งแต่แรกแล้ว มันเป็น ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์พื้นฐานธรรมดาๆ จึงไม่แปลกที่ได้เห็น ชาวอเมริกันนับล้านคนจะลุกขึ้นมาขับไล่ทรัมป์กันทั่วทั้ง 50 รัฐในสหรัฐฯเวลานี้ ว่าแต่ว่า ทรัมป์จะอยู่รอดครบเทอม 4 ปีหรือไม่ อีกไม่นานก็รู้

บิล แอคแมน มหาเศรษฐีนักลงทุน ซีอีโอของเพอร์ชิง สแควร์ โพสต์ลง X ว่า มาตรการภาษีของทรัมป์ที่ทำร้ายเพื่อนของเราเหมือนกับศัตรูได้ทำลายความเชื่อมั่นต่อประเทศของเรา (สหรัฐอเมริกา) ในฐานะประเทศคู่ค้า เรากำลังทำร้ายตัวเอง นี่คือ ผลของการให้อำนาจคนไม่ดีได้ปกครองบ้านเมือง ดังที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราช ดำรัสไว้
วันนี้ โลกโซเชียล รณรงค์ให้ แต่งขาวกันทั่วประเทศ เพื่อต่อต้าน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ที่มี “บ่อนกาสิโน” เป็น “หัวใจ” หลัก ซึ่ง รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนฯเป็น วาระแรก ในวันนี้ เพื่อให้ทันก่อนปิดสมัยประชุมสภา
มีรายงานข่าวว่า อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ซึ่งสนับสนุนการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรหรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ได้กำชับไปยังแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล 12 พรรค ให้ลงมติรับหลักการในวาระแรก ถ้าพบว่า พรรคไหนแตกแถวจะพิจารณาให้ออกจากรัฐบาลทันที วันนี้ก็รู้หมู่
รู้จ่า จะมีพรรคไหนรักชาติรักประเทศไทยกันบ้าง หรือ รักแต่ผลประโยชน์ อนาคตประเทศชาติจะเป็นอย่างไรก็ช่างหัวมัน

สิริกุล ไกรบุญ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแมนดาริน จัดเทศกาลสงกรานต์ พร้อมเมนูอาหารไทยชุดพิเศษ ที่ห้องอาหารครัวหลวง ตั้งแต่ 13-15 เมษายน
บนแผงวันนี้
นิตยสาร KITCHEN & HOME ฉบับเมษายน พาไปสัมผัสเสน่ห์บ้านพักตากอากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติ TROPICAL Elegance, พัดลมหมุนเวียนอากาศ ไอเท็มลับสู้ร้อนที่ทุกบ้านต้องมี, ไอเดียรีโนเวทอพาร์ตเมนต์และคอนโดฯเก่า พาไปชิม Tamarind Cove Brunch & Breeze ริมคุ้งน้ำที่เขาใหญ่, อนุสาร อ.ส.ท. ท่องเที่ยวไปตามรอยทางเสน่ห์ไทย CHARM OF THAILAND.
“ไต้ฝุ่น”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม