
11 เม.ย. 2568 04:30 น.
- ไลฟ์สไตล์
- ธนูเทพ
บุคคลในข่าว 11 เมษายน 2568
ผู้นำที่ดีต้องรับฟังเสียงของประชาชน
หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2568 “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน

จากการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากหลายประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ โดยเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศไทยเพิ่มสูงถึง 36% เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบรุนแรงต่อ การส่งออกสินค้าไทย ซ้ำเติม เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ที่อยู่ในภาวะวิกฤติอยู่แล้วให้สาหัสหนักยิ่งขึ้นไปอีก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม หารือมาตรการรับมือกับนโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกา โดยมี พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา อาทิ พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี และ วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าจากการประกาศใช้มาตรการ “Reciprocal Tariff” และ “Liberation Day” ของ ประธานาธิบดีทรัมป์ ถือเป็นการกำหนดกติกา การค้าโลกในรูปแบบใหม่ ที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อ ระบบเศรษฐกิจโลก ในที่ประชุมได้มอบหมายให้ รองนายกฯ พิชัย ชุณหวชิร เป็นหัวหน้าคณะไปพูดคุยกับหลายภาคส่วนของสหรัฐอเมริกา โดยจะได้มีการประสานนัดหมายเพื่อทำการพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และ หน่วยงานอื่นๆของสหรัฐฯ เพื่อนำเอาข้อเสนอของไทยไปเจรจาต่อรอง

ขณะที่ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ออกมาแถลงภายหลังการประชุมว่า ได้ข้อสรุปเรื่องสำคัญ 5 ประเด็น ที่จะนำไปใช้เจรจากับ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ โดยตนเองกับ รมว.พาณิชย์ และ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ จะเดินทางไปเจรจาได้ในเร็วๆนี้ ภายใต้การเตรียมข้อมูลที่พร้อมและตอบโจทย์ที่ สหรัฐฯ ต้องการ ซึ่งไม่ใช่เรื่อง การลดภาษี เห็นได้จากที่ ประเทศเวียดนาม เสนอลดภาษีให้ สหรัฐฯ เหลือ 0% แต่สหรัฐฯก็ยังไม่พอใจ เพราะมองว่า ยังมีประเด็นอื่นๆที่ยังเสียเปรียบ โดยเฉพาะเรื่อง ถิ่นกำเนิดของสินค้า ดังนั้น การเจรจาของไทยต้องบรรลุ 3 ข้อ คือ ลดหนี้ของสหรัฐฯ ลดการเสียดุลการค้าของสหรัฐฯ และ ย้ายการผลิตไปสหรัฐฯให้มากที่สุด

ที่สำคัญ รองนายกฯพิชัย ยังย้ำด้วยว่า การเตรียมเจรจาของไทย เบื้องต้นมี 5 ประเด็น คือ 1.การนำเข้าพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์จาก สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น นำเข้าเครื่องในสัตว์มาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าและส่งออก เพื่อลดปัญหาการขาดดุลทางการค้า 2.ผ่อนคลายภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ที่มีอยู่กว่า 100 รายการ 3.การแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้า ผ่านการลดขั้นตอนที่นอกเหนือจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) ที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า ที่ผ่านมามีกฎระเบียบขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนจำนวนมาก จึงต้องเร่งแก้ไขทั้งหมด

4.การตรวจสอบคัดกรองสินค้า ป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีของสหรัฐฯจากประเทศอื่นๆ โดยจะออกใบรับรองต้นถิ่นกำเนิดสินค้าให้รอบคอบมากขึ้น เพื่อป้องกันสินค้าที่ใช้ไทยเป็นทางผ่านให้น้อยที่สุด และ 5.หาโอกาสการลงทุนในสหรัฐฯ อาทิ ลงทุนด้านการขนส่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติของสหรัฐฯ การลงทุนแปรรูปสินค้าเกษตรในสหรัฐฯ ทั้งนี้ ไทยไม่ได้ทำเพราะสหรัฐฯยื่นข้อเสนอโหดมาขู่ แต่จำเป็นต้องทำเพื่อประเทศของตัวเอง แต่สิ่งที่ไทยต้องทำคือการเตรียมตัวรองรับเพื่อแก้ปัญหาและประเทศต้องได้ประโยชน์ด้วย โดยแนวทางที่เลือกนี้จะไม่ใช่ เรื่องการลดภาษี เพราะหาก ลดภาษี จะทำเสมอเหมือนกันทั้งหมด จึงอยากให้มั่นใจวิธีการแก้ไขปัญหาขอให้เชื่อมั่น เราคิดอยู่เสมอที่ผ่านการแก้ปัญหา แบบวิน-วิน คือ ดีทั้งสหรัฐฯและดีทั้งไทย

งานนี้เปรียบเสมือน รัฐบาล กำลังเก็งแนวข้อสอบ เพื่อตอบโจทย์ให้โดนใจ สหรัฐอเมริกา ให้มากที่สุด แต่สุดท้ายจะตรงใจกับสิ่งที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ ต้องการหรือไม่ คงต้องรอลุ้นผล หลังจาก รองนายกฯพิชัย และ คณะ ไปเจรจาต่อรอง คำตอบที่ได้กลับมา ประเทศไทย จะได้ประโยชน์ แบบวิน-วิน จริงอย่างที่ รัฐบาล หวังไว้หรือไม่ และที่สำคัญถ้าไป ทำข้อตกลง ที่ทำให้ ประเทศไทย เสียเปรียบเกินควร ระวังจะโดนโห่ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ
ผ่างๆ…หลังจากโดน กระแสต่อต้าน เป็นวงกว้าง ในที่สุด รัฐบาล ก็ต้องชะลอการนำ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอนเตอร์ เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ตั้ง กาสิโน เข้าพิจารณาในสภาฯ โดยขอเลื่อนไปพิจารณาในสมัยประชุมหน้า เพื่อเปิดทางให้มีการพิจารณา ญัตติด่วนเรื่องกำแพงภาษี ของสหรัฐอเมริกา…ขณะที่ นายกฯแพทองธาร ระบุว่าเรื่อง เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ยืนยันไม่ถอย ยอมรับที่ผ่านมายังอธิบายน้อยไป โดยจะใช้เวลาช่วง 2 เดือน ระหว่างปิดสมัยประชุมสภาฯไปอธิบายทำความเข้าใจกับประชาชนก่อนที่จะนำเข้ามาพิจารณาในสมัยประชุมหน้า

แน่นอนการชะลอ ร่างกฎหมายร้อน ถือเป็นทางออกที่ดี แต่ก็ยังไม่ชัวร์ว่าสมัยประชุมหน้า รัฐบาล จะฝ่า แนวต้าน จาก ภายนอก และ คลื่นใต้น้ำ ใน พรรคร่วมรัฐบาล ได้หรือไม่ ถ้าฝ่าไม่ได้ อภิมหาโปรเจกต์กาสิโนก็ต้องปิดฉาก
สังคมทั่วไป…อนัคพล อิงคะกุล รองประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป และ ลักษมีกานต์ อิงคะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิราเคิล กรุ๊ป นำผู้บริหารและพนักงาน รดน้ำขอพร ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป ในเทศกาลสงกรานต์ ที่ห้องแมจิก 3 โรงแรมมิราเคิลฯ 11 เม.ย. 14.00 น.
ศพ บังอร ฟุ้งลัดดา พี่สาว พญ.สุภาวดี เจียรกุล ตั้งสวดศาลา 6 วัดเสนาสนารามฯ จ.พระนครศรีอยุธยา 19.00 น.11 เม.ย. คืนสุดท้าย ฌาปนกิจ 12 เม.ย. 16.00 น.
“ธนูเทพ”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม